เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1149

บทที่ 1149.2 ถือหอกเข้าเรือน
ร่างจริงของเฉินผิงอันกับ “เฉินผิงอันที่มีความเป็นเทพ” ซึ่งรับผิดชอบสร้างพันโลกธาตุขนาดเล็ก รวมไปถึงช่วยนักพรตติงเรียบเรียง ‘ตำราเด็กหนุ่ม” และปกป้องมรรคาให้กับเขา การกระทำคำพูดและนิสัยอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทั้งสองฝ่ายแสดงออกมา ยิ่งความต่างมีมากเท่าไร ก็ยิ่งหมายความว่าทั้งสองฝ่ายยากจะปรับเข้าหากันได้มากเท่านั้น อย่างน้อยที่สุดในขอบเขตเซียนเหริน เฉินผิงอันก็ไม่มีโอกาสจะชนะเลยแม้แต่น้อย

แต่ถูกเจียงเซ่อมาหาเรื่องถึงที่ เกิดความขัดแย้งบนมหามรรคาในครั้งนี้ก็ถือว่าอยู่เหนือการคาดการณ์จริงๆ เดิมทีควรเป็นการหลอมใหญ่ที่ยอดเยี่ยมครั้งหนึ่ง วัตถุแห่งชะตาชีวิตจำนวนมากที่มีไว้เพื่อสยบกำราบความเป็นเทพ คิดไม่ถึงเลยว่าพอถึงเวลาจริงๆ กลับจะกลายมาเป็นภาระ

ดังนั้นเฉินผิงอันจึงไม่มีความลังเลใดๆ ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในทันใด เลือกจะทำในทางตรงข้าม อาศัยเจียงเซ่อมาทำลายวัตถุแห่งชะตาชีวิตให้กลายเป็นหุนตุ้น แล้วจึงอาศัยภาพเหตุการณ์ฟ้าเปลี่ยนที่ “ฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย ภูเขาสายน้ำจมดิ่ง” ของฟ้าดินเล็กในร่างกายมนุษย์ ต้องแบ่งสมาธิไปหลายด้าน อย่างเช่นว่าควรจะลาดตระเวนบนสนามรบ ไล่ตรวจสอบหาร่องรอย ตามหาช่องโพรงลมปราณสองแห่งที่มีโอกาสจะเป็นเหมือนถ้ำสวรรค์ พื้นที่มงคลเชื่อมติดกันพวกนั้นให้เจอได้อย่างไร เมื่อเจอแล้วก็จะบันทึกเอาไว้ เพื่อที่จะเจาะทะลวงหุนตุ้น บุกเบิกฟ้าดินหลอมลมปราณแบ่งความใสและความขุ่นมัวออกจากกัน

คุมเชิงกับเจียงเซ่อยังต้องแบ่งสมาธิใช้การต่อสู้มาหล่อเลี้ยงการต่อสู้ เพื่อที่จะสลายมรรคาไปพร้อมกับการฝึกตน มีอันตรายอย่างใหญ่หลวง ความยากลำบากระหว่างนี้ไม่อาจบอกกล่าวแก่คนนอกได้ สถานการณ์บีบบังคับ มาเจอกับปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหารที่พลังสังหารมากเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างเจียงเซ่อผู้นี้ หากไม่ทำเช่นนี้ก็ไม่อาจต่อสู้กันได้เลย

ถูกเจียงเซ่อทำลายวัตถุแห่งชะตาชีวิตจำนวนมาก แล้วเฉินผิงอันยังเป็นฝ่ายกระเทือนให้ยันต์ปราณแท้จริงสองตำลึงที่ใช้บังคับสยบขอบเขต จำกัดตบะพวกนั้นแหลกสลายด้วยตัวเอง เป็นเหตุให้ความเป็นเทพได้ถูกยึดขยายออกมาอย่างเต็มที่ ราวกับว่าภูเขาแห่งหนึ่งที่ถูกปิดผนึกได้รับคำสั่งยกเลิกข้อห้าม หวนกลับคืนสู่ธรรมชาติดั้งเดิมได้อีกครั้ง สามารถเข้าใจได้ว่าในบางระดับคือความเป็นคนของเฉินผิงอันที่เป็นตัวถ่วงอยู่ตลอดทำให้ความเป็นเทพ หรือควรจะพูดว่าจิตแห่งมรรคาของตัวเองที่สมบูรณ์แบบที่สุดถูกถ่วงรั้งเอาไว้ ไม่อาจเลื่อนสู่ขอบเขตที่สมบูรณ์ได้เสียที

ถามหมัดกับผู้ฝึกยุทธเต็มตัวหรือถามกระบี่กับเซียนเหริน เฉินผิงอันยังสามารถอาศัยวิธีการมากมายมาอำพรางให้ผ่านไปได้ แต่มาเจอกับเจียงเซ่อ ทุกอย่างกลับเผยช่องโหว่ออกมาทั้งหมด จำได้ว่าก่อนหน้านี้เคยมีบทสนทนากับเกาจวินเจ้าประมุพพรรคหูซานบุคคลอันดับหนึ่งของพื้นที่มงคลรากบัวซึ่งเปลี่ยนจากการเป็นผู้ฝึกยุทธไปแสวงหาความเป็นเซียน

“สวรรค์ไม่มอบโอกาสให้ซ้ำสอง เวลาไม่คอยท่า พลังมิอาจทุ่มเทได้สองทางในเวลาเดียวกัน เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นจงเผชิญหน้า อย่าได้หลีกเลี่ยง”
“ไม่กลัวว่าจะยังคงเป็นมดแดงเขย่าต้นไม้ เป็นตั๊กแตนที่ขวางอยู่หน้ารถหรอกหรือ?”เจียงเซ่อไม่ต้องผลัดเปลี่ยนลมปราณแท้จริงที่บริสุทธิ์ของผู้ฝึกยุทธ แล้วก็ไม่ได้รีบร้อนลงมือ เขาส่ายหน้า
“นั่งพิทักษ์คฤหาสน์หลบร้อน รับหน้าที่เป็นอิ่นกวานรุ่นสุดท้าย แบกรับชื่อจริงของเผ่าปีศาจ ผสานมรรคากับกำแพงเมืองปราณกระบี่ครึ่งหนึ่ง หลังจากหวนกลับมายังไพศาล ภูเขาลั่วพั่วก็ได้รับตัวเสี่ยวโม่กับเซี่ยโก่วมา รับหนิงจี่เป็นลูกศิษย์ผู้สืบทอดชดเชยซ่อมแซมใบถงทวีป ขุดเจาะลำน้ำใหญ่ ฯลฯ แต่ละเรื่องแต่ละราวล้วนต้องให้เจ้าแบกรับผลกรรมอันยาวนาน ทอดยาวนานเป็นร้อยปี พันปี โดยไม่มีหยุดพัก แต่ไม่เคยคิดถึงผลลัพธ์พวกนี้บ้างเลยหรือ?”

ไม่ใช่ว่าปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหารผู้นี้มีความอดทนดีเยี่ยมสักเพียงใด แต่เป็นเพราะขนาดคนแข็งแกร่งอย่างเจียงเซ่อก็ยังไม่มีความมั่นใจว่าจะรีบรบรีบจบ สังหารเจ้าหมอนี่ให้ตายคาที่ได้ ไม่ได้อยู่ที่ว่าเจียงเซ่อไม่อาจรบชนะได้ แต่อยู่ที่ว่าเฉินผิงอันที่อยู่ในรูปลักษณ์ของเทพบริสุทธิ์ซึ่งเป็น “ครึ่งของหนึ่งนั้น” สังหารได้ยากเกินไปจริงๆ

สายตาของเจียงเซ่อฉายแววเวทนา หัวเราะเยาะเอ่ยว่า
“เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นติดๆ กัน ขัดขวางการฝึกตน ขัดขวางการเดินขึ้นสู่ที่สูงของเจ้าก็คือตัวอย่างที่ชัดเจนแล้วไม่ใช่หรือ อายุน้อยๆ อายุขัยการฝึกตนก็ยังสั้นนัก ระวังจะถูกสวรรค์ชิงชังเสียล่ะ”

ตอนแรกก็เป็นการลอบฆ่าของผีตัวสำรองขอบเขตสิบสี่ จากนั้นก็เป็นการลอบโจมตีหลายครั้งของขอบเขตสิบสี่ตัวจริงบางคน แล้วยังมาถูกเจียงเซ่อเอามาทำเป็นหินเหยียบเดินขึ้นสวรรค์อีก เรื่องไม่คาดฝันใหญ่เทียมฟ้าสามครั้งที่เกิดขึ้นติดต่อกัน ส่วนการปั่นป่วนก่อกวนการขุดเจาะลำน้ำใหญ่ในใบถงทวีปจากพวกผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจอย่างพวกชิงหร่างนั้น เมื่อเทียบกับเรื่องพวกนี้แล้ว ล้วนไม่อาจนับเป็นอะไรได้

เฉินผิงอันเงียบไม่ตอบ เขาเตรียมใจมาไว้นานแล้ว ไม่ได้รู้สึกว่าชีวิตเต็มไปด้วยอุปสรรคอะไร กลับกันยังรู้สึกจิตใจสงบนิ่ง ในเมื่อถูกลิขิตมาแล้วว่ามีผลกรรมที่ต้องแบกรับเอาไว้ ขอแค่ไม่ไปหล่นอยู่บนบ่าของคนอื่นก็ไม่เป็นอะไรแล้ว

น่าเสียดายจริงๆ ก่อนหน้านี้ถูกเจียงเซ่อมองกลอุบายออกได้อย่างรวดเร็ว ไม่ยอมทำลายช่วย “สละร่าง” ให้กับป่ายอวี้จิงจำลองด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นการต่อสู้ครั้งนี้ก็สามารถนำมาเป็นแนวทางอ้างอิงได้มากมาย ก็จะไม่ถือว่าขาดทุนย่อยยับแล้ว เกรงว่านอกจากบรรพจารย์สามลัทธิและเจ้าลัทธิสามท่านของป่ายอวี้จิงแล้ว น่าจะพูดได้ว่าเจียงเซ่อคือบุคคลที่มีคุณสมบัติจะหาช่องโหว่บนมหามรรคาของป่ายอวี้จิงได้ดีที่สุด ไม่มีหนึ่งในแล้ว

เฉินผิงอันทำจิตใจให้สงบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังขา ถามว่า
“ทำไมถึงไม่ใช่หอกยาวโพ่เจิ้นทะลวงตราผนึกของฟ้าดินแห่งนี้ออกไป? ไม่แม้แต่จะลองทำเลยด้วยซ้ำ?”เจียงเซ่อเอ่ยอย่างเฉยเมยว่า
“สิงโตจับกระต่าย ต้องหนีด้วยหรือ? ยังมีทางหนีทีไล่อีกหรือ? ที่ข้ารอดูอยู่ก็คือทางหนีทีไล่ของเจ้านี่แหละ”เฉินผิงอันเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง คลี่ยิ้มเจิดจ้า
“คำกล่าวนี้ของเจียงเซ่อช่างเป็นหมัดดีอันดับหนึ่งจริงๆ!”

นี่ต่างหากจึงจะเป็นผู้ไร้เทียมทานที่แท้จริง เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็แค่รบอีกครั้งเท่านั้น เฉินผิงอันไม่เหลือความคิดวุ่นวายใดๆ ตั้งท่าหมัด ตามองตรงไปข้างหน้า พึมพำหนึ่งประโยค

เจียงเซ่อลังเลเล็กน้อย ก่อนจะใช้วิชาอภินิหารเก็บหอกยาวโพ่เจิ้นลงไป หัวเราะเสียงดังกังวานว่า
“หมัดนี้ รับไว้แล้ว”

บนสนามรบ เรือนกายของทั้งสองฝ่ายวิ่งตะบึงว่องไวดุจสายฟ้าแลบ เกิดเป็นแสงเงาลางเลือนนับหมื่นเส้น ทั่วทุกหนแห่งในฟ้าดินเต็มไปด้วยพายุหมัดที่ไหลเชี่ยวกรากทรงพลัง ผู้ฝึกยุทธเต็มตัวสองคนปะทะกันจนก่อให้เกิดดินแดนไร้อาคมที่คล้ายจะสั่งห้ามวิชาอภินิหารเวทคาถาทุกประเภท

บทที่ 1149.2 ถือหอกเข้าเรือน 1

บทที่ 1149.2 ถือหอกเข้าเรือน 2

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!