เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1154

ก่อนจะขึ้นเขามา อาศัยการเป็นฝ่ายชวนคุยเรื่องนั่นเรื่องนี่ สวีซวี่หยวนจึงรู้ว่าเถียนก้งผู้นี้บอกว่าตัวเองชอบฝึกวิชาเซียนมาตั้งแต่เด็ก แต่วิธีการไม่ถูกหลัก ลำบากตรงที่ไม่มีอาจารย์คอยช่วยชี้แนะ หูข้างหนึ่งจึงหนวก แล้วยังได้รับบาดเจ็บที่อวัยวะภายใน ภายนอกออกมาแสวงหาความเป็นเซียนข้างนอก ขึ้นเขาลงห้วย ตามหาผู้บรรลุมรรคาที่สามารถรักษาโรคและชักนำให้ฝึกเซียนได้สำเร็จ

โชคดีที่สวรรค์ไม่ไร้ทางให้คนเดิน เขาจึงเจอผู้หลอมลมปราณที่ออกมาท่องโลกมนุษย์ในตลาดแห่งหนึ่งจริงๆ ผ่านการทดสอบหลากหลายรูปแบบ ยอดฝีมือเห็นว่าจิตแห่งมรรคาของเขาหนักแน่น จึงนำทางเขาขึ้นเขา ฝึกวิชาเซียนที่แท้จริง ดังนั้นสวีซวี่หยวนถึงได้เดาว่า ‘นักพรตหลง” ผู้นี้ก็คืออาจารย์ผู้ชี้แนะที่ชักนำเถียนก้งที่ในอดีตเคยเดินทางผิด จนทำให้ตัวเองหูหนวกไปข้างหนึ่ง

ตัวเลือกอาจารย์ผู้ชี้แนะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในใจของสวีซวี่หยวนในอดีตก็คือเกากูแห่งตำหนักหัวหยาง ด้วยเหตุนี้เขายังตั้งใจมาเยือนอารามแห่งหนึ่งของภูเขาตีเฝ่ยโดยเฉพาะ มาเป็นนักพรตที่ประจำการอยู่ที่นั่น ปิดบังชื่อแซ่อยู่ร้อยกว่าปี ได้เรียนรู้วิชายันต์อย่างจริงจังตั้งใจหลอมโอสถ

น่าเสียดายที่เกากูมองดูอยู่หลายปีก็ยังไม่เลือกสวีซวี่หยวน คงเป็นเพราะไม่อยากจะให้คนหนุ่มต้องเสียเวลาต่อไป จึงเป็นฝ่ายปรากฏตัวโน้มน้าวให้เขาลงจากภูเขาไปหาอาจารย์คนอื่น เกากูแสดงท่าทีชัดเจนขนาดนี้แล้ว สวีซวี่หยวนจึงไม่สะดวกจะทำหน้าหนาอยู่ในอารามต่อ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกากูยังแนะนำเขาว่า สามารถไปเยือนมณฑลเสี่ยวซือได้ สวีซวี่หยวนถึงได้ไปที่นั่น แล้วก็ได้รู้จักกับนักพรตเฒ่าที่เลี้ยงห่านคนนั้นจริงๆ ได้เรียนรู้วิธีการดีๆ มาจากหวังซึง เพียงแต่ว่าพวกเขาไม่มีฐานะเป็นอาจารย์และศิษย์กัน

เถียนก้งคิดแค่ว่านั่นเป็นคำพูดตามมารยาท จึงพยักหน้าตอบตกลงด้วยรอยยิ้ม คนเราอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ร่อนเร่พเนจรไร้ที่พึ่ง ย่อมรู้สึกเหงาเดียวดายอย่างเลี่ยงไม่ได้ ได้เจอกับสหายที่ถูกชะตาคนหนึ่ง จึงทำให้เขาปิติยินดีมากเป็นพิเศษ

หลัวอีรู้เรื่องวงใน แต่ก็ได้แต่อ่อนใจ ห่านตุ๋นหม้อเหล็กของสวีซวี่หยวน หากไม่กินได้ก็อย่ากินจะดีกว่า

สวีซวี่หยวนใช้เสียงในใจยิ้มเอ่ย
“สหายจินเซิง เจ้าเองก็ใช้นามแฝงเหมือนกับข้ากระมัง?”

เถียนก้งลังเลเล็กน้อย แต่ก็ยังพยักหน้ารับ

สวีซวี่หยวนตบไหล่ของเถียนก้ง
“บอกตามตรง ชื่อจริงของข้ามีชื่อเสียงไม่น้อยเลยนะ เพียงแต่อย่าไปพูดถึงจะดีกว่า คบหาสหายต้องมอบใจให้กัน ไม่ใช่คบหากันด้วยชื่อเสียงสักหน่อย”เถียนก้งหัวเราะ
“ชื่อจริงของข้าไม่เป็นที่รู้จัก จะบอกหรือไม่บอกก็ไม่ต่างกัน”สวีซวี่หยวนโอบไหล่ของเถียนก้ง กดเสียงต่ำเอ่ยว่า
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราต่างก็มาเปิดเผยความลับ บอกชื่อแซ่แท้จริงให้กันรู้?”

เถียนก้งเพียงแค่ส่ายหน้า

สวีซวี่หยวนเอ่ยเสียงแผ่วเบา
“อันที่จริง ข้าแซ่เฉิน นามผิงอัน เจ้ารู้แค่คนเดียวก็พออย่าเอาไปแพร่งพรายข้างนอกเด็ดขาด”

เถียนก้งอึ้งค้างอยู่กับที่ มองคนผู้นี้อย่างเหม่อลอย ไม่รู้ว่าตกตะลึงกับความหน้าหนาของ ‘ซางเจียว” หรือสงสัยว่าตัวเองมองผิดไป เข้าใจผิดคิดว่า “ซางเจียว” สามารถคบหาเป็นสหายได้ ที่แท้ความกระตือรือร้นของตนก็เป็นแค่เรื่องสนุกของอีกฝ่ายเท่านั้น?

สวี่เหมียนได้ยินก็เบิกตากว้าง ใช้เสียงในใจเอ่ยเตือน
“จำไว้ว่าอย่าเรียกชื่อของอินกวานออกมาตรงๆ!”

สวีซวี่หยวนขุ่นเคือง

หวังเจินตบหลังมือของสวีซวี่หยวน ยิ้มเอ่ยว่า
“ในเมื่อสหาย “ซางเจียว” บอกมาแล้วถ้าอย่างนั้นข้าเองก็ควรรู้อะไรควรไม่ควร ชื่ออักษรเดียว ไม้น้ำไฟดินล้วนเป็นของปลอม”

สวีซวี่หยวนปล่อยมือออก มึนงงไปทันใด

เวลานี้มีนักพรตของตำหนักหัวหยางคนหนึ่งเดินมาบอกว่าเจ้าตำหนักเชิญทุกท่าน

ระหว่างที่กำลังครุ่นคิด สวีอิ่งหนิงผู้เป็นพี่สาวก็หัวเราะคิกช่วยไขข้อข้องใจให้
“ไม้น้ำไฟดิน ห้าธาตุขาดธาตุทองไป ในเมื่อล้วนเป็นของปลอม ก็ต้องมีของจริง ด้านข้างอักษรคำว่าทองเพิ่มอักษรคำว่าจริง เข้าไปก็คือ ‘เจิน้ ? ก็สอดคล้องกับฉายา “จินเซิง” ของเถียนก้งพอดี”

ชื่ออักษรเดียว คือคำว่า “เจิน”

สวีซวี่หยวนกระจ่างแจ้งทันใด ชื่อเดียวว่าเจิน? ถ้าอย่างนั้นแซ่แท้จริงล่ะคืออะไร?

สวีอิ่งหนิงเห็นว่าน้องชายยังไม่มีไหวพริบ เบาะแสที่ชัดเจนขนาดนี้กลับยังพลาดไปได้
“ชื่อแซ่” ว่าเถียนก้งนี้ก็ไม่ใช่คำตอบหรอกหรือ?

ขณะที่กำลังจะไขปริศนาให้เขา นางกลับเงยหน้ามองไปเห็นกรอบป้ายคำว่าเรือนหมื่นตำรา ความคิดจึงไปอยู่ที่เรื่องอื่น

หลัวอีถาม
“ทำไมถึงใส่ใจเถียนก้งผู้นี้ขนาดนี้”สวีซวี่หยวนเอ่ยสัพยอก
“ทำไมรู้สึกว่าพี่น้องเถียนก้งของพวกเรามีคุณสมบัติธรรมดาเกินไป ทั่วร่างมีแต่กลิ่นดินไม่เข้าตา อย่างเจ้านี่เรียกว่าคนบ้านนอกขาเปื้อนโคลนดูแคลนคนบ้านนอกขาเปื้อนโคลน!”

หลัวอีหลุดหัวเราะพรืด บัณฑิตต่างก็ชอบใช้เหตุผลบิดเบี้ยว ในฐานะฮ่องเต้ผู้บุกเบิกแคว้นของราชวงศ์ที่ใหญ่ที่สุดในหนึ่งมณฑล เขาเชี่ยวชาญแค่การใช้งานบัณฑิตหรือไม่ก็ตัดหัวของพวกเขา

อันที่จริงชาติกำเนิดของหลัวอีต่ำมาก เป็นพลทหารตัวเล็กในกองทัพ เดินทีละก้าวจนมามีตำแหน่งสูงอย่างในทุกวันนี้ แน่นอนว่าไม่มีทางรู้สึกดูแคลนเถียนก้งเพียงแค่เพราะแค่มองก็รู้ว่าเขาไม่ได้มาจากตระกูลชั้นสูง อีกอย่างตระกูลสูงศักดิ์จะนับเป็นอะไรได้ หวนนึกถึงปีนั้น ศึกเปิดแคว้นในขณะที่แผ่นดินสุขสงบ เมื่อกองทัพใต้บังคับบัญชาของเขาบุกฆ่าเข้าไปในเมืองหลวงเก่า บนถนนใหญ่หลายสายเลือดนองเป็นสายน้ำ ล้วนไหลออกมาจากในจวนเชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นสูงทั้งสิ้น กีบเท้าเท้าที่เขานั่งอยู่เหยียบย่ำจนเกือบจะลื่นล้ม ตอนนั้นข้างกายมีผู้ให้คำปรึกษาที่เอ่ยทัดทาน รู้สึกว่าการกระทำเช่นนี้ไม่เหมาะ ไม่ควบคุมหน่อยหรือ? ฆ่ามากไปก็ง่ายที่จะไม่ได้ใจผู้คนในหนังสือประวัติศาสตร์ของรุ่นหลังก็ไม่น่าดู

หลัวอีนั่งอยู่บนหลังม้าสูง สีหน้าเรียบเฉย ตอบไปแค่ประโยคเดียวว่า
“ต้องควบคุมเสียหน่อย ลงดาบช้าเกินไปแล้ว”สวีซวี่หยวนกระซิบ
“พี่สาวสองคนนั่นของข้า ขึ้นชื่อว่าสายตาสูง มองคนแม่นยำ พวกนางวิจารณ์พี่น้องอู่ซีว่าอย่างไรคงไม่พูดถึง แล้วจะพูดถึงแค่เจ้าก็แล้วกัน”เหลือบมองสวี่เหมียน ชายฉกรรจ์ที่ไม่ถนัดยิ้มแย้มพูดคุยก็อิ่มรับหนึ่งที เงียบไปพักใหญ่ก่อนเอ่ยว่า
“คนบ้านเดียวกันไม่พูดจาห่างเหิน วันหน้าก็เรียกข้าว่าพี่เขยก็แล้วกัน”

บทที่ 1154.3 เป้าธนู 1

บทที่ 1154.3 เป้าธนู 2

หยางเจ้ายิ้มสดใส ถามตรงเข้าประเด็นว่า
“เจ้าตำหนักเหมา ขอข้าเข้าไปดูในห้องหนังสือได้ไหม?”เหมาจุยกล่าว
“ตามสบาย”ไม่รอให้หยางเจิงขัดขวาง เด็กหนุ่มก็ก้าวเร็วๆ เข้าไปในห้องหนังสือ แล้วจ้องมองของตกแต่งบนโต๊ะหนังสือ สายตาไปหยุดอยู่บนจานฝนหมึกที่ยังมีน้ำหมึกหลงเหลืออยู่ พึมพำกับตัวเองว่า
“จานฝนหมึกกระเบื้องประเภทนี้ แม้จะรู้ว่ามันมีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัว แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็มองข้อดีไม่ออกเลยสักนิด”

สตรีที่สวมหมวกคลุมหน้าใช้เสียงในใจสั่งสอนเขาว่าอย่าไร้มารยาท หากยังพูดมากอีกคำเดียวจะต้องลงจากภูเขาไปทันที ขณะเดียวกันนางก็เปิดปากยิ้มพูดเบาๆ ว่า
“เด็กหนุ่มชมจานฝนหมึก เห็นเพียงความงามของมัน ไม่เห็นความอัปลักษณ์ สืบสาวราวเรื่องกันแล้วก็เพราะประสบการณ์และการสั่งสมยังไม่เพียงพอ”หยางเจารีบกุมหมัดหันไปทางห้องโถง เอ่ยวิงวอนว่า
“พี่สาวคนดี อย่าด่าอีกเลย กว่าจะปีนกำแพงแอบออกไปได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ตลอดทางมานี้โดนด่าจนหูแฉะ กินคำด่ามาจนเต็มกลืนแล้ว”

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!