เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1150

บทที่ 1150.1 อย่าหวังว่าจะละผ่านไม่เอ่ยถึง
เรือราตรีเหมือนจอกแหนที่ล่องลอยอยู่กลางมหาสมุทรใหญ่

ดูเหมือนหลิวเสี้ยนหยางจะใจลอยไปไกล เสี่ยวโม่รับผิดชอบจับตามองคนรักของเจียงเซ่อ เซี่ยโก่วนั่งหาวอยู่บนขั้นบันได ส่วนสายตาของสตรีออกเรือนแล้วกลับคอยวนเวียนอยู่ที่ร่างของเผยเฉียน

บรรยากาศในลานบ้านค่อนข้างตึงเครียด ซิ่วไฉเฒ่าพลันเอ่ยว่า

“เผยเฉียน ไปเดินเล่นเป็นเพื่อนข้าหน่อย”

เผยเฉียนพยักหน้า

ประตูข้างของตัวเรือนสามารถเชื่อมโยงไปยังสถานที่แห่งอื่นได้ เพียงแต่ว่าประตูวงเดือนบานนี้กลับลงกลอนเอาไว้ ซิ่วไฉเฒ่าแสร้งทำท่าลูบๆ คลำๆ หาอะไรบางอย่างจากในชายแขนเสื้อ หันหลังให้กับทุกคน คล้ายกำลังหยิบกุญแจออกมาเปิดประตู พอเขาผลักประตูเดินเข้าไป เผยเฉียนก็เดินตามไป

ไม่เหมือนกับสภาพยากแค้นของเรือนก่อนหน้านี้ สถานที่แห่งนี้มีฟ้าดินอีกแห่งหนึ่ง สมกับคำกล่าวที่ว่าเรือนของขุนนางชั้นสูงรายล้อมด้วยต้นอู๋ถงสูงและไม้เขียว สีเขียวมรกตสดใส รอบด้านโปร่งสะอาดตา กำแพงด้านหนึ่งมีช่องว่างเล็กน้อย จึงเติมเต็มด้วยต้นอวี้หลัน คิดดูแล้วหากมาเป็นแขกยามฤดูร้อน อากาศร้อนคงไม่กล้าย่างกรายมาเยี่ยมเยือน

ซิ่วไฉเฒ่ากวาดตามองไปรอบด้าน ยิ้มเอ่ยว่า

“เจ้าบ้านขี้เหนียวเกินไปแล้ว หากสามารถอ่านตำราของที่นี่ เปิดหน้าต่างออกน้อยๆ แสงธรรมชาติและสีเขียวขจีสาดส่องเข้ามาพร้อมกัน ตัวอักษรกลายเป็นสีเขียวสดใส ก็จะมีประโยชน์ต่อการอ่านตำรามากจริงๆ”

เผยเฉียนเก็บความคิดกลับคืน อธิบายว่า

“ได้ยินศิษย์พี่เล็กเล่าว่าเจ้านครคนก่อนของนครหลิงซีคือสตรี นางให้คำวิจารณ์ต่อถ้อยคำของชูจื่อและอาจารย์ชินจี้อันไว้ด้วย คาดว่านี่ก็น่าจะเป็นสถานที่อ่านตำราของนาง ในฐานะเจ้าบ้านใหญ่ เรือราตรีไม่สะดวกจะยกให้เป็นเรือนส่วนตัวของอาจารย์ปู่ ไม่อย่างนั้นจะตกเป็นที่ต้องสงสัยว่าคนจากลาน้ำชาก็เย็นชืด”

ซิ่วไฉเฒ่าพยักหน้า เอ่ยอย่างกระจ่างแจ้งว่า

“แบบนี้ก็อธิบายได้แล้ว หาไม่แล้วข้าคงต้องไปบ่นกับเจ้าของเรือสักหน่อย จะได้ผลหรือไม่ได้ผลก็พูดไปก่อนค่อยว่ากัน”

ต้นอวี้หลันกำลังอยู่ในช่วงออกดอก บนพื้นจึงเหมือนปูทับไปด้วยหิมะ

ซิ่วไฉเฒ่าเอาสองมือไพล่หลัง ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ หัวเราะอยู่กับตัวเอง เอ่ยเสียงเบาว่า

“การประชุมในศาลบุ๋นคราวก่อน ที่คุมเชิงกันคือใต้หล้าสองแห่ง ขบวนทัพของแต่ละฝ่ายยิ่งใหญ่มาก คนที่หน้ามีตาที่สุดแน่นอนว่ายังคงเป็นผิงอัน ทางฝั่งของภูเขาทั่วเยว่ยังอยากช่วยจับคลุมถุงชน โน้มน้าวให้อาจารย์พ่อของเจ้าไปอยู่เปลี่ยวร้าง จะได้หาอาจารย์แม่หลายๆ คนมาให้พวกเจ้า แล้วยังยินดีจะยกตำแหน่งว่างของบัลลังก์ราชาให้ด้วย ทำราวกับว่าหากวันนี้อาจารย์พ่อของเจ้าไปเปลี่ยวร้าง พรุ่งนี้ก็จะสามารถนั่งเก้าอี้อันดับสามได้เลย ถึงขั้นที่ดูเหมือนว่าเฝ่ยหรานเองก็จะยอมยกตำแหน่งให้ โจวชิงเกาเลื่อมใสอาจารย์พ่อของเจ้า ทุกวันนี้ก็ยิ่งเป็นเรื่องที่สองใต้หล้าล้วนรับรู้ นึกอยากจะรับอาจารย์อาแทนอาจารย์กันทั้งนั้น”

“เรื่องทำนองนี้มีอีกมากมาย ผู้ฝึกตนของไพศาลบางคนที่ได้ยินเรื่องนี้รู้สึกว่าเหลวไหล ตลกขบขันกันมาก เข้าใจผิดคิดว่าเปลี่ยวร้างเต็มไปด้วยมลพิษสกปรก ไม่ว่าทำอะไรก็ล้วนไร้สาระ แต่เจ้าอย่าได้รู้สึกว่าปีศาจใหญ่พวกนั้นล้อเล่น จงใจหยอกเย้าอาจารย์พ่อของเจ้า ทางฝั่งของเปลี่ยวร้างต้องการจะดึงตัวอิ่นกวานคนสุดท้ายอย่างเขาไปเป็นพวกจริงๆ กระชากดึงลำคลองเย่ลั่ว ใช้กระบี่ฟันเปิดภูเขาทั่วเยว่ แย่งเอาดวงจันทร์เฮ่าไข่ไป ต่อสู้ตัวต่อตัวสังหารลูกศิษย์คนแรกของบรรพบุรุษใหญ่แห่งเปลี่ยวร้าง ต้องรู้ว่าหยวนชงยังเป็นผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตบินทะยานยอดเขาด้วย เปลี่ยวร้างยอมรับแค่ผู้แข็งแกร่ง ในเมื่อยอมรับป่ายเจ๋อได้ก็ต้องยอมรับเฉินผิงอันได้ ไม่พูดถึงเฝ่ยหราน พูดถึงแค่เซียวสวิ้นก็แล้วกัน หากว่าเฉินผิงอันไปเปลี่ยวร้าง เจ้าก็คอยดูเถิดว่านางจะมีความสุขหรือไม่ ต้องมีอย่างแน่นอน นางทรยศออกจากกำแพงเมืองปราณกระบี่ แต่เฉินผิงอันกลับทั้งทรยศกำแพงเมืองปราณกระบี่และใต้หล้าไพศาล ลำพังแค่ข้อนี้เซียวสวิ้นก็ต้องมองอาจารย์พ่อของเจ้าเสียใหม่แล้ว มองเขาเป็นคนบนเส้นทางเดียวกัน”

ซิ่วไฉเฒ่าพูดยาวเหยียด เผยเฉียนก็ตั้งใจฟัง นางถามว่า

“ท่านผู้เฒ่าเหวินเซิ่ง อาจารย์หลี่เซิ่งยังจับตามองที่นี่อยู่อีกไหม?”

ซิ่วไฉเฒ่าส่ายหน้า

“ไม่ได้มองแล้ว จะตำหนิว่าเขาไม่รับผิดชอบไม่ได้ ถึงอย่างไรนอกฟ้าก็ยังมีเรื่องเร่งด่วนเหมือนไฟไหม้ลามขนคิ้วและภัยร้ายใหญ่หลวงอยู่ หากไม่ทันระวังก็จะทำให้การสลายมรรคาของบรรพจารย์สามลัทธิต้องเสียเปล่า”

สามารถแบ่งสมาธิมาพูดคุยกับเจียงเซ่อที่เรือราตรีลำนี้ได้ก็ถือว่าหลี่เซิ่งเสี่ยงอันตรายที่ไม่น้อยแล้ว

ฟังคำอธิบายของซิ่วไฉเฒ่า เผยเฉียนเข้าใจก็ส่วนเข้าใจ แต่ก็ยังอดผิดหวังและเป็นกังวลใจไม่ได้

ซิ่วไฉเฒ่ายื่นมือมาลูบข้างแก้ม เริ่มขยับเท้าเดินออกไปข้างนอก

“เรื่องนี้เป็นข้าที่ทำผิดไปเอง ทำได้แย่นัก”

เผยเฉียนทำท่าจะพูดแต่ก็ไม่พูด สุดท้ายก็กลืนคำพูดที่มารออยู่ตรงปากกลับลงท้องไป

ซิ่วไฉเฒ่ากลับไม่ยอมละเว้นตัวเองง่ายๆ เขาเอ่ยต่อว่า

“สืบย้อนไปถึงต้นตอ ความลำบากใจในวันนี้เกิดขึ้นเป็นเพราะปีนั้นข้าคิดเรียบง่ายเกินไป คิดว่าตัวเองคำนวณอย่างรอบด้าน ไม่มีปัญหาอะไร บอกตามตรง เกี่ยวกับความเป็นมาของเจ้า เฉินผิงอันถูกปิดหูปิดตามาโดยตลอด แต่ข้ากลับรู้ดีว่าหากไม่เป็นเพราะข้อเสนอของข้า ทางฝั่งของสหายปี้เซียวแห่งอารามกวานเต๋าก็ไม่มีทางจัดการให้มีเรื่องประจวบเหมาะมากมายขนาดนั้นเกิดขึ้น ให้เจ้าได้พบเจอกับเฉินผิงอัน ออกมาจากพื้นที่มงคลดอกบัวด้วยกัน กลายมาเป็นอาจารย์และศิษย์กัน พวกเจ้าก็ไม่ต้องมีความกลุ้มใจอย่างในวันนี้ ตอนนั้นข้ารู้สึกว่าระยะเวลาลงโทษเจียงเซ่อหมื่นปีกำลังจะสิ้นสุดลง ถึงเวลาพอเขาออกจากภูเขา ในใจย่อมเต็มไปด้วยโทสะ จึงคิดอยากจะหาวิธีการที่มั่นคงมาชะลอไว้สักหน่อย หลีกเลี่ยงไม่ให้โลกมนุษย์เกิดสงครามอีกครั้ง ดังนั้นยามที่จัดการกับเรื่องนี้ ข้าจึงมีใจเห็นแก่ตัวอย่างมาก ต้องการผลงานและความสำเร็จอย่างมาก”

ซิ่วไฉเฒ่ากำมือข้างหนึ่งเคาะลงบนฝ่ามืออีกข้างเบาๆ

“คิดว่าทำเช่นนี้ สำหรับผิงอันลูกศิษย์ปิดสำนักที่ตลอดชีวิตไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติตัวหรือการทำเรื่องต่างๆ ก็ล้วนต้องเจอกับความเสียเปรียบเสียก่อน จะทำให้เขาได้รับยันต์คุ้มกันกายแผ่นหนึ่งมาล่วงหน้า ได้รับความรู้สึกดีๆ มาจากปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหาร สะสมความสัมพันธ์ควันธูปที่ไม่เล็กไม่ใหญ่เอาไว้ ชิงความได้เปรียบในโลกแห่งความวุ่นวาย ยกตัวอย่างเช่นหลายปีที่เฉินผิงอันเฝ้าอยู่ที่กำแพงเมืองปราณกระบี่เพียงลำพัง ข้าก็หวังมาโดยตลอดว่าเจียงเซ่อจะสามารถลงมือช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้เขา”

“สำหรับเผยเฉียน สามารถอยู่ข้างกายผิงอัน เดินให้มากมองให้มาก พอวิสัยทัศน์กว้างขวางขึ้น นิสัยก็จะไม่ดื้อรั้นอีกต่อไปแล้ว อยู่ด้วยกันนานวันเข้าก็จะได้รับการกล่อมเกลา กลายเป็นเหมือนเด็กที่เดินออกมาจากตระกูลปัญญาชน มีการอบรมบ่มเพาะ มีการเลี้ยงดูที่ดี มีความรับผิดชอบ สักวันหนึ่งต้องกลายเป็นคุณหนูใหญ่ที่กล้าหาญไม่แพ้บุรุษ ข้ามีความมั่นใจต่อความอดทนของเฉินผิงอันและศักยภาพแฝงของเผยเฉียนอย่างมาก ขอแค่เขายอมรับเจ้า ก็จะต้องดูแลเจ้าเป็นอย่างดีได้แน่นอน อย่างน้อยที่สุดก็สามารถมอบวัยเด็กที่เรียบง่ายให้กับเผยเฉียนได้ เคยเดินทางไกลมาแล้ว ลงหลักปักฐานแล้วก็จะต้องไปเรียนหนังสือที่โรงเรียน เลิกเรียนมาแล้ว ในบ้านก็มีผู้ใหญ่ที่เมตตาใจดี ข้างกายมีเพื่อนที่เข้ากันได้ดีสามารถพูดคุยกันได้ ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเติบโต”

“สำหรับเจียงเซ่อและคนรักของเขาแล้วก็เหมือนมีลูกสาวที่รู้ความว่าง่ายเพิ่มมาคนหนึ่ง หากครอบครัวสามารถกลับมาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา จะไม่ใช่ความขมขื่นหมดสิ้นความหวานชื่นมาเยือนได้อย่างไร เป็นข้าที่คิดไปเองจริงๆ มองใจคนเรียบง่ายเกินไป”

“ส่วนเรื่องที่เจ้าเรียนวิชาหมัดจากอาจารย์ชุยที่เรือนไม้ไผ่ และยังได้โชคชะตาบู๊มาหลายครั้ง ก็เท่ากับว่าได้พบเจอกับเจียงเซ่อล่วงหน้าแล้ว ผิงอันคิดไม่ถึง ข้าก็ยิ่งคิดไม่ถึง”

“เฉินผิงอันอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ ไม่ได้แย่งชิงบุตรสาวมาจากพวกเขา มีอะไรก็ว่าไปอย่างนั้น ลำพังแค่เรื่องนี้ก็ไม่ถือว่าเจียงเซ่อเห็นความหวังดีของคนอื่นเป็นประสงค์ร้าย ใช่แล้ว ข้าจะสามารถรับรองได้อย่างไรว่าพวกเขาเป็นคนสอนลูกสาวเองจะไม่ดียิ่งกว่า? ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นข้าที่ไร้เหตุผลมาตั้งแต่แรก แต่กลับต้องให้เด็กน้อยสองคนอย่างเจ้ากับผิงอันมาแบกรับภาระ ใต้หล้าไม่มีเหตุผลให้เป็นผู้ใหญ่เช่นนี้ ในฐานะผู้เยาว์ พวกเจ้าไม่รู้สึกน้อยใจ แต่กลับไม่ใช่เหตุผลที่ข้าจะสามารถปิดบังพวกเจ้าได้”

ฟังมาถึงตรงนี้ ในที่สุดเผยเฉียนก็อดไม่ไหวอยากพูดความในใจ จึงรวมเสียงให้เป็นเส้น พูดคุยอย่างลับๆ ว่า

“อาจารย์ปู่ อันที่จริงข้ามาเจอเรื่องแบบนี้ก็ไม่ได้รู้สึกแย่ขนาดนั้น ก็แค่ประหลาดใจอยู่บ้าง พวกเจียงเซ่อสองคน ข้าเห็นเป็นแค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญมาเจอกันบนเส้นทาง ข้าสามารถรับรองได้เลยว่าไม่ใช่เพื่อให้อาจารย์ปู่สบายใจถึงได้จงใจพูดแบบนี้ นี่เป็นความในใจของข้าจริงๆ สิ่งที่ทำให้ข้ารู้สึกแย่จริงๆ ก็คือทำให้อาจารย์พ่อที่นับแต่เด็กมาก็มีความคิดและการตัดสินใจที่มั่นคงอย่างมากต้องคิดหนัก ถ้าหาก…”

เดิมทีเผยเฉียนอยากพูดว่าหากเป็นไปได้ อาจารย์พ่อไม่รังเกียจที่นางเป็นตัวถ่วง แต่การต่อสู้ครั้งนี้ต้องนับนางเข้าไปด้วย! สำหรับนางแล้ว ฟ้าดินกว้างใหญ่ อาจารย์พ่อใหญ่ที่สุด

ซิ่วไฉเฒ่าโบกมือตัดบทคำพูดต่อมาของเผยเฉียน เอ่ยเสียงเบาว่า

บทที่ 1150.1 อย่าหวังว่าจะละผ่านไม่เอ่ยถึง 1

บทที่ 1150.1 อย่าหวังว่าจะละผ่านไม่เอ่ยถึง 2

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!