แขกกลุ่มหนึ่งที่มาเยี่ยมเยือนมาหยุดพักเท้าดื่มน้ำชาฟังคำบรรยายใต้ซุ้มเถาวัลย์
เสียงซึงหยกดังถั่งกังวานเป็นบุญหู นำพาให้ปราณวิญญาณแห่งฟ้าดินกระเพื่อมเป็นระลอกเหมือนน้ำไหล คล้ายกับว่าได้ชำระล้างใบไม้ของต้นไม้โบราณที่อยู่ใกล้กับอารมณ์เต๋าจนสะอาดเอี่ยม ทำให้พวกมันยิ่งเป็นสีเขียวขจี
ในเมื่อทางฝั่งของตำหนักหัวหยางยังไม่ออกคำสั่งไล่แขก พวกเขาก็เดินไปทางศาลบรรพจารย์กันเรื่อยๆ เดินเลียบเส้นทางเทพสายหลักขึ้นสู่ที่สูงไปทีละนิด
จุดที่การมองเห็นเปิดกว้างสามารถมองไกลๆ ไปเห็นท่าเรือของภูเขาตีเฝ่ย ท่ามกลางการมองเห็น เงาร่างของพวกเต๋ากวานเล็กจ้อยเหมือนมด เดินสวนกันขวักไขว่ไม่ขาดสาย
มีเรือมังกรข้ามทวีปขนาดใหญ่ยักษ์ลำหนึ่งที่สะดุดตามากที่สุด ยาวร้อยจั้ง กว้างสิบจั้งกว่า ทั้งเกล็ดและหนวดตรงหัวกับหางมังกร ล้วนประดับประดาไปด้วยทอง สิ่งปลูกสร้างบนเรือวิจิตรแวววาวเหมือนหอแก้วเรือนหยก พืชพรรณมีทั้งต้นสนโบราณและต้นป๋ายประหลาด เหมือนอารามเต๋าที่สมบูรณ์แบบแห่งหนึ่ง
ว่ากันว่าเรือที่มีชื่อเสียงซึ่งเป็นของตำหนักชุ่ยเวยลำนี้ ใต้ท้องเรือซุกซ่อนกลไกลี้ลับเอาไว้ จัดเรียงเงินใหญ่ที่หลอมมาจากเหล็กไว้เหมือนหน้าโต๊ะ มีชื่อว่า “เงินยาเซิง” ใช้ต้านทานการโน้มเอียงของตัวเรือยามที่เจอกับพายุโหมกระหน่ำระหว่างที่เดินทางอยู่ในคลื่นทะเลเมฆ
ชายหนุ่มใบหน้าดุร้ายคนหนึ่งทำลายบรรยากาศที่เงียบสงบขึ้นมาก่อน เขาเปิดปากถามว่าทางฝั่งของยอดเขา เหมาจุยเริ่มรู้สึกว่าต้องมองลูกหลานตระกูลชนชั้นสูงกลุ่มนี้เสียใหม่ อายุและความสามารถต่างก็ไม่สูง ความกล้ากับคำพูดคำจากลับใหญ่โตเสียจริง
อินเซี่ยนก็ยิ่งมีสีหน้ากระอักกระอ่วน เจ้าพวกตัวก่อเรื่องที่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำกลุ่มนี้ไม่ว่าอะไรก็กล้าคุยกันจริงๆ
แต่นี่ก็แสดงให้เห็นว่าสกุลหยางหงหนงมีข่าวสารที่ว่องไวอย่างแท้จริง เต๋ากวานราชสำนักกี่มากน้อยที่แม้กระทั่งชื่อแซ่ของปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหารก็ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน
มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ในมือถือกิ่งหลิวซึ่งไม่รู้ว่าไปแอบเด็ดมาจากไหน สะบัดข้อมือ ก้าวเดินอย่างผ่อนคลาย พูดกลั้วหัวเราะว่าคนหนึ่งกล้าถาม อีกคนหนึ่งก็กล้าตอบ ไม่เสียแรงที่เป็นพี่น้องต่างแซ่ที่เพิ่งจะเจอหน้าก็ถูกชะตากันอย่างมาก พูดคุยเรื่องพวกนี้ เดิมทีก็ไม่มีข้อห้ามอะไรอยู่แล้ว ก็เหมือนผู้หลอมลมปราณของใต้หล้าไพศาลที่ดื่มเหล้าเข้าไปเล็กน้อยก็บอกว่าจะต้องบุกไปโจมตีป๋ายอวี๋จิง แต่ปัญหาก็คือเวลานี้ พวกเขาอยู่ในภูเขาตีเฝ่ย ถึงอย่างไรนี่ก็ไม่ถูกกาลเทศะ
“อันดับรองลงมา ต่อให้ภายในของสำนักการทหารมีใจเดียวกัน ยินดีรับเขาเป็นบรรพบุรุษกลับเข้าตระกูล ต่อจากนี้ก็ต้องดูท่าทีของศาลบุ๋นแผ่นดินกลาง ถึงอย่างไรไพศาลก็คือใต้หล้าของบัณฑิต หลี่เซิงจะพยักหน้าตอบตกลงหรือไม่ก็คือ กุญแจสำคัญ หย่าเซิงกับเหวินเซิงสองท่านนี้ สรุปแล้วจะยอมรับเรื่องนี้ไปโดยปริยายหรือยืนกรานว่าจะไม่เห็นด้วยแน่นอนว่าก็สำคัญมากเหมือนกัน”
“สุดท้าย ต่อให้ผ่านสองด่านนี้ไปได้ ชาวประมงที่ไม่ยอมจอดเรือเทียบฝั่งให้ปรมาจารย์มหาปราชญ์ขึ้นไปบนเรือคนนั้น จะยอมรับมหามรรคาของสำนักการทหารแซ่เจียงหรือไม่ ก็กลายเป็นความสำคัญในความสำคัญว่าจะได้เป็นระบบสืบทอดที่ถูกต้องหรือไม่”
“สนามรบที่มองไม่เห็นสามแห่งมีด่านหลายต่อหลายชั้น ก็ต้องดูว่าปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหารท่านนั้นจะจัดขบวนทัพอย่างไร ผ่านด่านสังหารแม่ทัพ บุกโจมตีไปทีละลำดับขั้นตอน ทำลายเมืองและยึดค่ายได้สำเร็จ หากไม่ทันระวัง คนแซ่เจียงเจรจากับศาลบุ๋นไม่รู้เรื่อง ยืนกรานว่าจะแตกหักกัน โลกแห่งความสงบสุขที่ได้มาไม่ง่าย จะต้องถอยกลับไปเป็นกลียุควุ่นวายอีกครั้ง กลายมามีสภาพการณ์เดียวกับวิถีทางโลกของใต้หล้ามืดสลัวพวกเราในทุกวันนี้”
มีผู้เฒ่าหน้าตาเหมือนคนโบราณหัวเราะร่า เอ่ยว่า“หมายความว่าอย่างไร?”
“ยกตัวอย่างเช่น สำนักการทหารอยากจะให้เกิดการร่วมสังหารอีกครั้งนานแล้ว คิดหาวิธีจะให้ปฐมบรรพบุรุษรับผลจากการกระทำของตัวเอง คือการตัดรากถอนโคนที่มีเหตุผลชอบธรรม?”
“ถ้าอย่างนั้นจะมีคนอีกคนหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง จิตใจทะเยอทะยาน แอบวางแผนอย่างลับๆ มานานมากแล้ว คิดจะเป็นนกพิราบที่ยึดรังนกกางเขนหรือไม่?”
“หากปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหารกับชาวประมงคนนั้นเป็นพวกเดียวกันมานานแล้ว เลือกจะอ้อมผ่านศาลบุ๋นของลัทธิขงจื๊อไป จับมือกับเปลี่ยวร่างโดยตรง? ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะเปลี่ยนแปลงฟ้าดินให้หมดจด? วางแผนให้ไพศาลใหม่อีกครั้งล่ะ?”
พอหัวข้อสนทนานี้เกิดขึ้นมา แต่ละคนก็พากันวิพากษ์วิจารณ์โดยยึดตามความคิดเห็นของตัวเอง บรรยากาศสับสนวุ่นวายไปหมด
ทางฝั่งของยอดเขา อินเซี่ยนเอ่ยว่า

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!