เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1145

บทที่ 1145.2 ใครกล้าก่อตั้งลัทธิเรียกตัวเองเป็นบรรพจารย์
หนึ่งในสิบผู้กล้าของใต้หล้าแห่งยุคบรรพกาล บุคคลอันดับสี่ของโลกมนุษย์ ปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหาร ขอบเขตสิบเอ็ดของวิถีวรยุทธ ไม่ว่าจะเอายศตำแหน่งไหนออกมาก็มากพอจะทำให้ผู้ฝึกตนขอบเขตสิบสี่คนหนึ่งรู้สึกกดดันได้แล้ว

เฉินผิงอันเองก็เอาอย่างเสี่ยวโม่ ถามกระบี่กับใครล้วนไม่ต้องเห็นเป็นจริงเป็นจังมากนัก จะต้องกลัวเขาทะไม ต่อให้ร้ายกาจแค่ไหน ก็ยังเป็นมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกัน

เจียงเซ่อถาม

“เลือกที่นี่เป็นสนามรบ เป็นเพราะเจ้ามีการวางแผนมาล่วงหน้านานแล้วใช่หรือไม่?”

เฉินผิงอันยิ้มบางๆ

“ลืมไปแล้ว”

เคยมีศัตรูในจินตนาการอยู่บางส่วนจริง ยกตัวอย่างอู๋ซวงเจี้ยงที่เคยตีกันครั้งหนึ่งบนเรือราตรี เผยหมินที่เป็นหนึ่งในสองผู้ถ่ายทอดมรรคาของลู่ไถ ป๋ายฉางที่วางแผนร่วมกับเถียนหว่านมาอย่างยาวนาน หมายแบ่งเอาโชคชะตาวิถีกระบี่ของแจกันสมบัติทวีปไปครอง และยังมีอู๋โจวที่มีความเป็นไปได้อย่างมากว่าจะมีการ “ลอบฆ่าชิงสมบัติ” ไปจากเฉินผิงอัน

เพื่อกักขังความเป็นเทพของตัวเอง เฉินผิงอันเลือกที่จะลืมเลือนไป ใช้สิ่งนี้มาสร้างกรงขัง สร้างด่านทับซ้อนหนาชั้น กักตัวเองไว้ในพื้นที่แคบๆ ขังตัวเองเป็นนักโทษ เนรเทศตัวเอง

เจียงเซ่อมองกระบี่ยาวที่เฉินผิงอันถืออยู่ในมือ ใบหน้าเผยสีหน้าเยาะเย้ย จีปากเอ่ยว่า

“รับเจ้านายแล้วก็มีการแบ่งหลักรองที่กฎระเบียบเข้มงวด ไม่อาจล้ำเส้นได้ ไยต้องลำบากเช่นนี้ด้วยเล่า ไม่สู้ทำสัญญาระดับเท่าเทียมกันตั้งแต่แรก”

พูดง่ายๆ ก็คือ เฉินผิงอันที่ทุกวันนี้เพิ่งจะเป็นผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตเซียนเหริน จิตแห่งมรรคาและขอบเขตของเขาก็คืออุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดที่คอยเหนี่ยวรั้งผู้ครองกระบี่เอาไว้

คราวก่อน “ขึ้นเขา” กลับมาพบเจอกันอีกครั้ง ภายนอกผู้ครองกระบี่ก็เคยปล่อยกระบี่ใส่เจียงเซ่ออยู่หลายครั้ง มองดูเหมือนทำได้ดังใจปรารถนา ไม่ถูกพันธนาการ แต่ในความเป็นจริงแล้วเฉินผิงอันที่เป็นเจ้านายตอนนั้นไม่มีจิตสังหารใดๆ พูดให้ถูกต้องก็คือไม่มีการขึ้นลงของจิตแห่งมรรคาที่รุนแรงอะไร เป็นเหตุให้ผู้ครองกระบี่ดูมีอิสระมากเป็นพิเศษ

ก็เหมือนการที่นางสังหารผู้สวมเสื้อเกราะที่นอกฟ้า เพียงแค่เพราะเฉินผิงอันที่เป็นเจ้านายไม่อยู่ข้างกาย หากเฉินผิงอันได้เจอกับผู้สวมเสื้อเกราะ ไม่มีใจสังหารก็ยังดี แต่ขอแค่เกิดใจคิดสังหารขึ้นมา ผู้ครองกระบี่ก็ต้องถอยให้ จำเป็นต้องยกตำแหน่งประธานให้กับเฉินผิงอันเปลี่ยนสถานะ ให้ฝ่ายหลังกลายเป็นผู้ครองกระบี่แทน

เจียงเซ่อส่ายหน้า สายตาฉายแววเวทนา

“เสียดายแทนคู่สุนัขชายหญิงอย่างพวกเจ้ายิ่งนัก ยิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนยิ่งกว่า”

ไม่อย่างนั้นข้างกายเฉินผิงอันมีบุคคลที่พลังพิฆาตสูงอย่างผู้ครองกระบี่อยู่ เป็นคนต่อสู้และผู้ปกป้องมรรคาให้กับเขา ต่อให้เฉินผิงอันจะเป็นแค่ผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตหยกดิบทำตัวกร่างท่องเที่ยวไปอย่างอิสระเสรี จะมีอะไรยากตรงไหน? ต่อให้ตำแหน่งเทพจะสูงอย่างผู้ครองกระบี่ แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ผู้ครองสรวงสวรรค์บรรพกาล ถึงอย่างไรก็ไม่อาจครอบครองอิสระใหญ่ที่บริสุทธิ์แท้จริงได้ เพียงแค่เพราะเทพสูงสุดที่เหลืออีกสี่องค์ก็ยังคงไม่อาจสูงเกินกว่าวิถีแห่งสวรรค์ได้

อยู่ดีๆ เจียงเซ่อก็เอ่ยประโยคประหลาดว่า

“การประชุมริมแม่น้ำแห่งกาลเวลา ข้าเชื่อว่าวินาทีที่เจ้าได้เห็นผู้ครองกระบี่แวบแรก จะต้องรู้สึกผิดหวังอย่างมาก แล้วก็มีความโกรธเคืองนิดๆ ด้วยใช่ไหม?”

เฉินผิงอันแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน เพียงพูดของตัวเองว่า

“ข้าไม่ไปหาเรื่องเจ้า เจ้ากลับเป็นฝ่ายพาตัวมาหาถึงที่”
“ประเด็นสำคัญคือแม้กระทั่งเหตุผลก็หาไว้ให้ข้าเรียบร้อยแล้ว ไม่จำเป็นต้องผ่านด่านใจ”

เงียบไปพักหนึ่ง เฉินผิงอันที่สีหน้าซับซ้อนก็พึมพำว่า

“ศิษย์พี่ของข้าคนนี้…”

ไม่รู้ว่าควรจะให้คำวิจารณ์อย่างไร ช่างทำให้คนพูดไม่ออกจริงๆ…

ใต้หล้าเปลี่ยวร้าง

ขบวนท่องเที่ยวที่แปลกประหลาดมากกลุ่มหนึ่ง มีครบทั้งความแปลกประหลาด ความมหัศจรรย์และความธรรมดาสามัญ อู๋หมิงซื่อแห่งเปลี่ยวร้างเป็นคนนำทาง ในฐานะคนท้องถิ่นเพียงหนึ่งเดียว พาคนต่างถิ่นกลุ่มหนึ่งมาท่องเที่ยวตามภูเขาสายน้ำ คอยแนะนำขนบธรรมเนียมประเพณี ระหว่างทางมีเขาเป็นคนนำทางก็สามารถลดทอนปัญหาที่ไม่จำเป็นไปได้มากมาย บรรยากาศของกลุ่มเดินทางยังนับว่าปรองดองอยู่มาก เดิมทีก็ไม่ได้มีความแค้นใดๆ ต่อกันอยู่แล้ว อู๋หมิงซื่อจึงคิดเสียว่าสร้างความสัมพันธ์ควันธูปที่จะมีหรือไม่มีก็ได้เอาไว้ ไม่แน่ว่าในอนาคตวันใดไปเยือนใต้หล้ามืดสลัวอาจต้องพึ่งพาพวกเขา จะดีจะชั่วก็ยังพอมีที่ให้อาศัยพักพิง

อยู่ในใต้หล้าเปลี่ยวร้างแห่งนี้ ส่วนใหญ่แล้วการคบหาสหายบนภูเขาก็มักจะสร้างศัตรูขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุได้เสมอ ในข้อนี้กลับไม่ต่างจากวงการขุนนางล่างภูเขาของใต้หล้าไพศาลสักเท่าใด เพียงแค่ไม่รู้ว่าใต้หล้ามืดสลัวที่มีเต้ากวานอยู่ทั่วทุกหนแห่งจะมีภาพบรรยากาศแบบใด อู๋หมิงซื่อที่เดินเคียงบ่าอยู่กับจางเฟิงไห่ เหลือบคองมองกลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังแล้วหัวเราะ ในเมื่อสงสัยใคร่รู้แค่ไปเยือนก็จะรู้ได้แล้ว

นักพรตที่ได้รับโองการส่วนตัวซึ่งก่อตั้งพรรคขึ้นมาเองของใต้หล้ามืดสลัวกลุ่มนี้ ภูเขาบรรพบุรุษคือภูเขารุ่นเยว่ อาณาเขตโดยรอบเล็กมาก ก็แค่ภูเขาที่ตั้งของศาลบรรพจารย์บวกกับตอนกลางของแม่น้ำที่ไหลเอื่อยเท่านั้น จางเฟิงไห่ที่เป็นเจ้าประมุขคือผู้ฝึกตนขอบเขตสิบห้าใหม่ ฉายาใหม่ที่ตั้งขึ้นมาฟังแล้วบ้านๆ อย่างมาก นั่นคือ “หนีถู” (โคลนตม) รองเจ้าสำนักควบผู้ถวายงานอันดับหนึ่งคือลู่ไถ ที่ตามก้นลู่ไถมาต้อยๆ ยังมีหมาพันธุ์พื้นบ้านตัวหนึ่งที่เขาตั้งชื่อให้ว่า “ลู่เฉิน”

หลี่ไหวนักปราชญ์แห่งสำนักศึกษาของใต้หล้าไพศาล เดิมเป็นคนที่ธรรมดามากที่สุด แต่พอมาอยู่ในกลุ่มนี้กลับดูแปลกแยกอย่างมาก ลู่ไถเดินอยู่ข้างกายหลี่ไหวคอยถามโน่นถามนี่ไปเรื่อย แต่หัวข้อที่ไม่ว่าจะวกวน อ้อมค้อมไปมาแค่ไหนก็ล้วนหนีไม่พ้นมีความเกี่ยวข้องกับเจ้าขุนเขาเฉิน เฉินอิ่นกวานอยู่เสมอ

อู๋หมิงซื่อเอ่ยอย่างปลงอนิจจังว่า

“อยากรู้จริงๆ ว่าหลินซือแห่งยาซานผู้นั้นจะแข็งแกร่งสักเพียงใด?”

จางเฟิงไห่กล่าว

“ความสูงของพลังสังหาร ข้าพูดได้แค่ว่าไม่อาจมองเป็นขอบเขตสิบสี่ทั่วไปได้”

อู๋หมิงซื่อพยักหน้า

“สำหรับผู้ฝึกยุทธอย่างเราๆ แล้ว นี่แทบจะถือว่าเป็นคำประเมินที่สูงที่สุดแล้ว”

จางเฟิงไห่ถามอย่างสงสัย

“ในใจของผู้อาวุโสมองตัวเองเป็นผู้ฝึกยุทธด้วยความภาคภูมิใจมาตลอดหรือ?”

อู๋หมิงซื่อยิ้มเอ่ย

“เกิดจากใจที่เห็นแก่ตัว วิถีทางแห่งวรยุทธ ถึงอย่างไรก็ไม่เหมือนกับการฝึกตนหลอมลมปราณ เทพเทวดาที่นั่งขวางกระแสแห่งเส้นทางมีจำนวนน้อยกว่าหน่อย โอกาสก็ย่อมมากกว่า”

แม้จางเฟิงไห่จะได้มาอยู่กับปีศาจใหญ่บรรพกาลแห่งเปลี่ยวร้างที่ไร้ชื่อไร้แซ่ผู้นี้ได้ไม่นาน แต่กลับรู้สึกถูกชะตากับอีกฝ่ายอย่างมาก ในความเป็นจริงแล้ว อู๋หมิงซื่อเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน จำเป็นต้องคอยเตือนตัวเองอย่างลับๆ อยู่บ่อยๆ ว่าให้นิ่งดูสถานการณ์ไปก่อน ทำให้ตัวเองไม่วู่วามเข้าไปขออยู่ในทำเนียบหยกทองของสำนักจางเฟิงไห่ พบเจอกันด้วยโชคชะตา จากลากันเพราะโชคชะตาก็เหมือนน้ำขึ้นน้ำลง ยามที่น้ำลงเงียบสงบถึงเพียงใด ยามที่น้ำขึ้นมีพลังอำนาจน่านครั่นคร้ามถึงเพียงใด

บทที่ 1145.2 ใครกล้าก่อตั้งลัทธิเรียกตัวเองเป็นบรรพจารย์ 1

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!