เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1157

ฟ้าดิน นกในกรง นกนางแอ่นบินวนอยู่หน้าศาลากว้าง จิตแห่งมรรคาคือดวงจันทร์ใต้บ่อ

ความมั่งคั่งและเกียรติยศดั่งห่านบินอยู่ริมขอบฟ้า ชีวิตคนดังจอกแหนล่องลอยอยู่บนผิวน้ำ

ยืนอยู่ในศาลาริมน้ำ หดมืออยู่ในชายแขนเสื้อ นับนิ้วคำนวณ

ผู้เฒ่าที่มีสถานะเป็นเค่อชิงสกุลหยาง ตั้งฉายาให้ตัวเองว่านักพรตหลง ขมวดคิ้วน้อยๆ เปลี่ยนใจกะทันหัน คิดว่าจะพูดคุยกับหวงเจิ้นให้มากอีกหน่อย จึงเอ่ยถามเหมือนชวนคุยว่า

“รู้สถานะที่แท้จริงของอาจารย์เจ้าไหม?”

หวงเจิ้นส่ายหน้าอย่างมึนงง รู้แค่ว่าหม่าขู่เสวียนที่เป็นทั้งผู้ถ่ายทอดมรรคาและเป็นทั้งคนบ้านเกิดเดียวกันมีความเป็นมาไม่ธรรมดา

สามารถบงการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือผู้ที่มีฝีมือเป็นเลิศในกลุ่มของผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์ของแจกันสมบัติทวีป ในศึกที่นครมังกรเฒ่าได้ฉายประกายเจิดจ้า

หม่าขู่เสวียนมีต้นทุนให้ทำตัวพยศโอหัง สายตามองไม่เห็นหัวใคร

ย้อนกลับมามองหวงเจิ้นที่ออกจากบ้านเกิดมานานหลายปี อยู่เดียวดายเพียงลำพังพเนจรไร้ที่พึ่ง จะไม่รู้สึกเคารพยำเกรง ไม่รู้สึกเลื่อมใสศรัทธาต่อผู้ถ่ายทอดมรรคาที่เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?

แต่ไหนแต่ไรมามณฑลเสี่ยวซื่อก็คือสถานที่ที่ไม่ยอมอยู่ในพันธนาการของป๋ายอวี่จิงมากที่สุด

และในประวัติศาสตร์เต้ากวานของป๋ายอวี่จิงที่มาปรากฏตัวที่นี่ก็มีน้อยมาก

แน่นอนว่าผู้ฝึกตนของมณฑลเสี่ยวซื่อ ต่อให้คุณสมบัติจะดีแค่ไหนก็มีน้อยคนนักที่จะเป็นฝ่ายไปรับธรรมโอวาทจากป๋ายอวี่จิง

ทั้งสองฝ่ายนี้ถือว่าเกลียดขี้หน้ากันมานานสามพันปีแล้ว หวงเจิ้นเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างละอายใจที่ตัวเองสู้ไม่ได้ว่า

“อาจารย์เหมือนมังกรบนชั้นฟ้า แต่ข้ากลับเป็นปลาหนีชิวที่อยู่ในบ่อดิน

หวังเพียงว่าในอนาคตจะฝึกตนประสบความสำเร็จสักเล็กน้อย ไม่ถึงขั้นทำลายชื่อเสียงบารมีของอาจารย์มากเกินไป

นอกจากนี้ข้าก็ไม่กล้าคาดหวังอะไรแล้ว”

นักพรตหลงไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธในเรื่องนี้ เพียงพูดของตัวเองไปว่า

“คำว่าหลง (หูหนวก) นั้นหมายถึงสองหูไม่ได้ยินเรื่องนอกหน้าต่าง”

หวงเจิ้นถามหยั่งเชิง

“ฉายาที่แท้จริงของผู้อาวุโสคือ “นักพรตหลง” (มังกร) หรือ?”

ผู้เฒ่ายิ้มเอ่ย

“ขนาดจะพิฆาตยังดูแคลนที่จะพิฆาต แล้วจะเอาคำว่า นักพรตหลง (มังกร) มาจากไหน?”

ผู้เฒ่าเปลี่ยนหัวข้ออย่างรวดเร็ว ช่วยเปิดเผยความลับสวรรค์ให้กับหวงเจิ้นว่า

“การที่หม่าขู่เสวียนโยนเจ้ามาไว้ในมณฑลเสี่ยวซื่อ ไม่ใช่ที่อื่นในใต้หล้ามืดสลัว มีเหตุผลอยู่สามข้อ

อันดับแรก เหลยอวี่ เจ้าแห่งทะเลสาบหญิงของทะเลสาบเหลยเจ๋อ ร่างจริงของนางคือฮุย หนึ่งในเผ่าพันธุ์มังกร อันดับรองลงมา

ทะเลสาบเหลยเจ๋อคือทะเลสาบที่ทับซ้อนแห่งหนึ่งซุกซ่อนสัจธรรมที่แท้จริงแห่งวิชาสายฟ้าที่ยิ่งใหญ่เอาไว้

หลายพันปีที่ผ่านมาเหลยอวี่เป็นฝ่ายฉกฉวยโชควาสนาไปก่อน บุกเบิกถ้ำสถิตหลอมวิชาสายฟ้าไปได้เกือบครึ่งก็ได้เป็นขอบเขตบินทะยานขั้นสมบูรณ์แบบแล้ว

ถ้าหากสืบย้อนไปถึงต้นกำเนิด เหลยอวี่ก็คือโจรที่ฉวยโอกาสบุกเข้ามา หม่าขู่เสวียนต่างหากจึงจะเป็นเจ้าของบ้านตัวจริงที่ทิ้งบ้านหลังเก่าออกจากบ้านไปนานหลายปี

แน่นอนว่าเหลยอวี่ต้องรู้สึกเป็นวัวสันหลังหวะในเรื่องนี้ ดังนั้นถึงได้โปรดปรานเจ้ามากเป็นพิเศษ ให้การปฏิบัติต่อเจ้าเป็นพิเศษ คอยดูแลเจ้าอย่างลับๆ

เหตุผลข้อสุดท้าย แล้วก็เป็นกุญแจสำคัญที่สุดก็คือ ข้าเลือกที่จะมาอยู่ในทะเลสาบเหลยเจ๋ออย่างสันโดษ ปฏิเสธการเรียกตัวจากป๋ายอวี่จิงไปถึงสามครั้ง

เพียงแต่ว่าความลับประเภทนี้แม้กระทั่งเจ้าลัทธิอวี่โต้วและเจ้าลัทธิลู่ก็ยังไม่เคยรู้เรื่องวงใน

และการที่ข้าเลือกที่จะเร้นกายจากโลกภายนอกมาอยู่ในทะเลสาบเหลยเจ๋อก็มีความลำบากใจของข้าเองเหมือนกัน

เรื่องน่าอายในบ้านไม่ควรแพร่งพรายให้คนนอกรู้ คงไม่เล่าเรื่องนี้ให้เจ้าฟังอย่างละเอียด แล้วเจ้าแค่เข้าใจข้อเดียวก็พอ

เหลยอวี่ยังหลอมสัจธรรมแท้จริงของวิชาสายฟ้าอีกเกินครึ่งนั้นไม่ได้ นี่ก็คือรากฐานแห่งผลสำเร็จบนมรรคาของเจ้าในอนาคต

เดี๋ยวลงจากภูเขาไป ย้อนกลับไปที่ทะเลสาบเหลยเจ๋อ ข้าก็จะให้เหลยอวี่ยกถ้ำสถิตที่ว่างแห่งหนึ่งให้เจ้าได้เข้าไปอยู่

นับแต่นี้ไปก็ตัดขาดจากเรื่องทางโลก ต่อแต่นี้ไปการฝึกตนของหวงเจิ้นต้องใช้เวลาเท่าไรถึงจะออกจากด่านได้ก็ล้วนขึ้นอยู่กับความต้องการของตัวเจ้าเอง

จะประสบความสำเร็จเล็กน้อยหรือประสบความสำเร็จมาก ก็ต้องดูโชควาสนาของเจ้าเอง”

หวงเจิ้นพยักหน้า ถามว่า

“ข้ากับอาจารย์ยังมีโอกาสได้เจอหน้ากันอีกไหม?”

ขอแค่มีทางให้เดิน หวงเจิ้นก็ไม่กลัวที่จะต้องไร้ชื่อเสียงไปเนิ่นนาน

คิดอยากจะข้ามใต้หล้าหวนกลับไปยังไพศาลที่เป็นมาตุภูมิเดิมอีกครั้งก็ต้องมีขอบเขตขั้นต่ำเป็นบินทะยาน

ตอนนี้หวงเจิ้นไม่รู้สึกว่าตัวเองคือผู้มีพรสวรรค์ด้านการฝึกตนอะไร แม้กระทั่งห้าขอบเขตบนก็ยังเป็นเหมือนบุปผาในคันฉ่อง จันทราในสายน้ำที่ได้แต่มองไม่อาจสัมผัส

นักพรตหลงส่ายหน้า

“ไม่มีโอกาสแล้ว”

แต่กลับไม่ได้ให้ข้อสรุปแบบตอกปิดฝาโลงแก่หวงเจิ้น ไม่ได้ยืนยันแน่นอนว่าผลสำเร็จบนมหามรรคาในอนาคตของเขาจะต้องไม่สูง

เป็นเพราะหม่าขู่เสวียนกายดับมรรคาสลายไปแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้อาจารย์และศิษย์สองฝ่ายจะยังได้กลับมาพบเจอกันอีกครั้งได้อย่างไร

“มหามรรคาร่ำไห้เสียใจ สวรรค์ประทานฝนใหญ่

ภูเขาสายน้ำของหนึ่งมณฑล แผ่นดินจมดิ่งกลายเป็นทะเลสาบ

ทุกวันนี้เกาะพวกนั้นในอดีตล้วนเคยเป็นยอดเขาของกลุ่มเทือกเขามาก่อน

คำว่ามณฑลเสี่ยวซื่อก็หมายถึงเกาะสี่แห่งในนั้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุด แตกต่างจากใต้หล้าไพศาลอย่างสิ้นเชิง

ทางฝั่งของมืดสลัวนี้มีโชคชะตาภูเขามาก โชคชะตาน้ำบางเบา

และในอดีตอาณาเขตของมณฑลเสี่ยวซื่อก็คือพื้นที่ที่มีกลุ่มเทือกเขาแน่นหนามากที่สุดในใต้หล้า

ไม่รู้ว่านครยิ่งใหญ่โอฬาร ถ้ำสถิตตระกูลเซียนที่เปี่ยมไปด้วยปราณวิญญาณกี่มากน้อยที่ต้องนอนหลับใหลอยู่ใต้น้ำ

สามพันปีที่ผ่านมา ผู้ฝึกตนที่หวังครอบครองสมบัติส่วนนี้มีไม่เคยขาด แต่กลับถูกเหลยอวี่และนักพรตเฒ่าฉายาว่าไท่อวี๋ลากตัวออกมาทุกคน

บ้างก็สยบกำราบ กักขังเอาไว้ หรือไม่ก็ต้องใช้ข้าวของหรือเงินทอง “ไถ่ตัว” เอง ก่อนจะถูกโยนไปไว้ที่มณฑลเสี่ยวซื่อแล้วต้องเอ่ยคำสาบาน ว่าชีวิตนี้จะไม่เหยียบย่างเข้ามาในน่านน้ำของสองทะเลสาบอีก”

หลายปีมานี้หวงเจิ้นติดตามอยู่ข้างกายผู้เฒ่า ปฏิทินเหลืองพวกนี้จึงไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่สำหรับเขา แต่เขากลับไม่กล้าแสดงความรำคาญออกมาแม้แต่น้อย

นักพรตหลงเอ่ยอย่างเสียดายว่า

“ถึงอย่างไรเกากูก็ยังไม่ฉลาดเท่าเหยาชิง”

ในโลกมนุษย์มีเรื่องราวกี่มากน้อยที่เป็นดั่งร่องรอยห่านป่าที่ทิ้งไว้บนโคลนหิมะ

อยู่ดีๆ นักพรตหลงก็ถามคำถามหนึ่งขึ้นมา

“สหายเซินโหลวอยู่ในภูเขาแล้ว พวกเจ้าสามารถไปพบนางที่ศาลาจือไจ้ได้”

สายตาหยางเจาเป็นประกายระยิบระยับ พยักหน้าเอ่ย

“จะไปเดี๋ยวนี้แหละ”

ที่แท้ “เด็กหนุ่มรูปงาม” ที่สวมกวานสามภูเขา สวมชุดสีม่วงเข้มผู้นี้ต่างหากถึงจะเป็นหยางเจิงตัวจริง คือสตรีที่มีชะตาชีวิตสูงศักดิ์ของสกุลหยางหงหนงผู้นั้น

“หยางอวี่เพียน” ที่ตรงเอวห้อยดาบสั้น ปลอมตัวเป็นสาวใช้ ต่างหากถึงจะเป็นหยางเจา

ส่วนสตรีที่สวมหมวกคลุมใบหน้าก็คือสาวใช้ตัวจริง หยางอวี่เพียน

จำต้องยอมรับว่าสกุลหยางหงหนงมีชายหญิงรูปงามอยู่เยอะจริงๆ บุรุษแทบจะเรียกได้ว่าหล่อเหลาองอาจทุกคน แล้วยังเป็นรังโฉมงามแห่งหนึ่ง

หยางเจิงกินขนมลักยิ้มแล้วเอ่ยชื่นชมว่า

“ไม่เสียแรงที่เป็นเงินเหรินกระดูกขาว ก็จริงนะ แม้กระทั่งความเป็นความตายยังมองออกอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว จะมองความยากจนความยากร่ำรวยไม่ออกได้อย่างไร ลูกไม้ชั้นต่ำนี้ของผู้เยาว์กลายเป็นที่ขบขันของทุกท่านแล้ว”

หยางอวี่เพียนเห็นว่าเจ้าตำหนักเหมาเปิดเผยความจริงแล้วก็รีบเปลี่ยนตำแหน่งยืน สำรวมอยู่ในสถานะของตนแต่โดยดี

ผู้ปกป้องมรรคาของสกุลหยางหงหนงผู้นั้นก็ถอนเวทอำพรางตาออก เผยร่างจริงเรือนกายใหญ่โตองอาจ พกกระบี่ยาว สวมเสื้อเกราะห้าสี

โชคชะตาบุ๋น โชคชะตาบู๊ โชคด้านขุนนางของสกุลหยาง ควันธูปมารวมอยู่ที่ตัวคนคนเดียว เขาใช้เสียงในใจพูดคุยกับหยางเจิงก่อน

พอได้รับคำอนุญาตแล้ว ถึงได้ขอตัวลากับเหมาจุย แล้วออกไปจากที่แห่งนี้ มุ่งหน้าไปพบเทพภูเขาไท่อีเพียงลำพัง

เหมาจุยพูดกับสาวใช้ที่ถือพัดกลม

“คุยกันสักหน่อยไหม?”

ตามหลักแล้ว สองฝ่ายสถานะแตกต่างราวฟ้ากับเหว แต่ถูกผู้ฝึกตนใหญ่คนหนึ่งสนใจเป็นพิเศษเช่นนี้ นางกลับไม่มีท่าทีประหลาดใจแม้แต่น้อย

หยางเจิง หยางเจาสองพี่น้องก็มีสีหน้าเป็นปกติ ก่อนหน้านี้หวงเจิ้นรู้สึกว่าคุ้นหน้านาง นั่นไม่ใช่ว่าเขาคิดไปเอง

สาวใช้ที่สวมเสื้อสีเหลืองสวมหมวกใบเล็กผู้นี้ใช้นามแฝงว่าโล่วจู ชื่อจริงคือจูลู่

ถูกลู่เฉินพามาที่ใต้หล้ามืดสลัว แล้วก็พานางไปเยือนสนามรบโบราณจู๋ลู่มารอบหนึ่ง

เหมาจุยมองตัวตนของนางออกตั้งแต่แรกแล้ว แล้วก็คร้านจะใช้เสียงในใจ พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า

“เกากูมีจดหมายฉบับที่ต้องการให้ข้ามอบให้กับเจ้า”

สีหน้าของจูลู่ฉายแววเย้ยหยัน

“โจรชั่วร้ายที่เนรคุณอย่างข้า คู่ควรให้ได้รับจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของบรรพจารย์เกาด้วยหรือ? ถึงกับไม่ใช่คำพูดที่ฝากมาบอกอย่างขอไปที?”

เหมาจุยไม่ถือสา เพียงแค่หยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากชายแขนเสื้อ ยื่นส่งให้จูลู่

ก่อนหน้าที่จะสัมผัสได้ว่าลู่เฉินเริ่มเก็บจิตธรรม สร้างอารามจูซวี้แห่งหนึ่งขึ้นมา เจินเหรินกระดูกขาวก็ไม่ได้หลบซ่อนตัวสักเท่าไร ชอบท่องเที่ยวไปทั่วใต้หล้า

ความรู้กว้างขวางเรียกได้ว่าเป็นปฏิทินเหลืองที่มีชีวิตเล่มหนึ่ง

ยกตัวอย่างเช่นศึกที่จู่ลู่ของยงโจวในปีนั้น เกากูต่อสู้กับนักพรตหญิงอย่างดุเดือด เจินเหรินกระดูกขาวก็ชมศึกอยู่ไกลๆ คือหนึ่งในพยานผู้เห็นเหตุการณ์จำนวนมาก

จูลู่ลังเลเล็กน้อย แต่ก็ยังรับจดหมายที่เบาราวขนห่านฉบับนั้นมา

นางเบี่ยงตัวหันหลังเล็กน้อย ก่อนจะหยิบจดหมายออกมาจากซอง กวาดตาอ่านเนื้อหา สีหน้าพลันกลัดกลุ้มแล้วก็เอาจดหมายสอดกลับซอง โยนไปไว้ในชายแขนเสื้ออย่างว่องไว

หวงเจิ้นกับจูลู่ ชายหญิงคู่นี้ บังเอิญเป็นคนสองคนของเมืองเล็กบ้านเกิดที่เกลียดแค้นเฉินผิงอันที่สุดพอดี

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!