อยู่บนภูเขำพิศมองมหำสมุทรอันกว้ำงใหญ่ไพศำล ริ้วคลื่นสีมรกตเชื่อมโยงกับท้องนภำ ทัศนียภำพยิ่งใหญ่ตระกำรตำช่วงชิงใจคน สมัยโบรำณมีวังมังกรใต้บำดำลที่เย็นสบำยพื้นที่กว้ำงขวำงไร้ที่สิ้นสุด เล่ำลือกันว่ำพระจันทร์กลมลอยอยู่บนท้องฟ้ ำเหนือมหำสมุทร
จินตนำกำรถึงควำมงำมวิจิตรก็สำมำรถตรึงใจผู้คนให้หลงใหลจนลืมตน เป็ นเหตุให้ลัทธิเต๋ำพิถีพิถันในเรื่องของกำรรักษำใจให้มั่น บ่มเพำะจิตให้สงบ อย่ำได้เอำแต่ปล่อยไม่เก็บกลับมำเดินทำงหมื่นลี้เพื่อศึกษำแสวงหำหนทำงแห่งมรรคำ จะปล่อยให้ถูกขุนเขำสำยน้ำมำกั้นขวำงมิได้….เฉินผิงอันเก็บอำรมณ์ที่ฟุ้ งซ่ำนกลับคืนมำ
กู้ช่ำนกล่ำว “ไม่เป็ นไร รอไปก่อนแล้วกัน เกินเวลำไปบ้ำงก็ไม่เป็ นไร”
งำนพิธีของส ำนักควรจะจัดอย่ำงไร ยังไม่ใช่เจ้ำส ำนักเป็ นคนตัดสินหรอกหรือ? กู้ช่ำนชอบขนบธรรมเนียมของภูเขำลั่วพั่ว แต่สำนักฝูเหยำกลับไม่มีทำงเรียนรู้จำกภูเขำลั่วพั่ว
เฉินผิงอันส่ำยหน้ำ “นับแต่โบรำณมำก็พิถีพิถันในเรื่องของฤกษ์งำมยำมดี นี่ก็ต้องมีเหตุผลของมัน เจ้ำจัดงำนพิธีให้ตรงเวลำเถอะ อย่ำได้ถ่วงเวลำรอเลย”
กู้ช่ำนกล่ำว “เขำก็มีนิสัยเกียจคร้ำนแบบนี้อยู่แล้ว จะเข้ำร่วมงำนพิธีหรือไม่ เขำก็ยังเป็ นหลิวเสี้ยนหยำงอยู่ดีไม่ใช่หรือ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ อะไร”
เฉินผิงอันยิ้มกล่ำว “หำกเขำกล้ำไม่มำ เจ้ำก็ไม่ต้องไปเป็ นเพื่อนเจ้ำบ่ำว”
รออยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่ำเป็ นเวลำที่ดวงตะวันเพิ่งจะโผล่พ้นพื้นผิวมหำสมุทรมำ ก็มีแสงกระบี่เส้นหนึ่งแหวกอำกำศพุ่งตรงมำถึง จำกมหำสมุทรมำถึงภูเขำเฉวียนเจียว ลำกเอำเส้นแสงพร่ำงพรำวที่ยำวมำกเส้นหนึ่งมำด้วย ควำมเคลื่อนไหวนั้นไม่น้อย พลังอำนำจเต็มเปี่ยม
ในที่สุดนำยท่ำนใหญ่หลิวก็มำถึงงำน ไม่เร็วไม่สำย ยังเหลือเวลำว่ำงห่ำงจำกงำนพิธีอีกหนึ่งเค่อ พอให้คุยเล่นกันได้หลำยประโยค
หลิวเสี้ยนหยำงพลิ้วกำยลงพื้น กระบี่ยำวก็พุ่งกลับเข้ำฝักด้วยตัวเอง เขำเดินก้ำวยำวๆ มำอยู่ตรงกลำงระหว่ำงเฉินผิงอันกับกู้ข่ำน มือสองข้ำงแยกกันไปกอดคอคนสองคน “เป็ นอย่ำงไร ตรงเวลำหรือไม่ มำดยำมขี่กระบี่สง่ำง่ำมหรือไม่?”
กู้ช่ำนปัดแขนหลิวเสี้ยนหยำงออก ร่ำงของหลิวเสี้ยนหยำงโงนเงน ก่อนที่เขำจะยึดแขนบิดขี้เกียจ ข้อต่อกระดูกทั่วร่ำงส่งเสียงลั่นกร๊อบๆ “เป็ นครั้งแรกที่ขี่กระบี่มำไกลขนำดนี้แล้วยังต้องท ำเวลำด้วย จุ๊ๆ”
เฉินผิงอันถำมอย่ำงสงสัย “ข้ำสอนยันต์สำมภูเขำให้เจ้ำไปแล้วไม่ใช่หรือ?”
หลิวเสี้ยนหยำงถลึงตำใส่ “ยันต์นี้ล้ำค่ำ จำนวนครั้งที่ใช้มีจำกัด ก็ไม่ควรต้องประหยัดค่ำใช้จ่ำยหน่อยหรือ? เข้ำร่วมงำนพิธีของสำนักภูเขำลูกอื่น เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ใช้ยันต์หมดไปแผ่นหนึ่งก็ไม่คุ้มค่ำเอำเสียเลย…”
กู้ชำนเหลือบมองเซียนกระบี่ใหญ่หลิวที่แสร้งทำท่ำเหน็ดเหนื่อยจำกกำรเดินทำง แต่สุดท้ำยแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรออกมำ
นอกจำกยันต์สำมภูเขำแล้ว เฉินผิงอันยังเอำ “เวทดรรชนีกระบี่” ของอำจำรย์ซำนซำนจิ่วโหวที่สำมำรถทำให้รั่วและกำแพงกั้นทั้งหลำยในฟ้ ำดินอ่อนยวบรำวกับดินโคลน รวมถึงหน้ำหนังสือหลำยแผ่นและตำรำลับของพื้นที่มงคลดอกบัวในอดีตซึ่งเกี่ยวกับกำรเรียนวรยุทธที่สำมำรถเอำไว้ใช้อ้ำงอิงมำมอบให้หลิวเสี้ยนหยำงพร้อมกันทั้งหมด
นอกจำกหร่วนฉงแห่งสำนักกระบี่หลงเฉวียนและศิษย์พี่ชำยหญิงทั้งหลำยของหลิวเสี้ยนหยำง บวกกับเฉินผิงอันและกู้ช่ำนที่รู้เส้นสนกลในกันดีที่สุดแล้ว จนถึงทุกวันนี้โลกภำยนอกต่ำงก็ยังไม่รู้เรื่องหนึ่ง
เวทกระบี่ของหลิวเสี้ยนหยำง ตบะและขอบเขตของเขำในทุกวันนี้ แทบจะอำศัยกำรเรียนรู้และกำรตระหนักรู้ของตัวเขำเองแทบทั้งสิ้น
ปีนั้นหลิวเสี้ยนหยำงไปขอศึกษำต่ออยู่ที่สำนักศึกษำสกุลเฉินผู้รอบรู้แห่งทักษินำยตทวีป รอกระทั่งหวนกลับบ้ำนเกิด ตำมข้อตกลงเพียงไม่นำนก็ได้เข้ำร่วมท ำเนียบของส ำนักกระบี่หลงเฉวียน กรำบหร่วนฉงเป็ นอำจำรย์
อำจำรย์และศิษย์สองฝ่ ำยต่ำงเป็ นคนตรงไปตรงมำ เคยมีบทสนทนำที่เปิดเผยและกระชับเรียบง่ำยกันอยู่ครั้งหนึ่ง
“หลิวเสี้ยนหยำง บอกไว้ก่อนนะว่ำ นอกจำกวิถีแห่งกำรหลอมกระบี่แล้ว ข้ำไม่อำจสอนเวทกระบี่ชั้นสูงอะไรให้เจ้ำได้ ดังนั้นตอนนี้เจ้ำจะเปลี่ยนใจก็ยังทัน
“ช่ำงหร่วน ท่ำนไม่จ ำเป็ นต้องละอำยใจ ดูเหมือนว่ำข้ำเองก็ไม่จำเป็ นต้องเรียนสิ่งที่ท่ำนสำมำรถสอนได้เหมือนกันไม่ใช่หรือ?”
“เป็ นแบบนี้ย่อมดีที่สุด
“ไม่มีข้อดีอะไรเลย ท ำไมถึงรู้สึกเหมือนลงเรือโจรเลยนะ
“สำนักกระบี่หลงเฉวียนมีดีอยู่อย่ำงหนึ่ง เหมำะกับกำรปิดประตูตีเหล็ก แล้วก็เหมำะกับกำรหลอมกระบี่อย่ำงมีสมำธิมุ่งมั่น ขอแค่ไม่ได้เป็ นเจ้ำส ำนัก
ไม่เอำนะ ข้ำมำอยู่ที่นี่ก็เพรำะหวังตำแหน่งเจ้ำสำนักนี่แหละ!”
“รอให้เจ้ำเลื่อนเป็ นขอบเขตหยกดิบก่อนค่อยว่ำกัน
หลิวเสี้ยนหยำงทำหน้ำหนำถูมือเอ่ย “ขี่กระบี่ข้ำมทะเล ลำบำกเหลือแสน เอำแต่เร่งเดินทำง ออกจำกบ้ำนมำก็เลยลืมพกของขวัญร่วมแสดงควำมยินดีมำด้วย เตรียมน่ะเตรียมมำไว้ตั้งนำนแล้ว เฉินผิงอัน เจ้ำเป็ นเจ้ำของที่ดิน ช่วยออกไปให้ข้ำก่อนได้ไหม”
เฉินผิงอันเอ่ยอย่ำงอ่อนใจ “เงินฝนธัญพืชสองเหรียญก็ควักออกมำไม่ได้หรือ? มีสหำยอยู่ทั่วเก้ำทวีป ออกจำกบ้ำนไม่พกเงินหรือไร?”
หลิวเสี้ยนหยำงตกตะลึงจนตะลึงไปมำกกว่ำนี้ไม่ได้อีกแล้ว “ต้องกำรแค่เงินฝนธัญพืชสองเหรียญเท่ำนั้นหรือ? ก็บอกแต่แรกสิ ยังนึกว่ำต้องทุบหม้อขำยเหล็กรวบรวมเงินเสียอีก ท ำเอำตลอดทำงมำนี้ข้ำต้องคิดหำข้ออ้ำงสำรพัดอย่ำง ช่วยไม่ได้ ถูกงำนเลี้ยงท่องรำตรีของเว่ยซำนจวินท ำให้ผวำไปหมดแล้ว”
ระหว่ำงที่พูดหลิวเสี้ยนหยำงก็รีบหยิบเงินร้อนน้อยสองเหรียญออกมำจำกชำยแขนเสื้อ เพรำะถึงอย่ำงไรก็เป็ นถึงเจ้ำสำนัก เงินเก็บเล็กน้อยแค่นี้ยังพอมีอยู่บ้ำง แล้วจึงหันหน้ำไปถำมเฉินผิงอัน “เฉินผิงอัน มีซองแดงที่ยังไม่ใช้บ้ำงไหม?”
เฉินผิงอันพยักหน้ำ ยื่นซองแดงใหม่เอี่ยมซองหนึ่งให้หลิวเสี้ยนหยำง หลิวเสี้ยนหยำงใส่เงินของขวัญลงไปในซองแล้วก็โยนไปให้กู้ช่ำน เรียบร้อย หลังจำกนี้พอไปดื่มเหล้ำหมักบนภูเขำลักสี่ห้ำกำก็ไม่ต้องใจฝ่ อแล้ว
กู้ช่ำนเก็บใส่ชำยแขนเสื้อไปเงียบๆ แล้วก็ไม่ถือสำว่ำไฉนเงินฝนธัญพืชถึงได้กลำยไปเป็ นเงินร้อนน้อยได้
เฉินผิงอันใช้เสียงในใจกล่ำว “เงินร้อนน้อยที่มีเพียงหนึ่งเดียวสองเหรียญนี้ ตัวอักษรที่แกะสลักไว้มีควำมหมำยดีเยี่ยม อันที่จริงล้ำค่ำยิ่งกว่ำเงินฝนธัญพืชเสียอีก”
กู้ช่ำนไม่รู้สึกประหลำดใจ ตอบอย่ำงไม่ใส่ใจว่ำ “ถือว่ำเขำยังพอมีมโนธรรมในใจอยู่บ้ำง”
หลิวเสี้ยนหยำงยิ้มสดใสเหมือนแสงอำทิตย์ สองมือกุมเป็ นหมัดเอ่ยเสียงดังกังวำนว่ำ “เจ้ำสำนักคนปัจจุบันของสำนักกระบี่หลงเฉวียน หลิวเสี้ยนหยำง คำรวะทุกท่ำน เป็ นเกียรติอย่ำงถึงที่สุด”
ผู้ฝึกตนกลุ่มใหญ่ของสำนักฝูเหยำที่อีกเดี๋ยวก็จะได้บันทึกชื่อลงบนท ำเนียบได้แต่พำกันคำรวะกลับคืน
กู้ช่ำนพึมพ ำเบำๆ “ดูนิสัยเขำสิ”
เฉินผิงอันยิ้มกล่ำว “กี่ปีมำแล้ว ยังไม่ชินอีกหรือ?”



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!