เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1156

นักพรตน้อยกับแม่นางน้อยชุดดำยกน้ำชามา พวกเขาไม่นั่งลงที่โต๊ะ แต่ไปนั่งที่เก้าอี้ไม้ไผ่แทน หลิวเสี่ยงเอ่ยขอบคุณพวกเขา ดื่มน้ำชาที่ควันร้อนลอยระอุ เป่าลมหนึ่งทีจิบน้ำชาหนึ่งคำ ผิวน้ำในถ้วยชาก็เหมือนกระจกเล็กๆ หนึ่งบาน

หากจะบอกว่าอักษรสวรรค์คือตำราไร้ตัวอักษรที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทิ้งไว้ให้กับโลกมนุษย์ ถ้าอย่างนั้นบนโต๊ะในเวลานี้ อักษรน้ำที่เป็นริ้วกระเพื่อมในถ้วยก็คล้ายกับร่องรอยของบุคคลและเรื่องราวในโลกมนุษย์ ในใจลู่เสิ่นเป็นกังวล ยืมตำรา? กลัวก็แต่ว่าเจิงจวีจงจะจงใจใช้คำพูดที่คลุมเครือ แต่แท้จริงแล้วต้องการจะมายืมชีวิต “ยืมมรรคา” ที่นี่เสียมากกว่า ยืมตำราของข้าเพื่อเอามาใช้สังหารตัวข้า ลอบขโมยมรรคาของข้า?

ทุกวันนี้ในภูเขาลั่วพั่วก็ไม่ใช่ว่ามีบุคคลผู้หนึ่งที่ชอบ “ยืมฉายาจากสหาย” อยู่หรอกหรือ? เส้นสายสืบทอดสามสิบกว่าเส้นที่ “ควันธูปขาดสะบั้นอย่างสิ้นเชิง” ที่อยู่บนร่างป๋ายจิ้งนั้นได้มาได้อย่างไร?

ลู่เสิ่นจำต้องยอมรับว่าประลองสติปัญญา ประลองความกล้า ประลองกำลัง ประลองจิตใจกับเจิงจวีจงล้วนไม่มีโอกาสชนะสักเสี้ยว ให้พูดถึงตอนนี้ยังมีผู้ฝึกตนอีกมากมายที่ไม่เคยรู้ถึงความจริงที่น่ากลัวบางอย่าง หลายๆ ใต้หล้าในทุกวันนี้ หรือไม่ควรพูดว่าโลกมนุษย์ทั้งใบ บุคคลเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถพันธนาการเจิงจวีจงได้ มีแค่หลีเซิ่งที่จำเป็นต้องอยู่นอกฟ้าเท่านั้นจริงๆ นอกจากนี้คนอย่างอวี๋โต้ว? เฝ่ยหรานแห่งเปลี่ยวร้าง? ดังนั้นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวของลู่เสิ่นในตอนนี้ก็คือความ “ไม่ใช่มนุษย์” มากเกินไปของเจิงจวีจง กลับกลายเป็นว่าทุกๆ การกระทำของเขาล้วนถูกทางศาลบุ๋นจับตามอง?

เจิงจวีจงพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “ไม่จำเป็นต้องคิดมาก ก็คือความหมายตามตัวอักษร ข้าต้องการขอยืมบทคันฉ่องดินเล่มนั้นของเจ้า”

ลู่เสิ่นถามอย่างสงสัย “อาจารย์เจิงมีความรู้สูงส่งลึกซึ้ง แต่กลับสนใจตำราเล่มนี้หรือ?” แล้วนับประสาอะไรกับที่หากเจิงจวีจงมีใจอยากอ่านตำราเล่มนี้จริง ด้วยตบะของเขาเวทคาถาตราผนึกของตระกูลสกุลลู่จะสามารถขัดขวางเขาได้หรือ? ต่อให้ลู่เสิ่นจะรู้ดีว่าสถานที่ต้องห้ามถูกโจรม่าบุก คาดว่าก็คงได้แค่หลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่ง ให้เจิงจวีจงมาเปิดตำราอ่านอย่างเงียบเชียบเท่านั้น เจิงจวีจงยกถ้วยชาขึ้นมาจิบน้ำชาหนึ่งอึก ปรายตามองลู่เสิ่น

“คิดว่าข้าไม่รู้จริงๆ หรือว่าบทคันฉ่องดินมีสามเล่ม?”

บทคันฉ่องดินของตระกูลสกุลลู่ต้นฉบับดั้งเดิมมีแค่เล่มเดียว ลูกศิษย์ผู้สืบทอดของสกุลลู่ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและจิตแห่งมรรคาล้วนสามารถเปิดอ่านได้ ส่วนเล่มที่ปีนั้นผ่านการปรับแก้ให้สมบูรณ์แบบ เพิ่มเติมเนื้อหา และอธิบายตีความด้วยลายมือของลู่เสิ่นเอง ก็คือเล่มที่สอง มีแค่บรรพจารย์และผู้มีคุณความชอบบางส่วนเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้เปิดอ่าน และตัวลู่เสิ่นเองก็คือเล่มที่สาม เนื้อหาทั้งหมดในบทคันฉ่องดินสองเล่มแรก เจิงจวีจงอ่านจนจำได้ขึ้นใจแล้ว คนอย่างพวกลู่เหว่ยต้องไม่มีทางมีความเข้าใจและมีพรสวรรค์ต่อบทคันฉ่องดินได้เหมือนคนนอกอย่างเจิงจวีจงแน่นอน พบเจอกันบนเส้นทาง ใครกล้าวิจารณ์ใครก็ยังไม่แน่ ลู่เสิ่นสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งที

หลิวเสี่ยงเข้าใจเรื่องหนึ่งดี โจวจือเคยไปอยู่ในสวนกงเต๋อช่วงระยะเวลาหนึ่งจริง ทางศาลบุ๋นช่วยเปิดประตูเพื่อความสะดวกให้เขาโดยเฉพาะ โจวจือต้องการค่อยๆ ทำความเข้าใจความรู้ของห้าธาตุหยินหยางให้ลึกซึ้งไปทีละลำดับ ตำราใหญ่เล่มหนึ่งที่ถูกขนานนามว่าเป็นผู้นำแห่งหมู่คัมภีร์ มันยังมีตำราช่วยเสริมอีกสองเล่มเหมือนเป็น “ปีก” เล่มหนึ่งอยู่ที่หอหลินไถของสวนกงเต๋อ จึงเชิงฉีผิงเป็นผู้เก็บรักษา อีกเล่มหนึ่งถูกสกุลลู่เก็บรักษาไว้อย่างดีที่หน่วยจือหลันหอสวรรค์ ในฐานะเจ้าประมุขที่ถูกต้องชอบธรรมจึงเป็นดั่งศาลาอยู่ใกล้น้ำได้ยลจันทร์ก่อน ได้สืบทอดเส้นทางของคนรุ่นก่อนด้วยการศึกษาตำราเล่มนี้อย่างลึกซึ้งถึงแก่น สุดท้ายวิวัฒนาการออกมาเป็นความรู้สายหนึ่งของบทคันฉ่องดิน ตำราเล่มนี้มีเกินกว่าเป็นจุดเริ่มต้น ฟ้าดินแปรเปลี่ยน ชะตากรรมชีวิตมนุษย์เหมือนขุนเขาที่ยอดยาว ล้วนเป็นเส้นทางการเคลื่อนที่ของพลังมังกร ยอดเขาทียนตูเผชิญหน้ากับภูเขาลั่วพั่ว

อารามจินติตางทางทิศเหนือของอุตรกุรุทวีปกลับเผชิญหน้าสำนักกระบี่ชิงผิง สำนักเบื้องล่างของภูเขาลั่วพั่ว หลายพันปีที่ผ่านมา โจวจื่อฟ้า สกุลสู่ดิน แต่ละคนต่างก็ยึดครองแผ่นดินของสำนักหยินหยางกันไปคนละครึ่ง ช่วงเริ่มต้นของการพิสูจน์มรรคาเป็นบินทะยาน ลู่เสิ่นเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและความมุ่งมั่น หัวใจสูงยิ่งกว่าแผ่นฟ้า รอกระทั่งจิตแห่งมรรคาดวงหนึ่ง “ชนกับกำแพง” ก็ยังไม่ถอดใจอย่างสิ้นเชิง คิดว่าเส้นทางแห่งห้าธาตุหยินหยางถึงกับกว้างใหญ่ไพศาลถึงเพียงนี้ ต่อให้เจ้าโจวจือไม่ยอมหลีกทาง สวรรค์ก็ไม่ไร้เส้นทางให้คนเดิน ข้าลู่เสิ่นแค่เดินอ้อมไป ไม่ช่วงชิงบนมหามรรคาที่เป็นสะพานไม้ท่อนเดียวกับเจ้าอีกต่อไป บุกเบิกเส้นทางสายใหม่ ถึงอย่างไรก็น่าจะยังมีโอกาสเสี้ยวหนึ่งในการผสานมรรคากระมัง?

ดังนั้นตระกูลสกุลลู่ถึงได้มีบทคันฉ่องดิน ในเมื่อฟ้าอำนวยไม่สู้ดินอวยพร ดินอวยพรไม่สู้คนสามัคคี มนุษย์ก็ต้องเอาชนะสวรรค์ได้แน่นอน

และในเมื่อตั้งชื่อว่าบทคันฉ่องดิน แกนกลางสำคัญย่อมเป็น “ดิน” ที่อยู่บน “คันฉ่อง” คำว่าคันฉ่องดิน ดินรองรับน้ำ ภาพสะท้อนอยู่ภายใน สามารถมองคนแล้วก็สามารถมองตัวเอง น้ำในถ้วยใบหนึ่งบนโต๊ะสามารถเป็นคันฉ่องดิน ทะเลสาบหวนเจียนที่อยู่ใกล้กันแน่นอนว่ายิ่งใช่ จำต้องยอมรับว่าก็เพราะอยู่ในมือของลู่เสิ่น ถึงได้ผลักดันให้บทคันฉ่องดินขยับขึ้นสูงไปจนถึงขอบเขตใหม่ ตำราที่เจิงจวีจงจะขอยืมจากลู่เสิ่นก็คือบทคันฉ่องดิน หลิวเสี่ยงเอ่ยเนิบช้า

“เกิ้นกว้าคล้ายคลึงกับเฉียนกว้า ต่างก็เป็นเหมือนกว้าหลักกับกว้ารอง เกิ้นควบกับภูเขา ไม่เหมือนกับแม่น้ำสองสายที่อาจจะมารวมกันเป็นหนึ่ง ในเมื่อมีภูเขาสองลูกก็ถูกลิขิตมาแล้วว่าไม่อาจเป็นภูเขาลูกเดียวได้ แต่ภูเขาหลักกับภูเขารองสองลูกต่างก็สามารถส่งผลกระทบให้กันและกันได้ แล้วก็ต้องมีการบรรจบกันอย่างแน่นอน สมมติว่าสกุลลู่เลือกเกินกว้า เฉินผิงอันเลือกภูเขาลั่วพั่วไว้ก่อน ลู่เสิ่นค่อยเลือกยอดเขาทียนตู ก็คือสถานการณ์ที่ถูกกำหนดมาแน่นอนแล้ว ถ้าอย่างนั้นเจ้าแห่งภูเขาทั้งสองลูกจะเจอหน้ากันเมื่อไหร่ จะติดต่อพูดคุยกันอย่างไร ควรจะลงมือและควรจะหยุดอย่างไรให้เหมาะสมจึงกลายมาเป็นกุญแจสำคัญในการวัดความรู้สูงต่ำ กลอุบายตื้นลึกรวมไปถึงว่าจะสำเร็จหรือพ่ายแพ้ของทั้งสองฝ่าย”

“ดังนั้นการที่อนุญาตให้เจ้าขึ้นมาบนชายฝั่งของแจกันสมบัติทวีป เข้ามาในอาณาเขตของถ้ำสวรรค์หลีจูเก่า เดิมทีก็เป็นการคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าของซยุฉานอยู่แล้ว ส่วนการที่บอกให้สกุลลู่เดิมพันกับแจกันสมบัติทวีป ก็เพราะเขาจงใจจะปั่นหัวเจ้าเล่น” หลิวเสี่ยงสอดสองมือไว้ในชายแขนเสื้อ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “เกิ้นกว้า หยุดอยู่ด้านหลังเขา มองไม่เห็นด้านหน้าของเขา เข้ามาในลานบ้านของเขา แต่กลับไม่เห็นตัวเขา ย่อมไม่มีภัย”

พอจะฟังควานัยออก เว่ยป้อจึงถามว่า “อาจารย์หลิว ตามคำอธิบายของสัญลักษณ์กว้า ทำไมสกุลลู่ถึงไม่เปลี่ยนยอดเขาทียนตูที่อยู่ทางทิศตะวันออกของภูเขาสั่วทั่วไปเป็นภูเขาฮุยเหมิงที่อยู่ทางทิศเหนือโดยตรงเลย? นั่นจะไม่ยิ่งสอดคล้องกับคำว่า “เกิ้นกว้า หยุดอยู่ด้านหลังเขา” หรอกหรือ?”

ใบหน้าของลู่เสิ่นขมขื่น ส่ายหน้าเบาๆ “รากฐานของภูเขาฮุยเหมิงบางเบาเกินไป ปราณแห่งมรรคาเจือจาง ภูเขาก็เตี้ยกว่า ข้าไม่เหมาะจะอยู่ที่นั่น” เดิมทีด้วยตบะและขอบเขตของลู่เหว่ย กลับเหมาะจะบุกเบิกพื้นที่ประกอบพิธีกรรมอยู่ในภูเขาฮุยเหมิงมากกว่า แต่ถ้ำสวรรค์หลีจูปริแตกร่วงหล่นลงพื้น ลู่เหว่ยที่จิตแห่งมรรคาได้รับความเสียหาย ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่อยู่ต่อที่นี่อีกแม้แต่ครู่ยามเดียว บวกกับที่ฮองเฮาหนันจานที่มีชื่อจริงว่าลู่เจียงคือหมากตัวหนึ่งที่สำคัญอย่างมากจริงๆ ทางตระกูลจึงให้ลู่เหว่ยไปคุ้มครองนางอยู่ที่เมืองหลวงต้าหลี รอกระทั่ง “ซิ่งเหอ” ขึ้นครองราชย์ หนันจานก็ได้ถือโอกาสนี้กลายไปเป็นไทเฮาของราชวงศ์ “ซ่งมู่” ไปครองแค้วนศักดินาอยู่ที่เมืองลัวจิง เมืองหลวงสำรอง ลู่เหว่ยก็ถือว่าได้ทำความดีชดใช้ความผิด แค่ต้องเจอกับเฉินผิงอันอีกครั้งก็สามารถกลับไปที่ตระกูลได้แล้ว

ก็เหมือนอย่างที่หลิวเสี่ยงเอ่ยไว้ก่อนหน้านี้ เกี่ยวพันกับชีวิตมหามรรคาและความรุ่งโรจน์ความเสื่อมถอยของตระกูล ลู่เสิ่นหรือจะกล้าแบกรับภาระทั้งหมดมาไว้ที่ตัวเองคนเดียวอย่างสะเพร่า แต่เลือกยอดเขาทียนตูก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อดีเสียเลย กลับเป็นว่ามีความหวังรออยู่ที่ปลายทาง สิ่งที่ลู่เสิ่นต้องการก็คือลงมือและหยุดได้อย่างเหมาะสม เคลื่อนไหวหยุดนิ่งได้อย่างถูกจังหวะ มองเห็นแสงสว่างบนเส้นทางอันสดใส

“ไม่เคยขยับเขยื้อนบ้านบรรพบุรุษที่ตรอกหนีผิง ได้ตำราหมัดมา ตั้งใจเรียนวรยุทธฝึกหมัดเพื่อต่อชีวิต ก็ไม่ได้เป็นดังคำกล่าวที่ว่าแม้จะมีโรคติดตัว แต่ก็ยืดอายุได้หรอกหรือ ไม่ละโมบในทรัพย์สินเงินทอง ชอบทำตัวเป็นกุมารแจกทรัพย์ ไม่ยอมพูดนินทาคนอื่นลับหลัง… มากมายหลายอย่าง ประสานแนบแน่นไร้รอยต่อ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ล้วนทำได้อย่างเหมาะสม” เอ่ยมาถึงตรงนี้ หลิวเสี่ยงก็ยิ้มถามว่า “ถือว่าชะตาฟ้าลิขิตเข้าข้างหรือไม่?”

เจิงจวีจงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “พวกเรานั่งกันอยู่ตรงนี้ ถือว่าชะตาฟ้าลิขิตเข้าข้างหรือไม่ ต่อให้ฟ้าจะลิขิตชะตามำแล้ว แต่กระนั้นก็ยังต้องแสวงหาความสุขด้วยตัวเอง”

หลิวเสี่ยงกล่าว “เส้นหกสี่ของกว้า เปลี่ยนเป็นเส้นห้าหก ล่างเกิ้นกว้า บนหลีกว้า ต่างก็เป็นด้านกลับของกันและกัน ออกเดินทางไกล เหมือนกองไฟในภูเขาที่ทอดยาวไปข้างหน้าด้วยเหตุนี้จึงควบม้าเดินทางอย่างรีบร้อน สามารถรักษาบ้านให้ปลอดภัย ชะตาชีวิตคู่… กลับธรรมดา”

“ทะเลสาบซูเจียน เส้นเก้าสามของกว้า เหมือนร่างกายมนุษย์ที่เลือดลมไม่โล่งโปร่ง”

“ดังนั้นถึงได้บอกว่าเขาหาเรื่องลำบากให้ตัวเอง ไม่เสียแรงที่เป็นเจ้าขุนเขาเฉิน”

เว่ยป้อพลันถามว่า “ใบถงทวีปเลือกที่จะขุดเจาะลำน้ำใหญ่ ก็คือความเข้าใจที่เฉินผิงอันมีต่อเส้นเก้าสามอย่างหนึ่งหรือ?”

หลิวเสี่ยงพยักหน้า “ประมาณนั้น”

บทที่ 1156.1 คำทำนายบนใบเซียมซี 1

บทที่ 1156.1 คำทำนายบนใบเซียมซี 2

บทที่ 1156.1 คำทำนายบนใบเซียมซี 3

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!