ปรากฏตัวบนโลกกะทันหัน ฝึกบำเพ็ญตนสามพันปี สร้างนครจักรพรรดิขาว เจิงจวีจงคิดจะทำอะไรกันแน่ ก็คือปัญหาใหญ่ข้อหนึ่งอย่างแท้จริง
“ไม่กลัวจริงๆ หรือว่าหอยกาบกับนกปากซ่อมทะเลาะกันแล้วเถ้าแก่ประมงจะได้ผลประโยชน์ไปครอง อันดับแรกก็ถูกเจิงจวีจงกินมหามรรคาของข้าผู้แซ่เจียงก่อน แล้วค่อยจัดการพวกเจ้าพร้อมกันรวดเดียว เคี้ยวให้ละเอียดแล้วกลืนลงท้อง? คิดจริงๆ หรือว่าข้าไม่รู้ถึงความจริงของซากปรักแห่งนี้? กายนอกกาย ฝันในฝันของเจ้าเฉินผิงอัน ใจในใจ ท้องในท้องของเขาเจิงจวีจง สองอย่างทับซ้อนเข้าด้วยกันก็คือเค้าโครงของมรรคาเหนือมรรคาอย่างหนึ่ง ชุยตงซานลูกศิษย์ที่แสร้งทำเป็นเล่นสนุกไม่จริงจัง เจียงซ่างเงินผู้ถวายงานอันดับหนึ่งที่ไม่กลัวตายอะไรนั่น ก็เป็นแค่เวทอำพรางที่เอาของปลอมมาสวมรอยเป็นของจริงเท่านั้น อ้อ ลืมไปว่ายังมีคนรักอีกคน ใจอ่อนเหมือนสตรีเช่นนี้มีคุณสมบัติอะไรมาวางแผนสร้างกิจการใหญ่กับคนอย่างเจิงจวีจง อู๋ซวงเจียง?”
ชุยตงซานหันมามองหน้ากับเจียงซ่างเจิน
หรือว่าเจ้าคือตัวปลอม? คงไม่ใช่ว่าเจ้าก็เป็นตัวปลอมเหมือนกันหรอกนะ?
หนิงเหยาที่อดทนข่มกลั้นมาตลอดจนถึงตอนนี้กลอกตามองบน เจียงเซ่อเอาหอกยาวทิ่มลงพื้น คลายมือออก ยืดเส้นยืดสาย
จริงๆ เท็จๆ ล้วนไม่สำคัญแล้ว
“ถึงเวลานั้นโลกมนุษย์ทั้งแห่งยังจะมีใครที่ขัดขวางการเดินไปบนมหามรรคาของเจิงจวีจงได้อีก? คือบรรพจารย์สามลัทธิที่สลายมรรคาไปแล้ว หรือว่าเป็นหลีเซิ่งที่ต้องจับตามองเส้นทางชิงเต้าเส้นนั้น? หรือจะเป็นอวี๋โต้วที่ยุ่งอยู่กับการปราบกบฏที่สร้างความวุ่นวายภายในไปทั่วทุกหนทุกแห่ง? หรือจะเป็นป่ายเจ๋อแห่งเปลี่ยวร้าง? หากเขาเจิงจวีจงเลือกที่จะไม่ออมมืออีกต่อไป ก็ไม่ใช่แค่ว่าเป็นโจวมีคนที่สองแล้วกระมัง?”
อู๋ซวงเจียงยิ้มบางๆคำพูดประโยคนี้ของเจียงเซ่อไม่ใช่การยุแยงให้แตกแยกอะไร เจิงจวีจงมีสีหน้าเป็นปกติ คำพูดทำนองนี้ของเจียงเซ่อก็ถือเป็นคำแนะนำที่ดีที่ควรค่าแก่การพิจารณาเหมือนกัน ไม่ใช่หรือ?
อู๋ซวงเจียงอ่อนใจยิ่งนัก อาจารย์เจิงท่านอย่าทำให้คนอื่นตกใจกลัวสิ เฉินผิงอันนวดคลึงระหว่างคิ้ว เจียงเซ่อกวาดตามมองไปรอบด้าน พูดของตัวเองไปว่าภาพแขวนของบรรพจารย์ที่แขวนไว้บนผนังทั้งหลายในศาลบรรพจารย์สำนักการทหารในใต้หล้าไพศาล แม้กระทั่งในศาลบู๊ที่อยู่ตามสถานที่ต่างๆ ของเก้าทวีป ต่างก็ขยับเคลื่อนได้เองโดยไร้ลม ส่งเสียงพับๆ เทวรูปดินเผาลงสีที่เป็นแม่ทัพเทพซึ่งถูกตั้งบูชาไว้ด้วยกันในตำหนักก็เริ่มมีรอยแตกราวเล็กๆ ปรากฏให้เห็นแล้ว เจียงเซ่อเดินเนิบช้าไปข้างหน้า ยิ้มเหี้ยมเอ่ยว่า
“ศิษย์ลูกศิษย์หลานที่เนรคุณ ก่อเรื่องชั่วร้ายไร้ความยำเกรงต่อคุณธรรมอย่างพวกเจ้า แต่ละคนล้วนชอบเป็นคนทรยศกันทั้งนั้น!”
จิตของเฉินผิงอันขยับไหวเล็กน้อย กระบี่ยาวสีทองที่ “นิ่งดูดาย” มาโดยตลอดเล่มนั้นแหวกอากาศมาถึง ถูกเขากุมไว้ในมือ เจียงเซ่อเห็นแล้วก็กระตุกมุมปาก เพียงแค่เดินเนิบช้าไปด้านหน้า แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรกระดิกนิ้วไปทางเฉินผิงอันมา
กระบี่ยาวฟันลงบนแขนของเจียงเซ่อ ราวกับการปะทะกันของก้อนทองกับก้อนหินประกายไฟสาดกระจายไปทั่วฟ้าดิน มือมืดข้างหนึ่งฟันให้แขนขวาของเฉินผิงอันหล่นร่วงลงมา ปลายกระบี่ที่คมกริบอย่างถึงที่สุดปาดผ่านข้างแก้มของเจียงเซ่อไป เหมือนเหล็กแหลมกรีดผ่านกระจก ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด
ฝ่ามือของเจียงเซ่อตบลงมาบนใบหน้า ผู้ครองกระบี่ไร้หัวใจในชั่วพริบตา
ปราณกระบี่สีทองที่เฉียบคมเส้นแล้วเส้นเล่าตัดแบ่งฟ้าดิน แสงกระบี่พุ่งตรงไปปรากฏบนฟ้าคราม กระเทือนระลอกคลื่นปราณวิญญาณให้เหมือนคลื่นยักษ์ถาโถม เจียงซ่างเจินโล่งใจเหมือนยกภูเขาออกจากอก ในที่สุดก็ไม่ได้ถูกต่อยตีอยู่แค่ฝ่ายเดียวแล้ว และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เจียงซ่างเจินได้เห็นเฉินผิงอันถือครองกระบี่เล่มนี้กับตาตัวเอง เดิมทีนึกว่าเฉินผิงอันที่ถือกระบี่จะเข่นฆ่ากับเจียงเซ่อนานมาก คาดไม่ถึงว่าภาพเหตุการณ์ผิดปกติพลันบังเกิด กระบี่ยาวในมือของเฉินผิงอันหลุดออกจากมือไป กลายมาเป็นแสงสีรุ้งที่จ้าบาดตาเส้นหนึ่งพุ่งแหวกฟ้าคราม พริบตาเดียวก็หายวับไป
ตอนแรกเจียงซ่างเจินเข้าใจผิดคิดว่าเป็นท่าไม้ตายที่เก็บไว้ก้นกรุกระบวนท่าหนึ่ง แทบจะขณะเดียวกันกับที่กระบี่ยาวพุ่งแหวกฟ้าจากไป ชุยตงซานกลับเห็นว่าอาจารย์ของตนคล้ายกับเหม่อลอยไปชั่วขณะหนึ่ง เจียงเซ่ออาศัยโอกาสนี้ปล่อยหมัดต่อยทะลุหัวใจของเฉินผิงอัน คลายหมัดออก ห้านิ้วบีบขยี้กระชากดึงเส้นสีทองของร่างแห่งความเป็นเทพทั้งร่างให้มารวมตัวกันอยู่ตรงหัวใจ เป็นเหตุให้ใบหน้าของเฉินผิงอันบิดเบี้ยว เจียงซ่างเจินสัมผัสได้ถึงความผิดปกติจึงเอ่ยอย่างตกตะลึงว่า
“เกิดอะไรขึ้น?!”
ชุยตงซานเอ่ยอย่างเคียดแค้นเมื่อครู่นี้ไม่เหมือนกับเจียงซ่างเจิน อู๋ซวงเจียงเงยหน้ามองรูโหว่ของท้องฟ้าที่กระบี่ยาวแทงทะลุผ่านไปทันที ในขณะที่มันกำลังจะปิดเข้าหากัน กลับเห็นแสงกระบี่หนาชันส่องประกายแสงพร่างพราว สะดุดตาที่ปราณกระบี่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงเส้นหนึ่งพุ่งลงมาจากท้องฟ้า แสงกระบี่นั้นพุ่งมาอย่างรวดเร็วจนแม้กระทั่งอู๋ซวงเจียงก็ยังตกตะลึง และพริบตาเดียวแสงกระบี่ก็พุ่งทะลุหัวของเฉินผิงอันไป เหมือนกระบี่ยาวเล่มหนึ่งที่ระดับความยาวเหนือเกินกว่าใครจะคาดคิดที่ “ปักตรึง” ให้เฉินผิงอันตายคาทีทั้งอย่างนั้น
เจียงซ่างเจินร้อนใจเหมือนไฟลนหอบินทะยานแห่งหนึ่งที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับพื้นดิน มันเป็นเหมือนสายคันเบ็ดตกปลาที่เล็กมากเส้นหนึ่งที่ลอยอยู่เหนือมหาสมุทร ดวงดาวจำนวนนับไม่ถ้วน บ้างก็อยู่ไกล บ้างก็อยู่ใกล้ บ้างก็เล็ก บ้างก็ใหญ่ แสงสีแปลกประหลาดพิสดาร พร่างพราวจับตา ลอยอยู่สองฟากฝั่งของเส้นทางเทพ โจวมี่นั่งอยู่บนขั้นบันไดเพียงลำพังด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย คลี่ยิ้มอบอุ่นมองไปยังสตรีร่างสูงใหญ่ที่เดินขึ้นบันไดมาช้าๆ คนนั้น
อันที่จริงเขาเองก็กำลังรอเถ้าแก่ตาบอดอยู่ด้วย รอให้จือสือขึ้นมาบนสวรรค์อีกครั้ง โจวมี่กับเฉินผิงอันต่างก็เป็นครึ่งของหนึ่งที่ได้กันไปคนละหนึ่งส่วนพอดีเป๊ะ ไม่ว่าใครก็ไม่อาจมีเพิ่มมากกว่าอีกฝ่ายได้สักเสี้ยว และไม่ว่าใครก็ไม่น้อยกว่าอีกฝ่ายแม้สักนิด ยึดครองสรวงสวรรค์ใหม่เป็นผู้อยู่สูงสุดอย่างสมชื่อ
โจวมี่ยิ้มเอ่ยนางตกเข้าสู่ห้วงพะวงแห่งความเงียบงัน
โจวมี่ยิ้มบางๆเจียงเซ่อมีท่าทางตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด น่าสนใจ โจวมี่คิดจะเล่นงานเฉินผิงอันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร แต่นี่ถึงกับมีศัตรูอีกคนหนึ่งชิงลงมือก่อนแล้ว? เข้าใจเลือกเวลาดีเหลือเกิน
กระบี่นี้ประหลาดอย่างถึงที่สุด ดูเหมือนว่าจะมีวิชาอภินิหารแห่งชะตาชีวิตที่น่าเหลือเชื่ออย่างหนึ่ง สามารถสยบกำราบความเป็นเทพได้
เดิมทีเฉินผิงอันคิดจะ “ดึงกระบี่ยาวออกจากศีรษะและร่างท่อนบน แต่กลับทำไม่สำเร็จ เขายื่นมือไปพยายามจะกุมตัวกระบี่ คิดไม่ถึงว่ากระบี่ยาวจะเป็นเหมือนภาพมายาว่างเปล่า ดังการงมจันทร์ในน้ำ เปลืองแรงเปล่า เฉินผิงอันจึงได้แต่ค้างอยู่ในท่าเงยหน้าน้อยๆ เรือนกายโน้มไปด้านหลังอยู่อย่างนั้น นี่ก็คือเวทกระบี่ของผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตสิบสี่ที่บริสุทธิ์คนหนึ่ง
กระบี่ที่สองกระบี่ที่สามตามมาถึงอีกติดๆ กัน แยกกันแทงทะลุไปที่ลำคอและหน้าอกของเฉินผิงอัน ต่างก็ปักเอียงตรึงลงไปบนพื้น หลังจากนั้นแสงกระบี่แต่ละเส้นก็แทงทะลุสิ่งกีดขวางของฟ้าครามเข้ามา ร่างหนึ่งร่างถูกกระบี่ยาวปักรวมดั่งพงหนาม เฉินผิงอันที่ในใจยืนกรานเชื่อมั่นมาตลอดว่าข้ามีเรื่องเพิ่มมาเรื่องหนึ่ง เรื่องราวในโลกมนุษย์ก็จะลดน้อยลงไปเรื่องหนึ่ง เวลานี้เหมือนปัญหาต่างๆ มารวมกันอยู่บนร่างของเขาเหมือนหนามเม่น หาเรื่องลำบากใส่ตัว น่าสงสารจริงๆ
กระบี่ยาวพวกนั้นเหมือนหอบเอาความเกลียดแค้นมหาศาลเข้าไว้ด้วยกัน วันนี้แค้นใหญ่ได้รับการชำระ ช่างสาแก่ใจเหลือเกิน ทุกครั้งที่ปลายกระบี่แทงทะลุร่างคนที่ถูกลงทัณฑ์ บ้างก็ไหล่สะบัดเล็กน้อย หรือไม่ชายแขนเสื้อสองข้างที่ห้อยตกลงก็สั่นเบาๆ เจียงเซ่อที่กลับคืนสู่วิถีวรยุทธ์สมบูรณ์แบบแล้วถือหอกยาวไว้ในมือ ความสำเร็จทั้งหมดจากการลงมือเพียงครั้งเดียว อยู่ในเวลานี้แล้ว!
เฉินผิงอันหันหน้าเล็กน้อยไปมองทางเจิงจวีจง ฝ่ายหลังพยักหน้าเบาๆ ตอนนี้แหละ ระหว่างคิ้วของเฉินผิงอันเหมือนเนตรสวรรค์ที่เปิดออก โลกมนุษย์มีกระบี่ใหม่เอี่ยมเล่มหนึ่งเผยตัวออกมา กระบี่บินเล่มที่สามปรากฏกายบนโลก
หวงเจินที่ต้องการสถานะผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตสิบห้าเทียมซึ่งแสวงหามรรคาหลอมกระบี่มาพันกว่าปี ซ่อนตัวอยู่ในน้ำวนของแม่น้ำแห่งกาลเวลามาเนิ่นนาน ถูกฟันสังหาร หวงเจินที่ได้พบเจอกับลู่เฉินและเจิงจวีจงครั้งแรกที่ริมลำคลอง ถูกฟันสังหาร หวงเจินที่ได้เจอกับทายาทปลาหยินหยางตัวนั้นใต้ทะเลสาบเหลยเจ๋อของใต้หล้ามืดสลัว ถูกฟันสังหาร หวงเจินที่ยืนอยู่ข้างกายนักพรตหลงในศาลาชมปลาภูเขาตีเฝ่ย ถูกฟันสังหาร หวงเจินที่รับฟังคำสอนอยู่บนเส้นทางภูเขาร่วมกับพวกจูลู่ ถูกฟันสังหาร หวงเจินที่บอกลากับหม่าขู่เสวียนผู้ถ่ายทอดมรรคาในแจกันสมบัติทวีป ถูกฟันสังหาร หวงเจินคนหนุ่มที่ใช้ชีวิตพเนจรอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ถูกฟันสังหาร เด็กหนุ่มหวงเจินที่เพิ่งจะออกจากเมืองเล็ก หันกลับไปมองรอยล้อรถที่ออกจากถนนบ้านเกิดจากเส้นทางจุดพักม้า ถูกฟันสังหาร…. หวงเจินจำนวนนับไม่ถ้วนบนเส้นยาวเส้นนี้ ล้วนถูกฟันสังหารพร้อมกันในเสี้ยววินาที!
เฉินผิงอันลุกขึ้นยืนอย่างสงบ สะบัดชายแขนเสื้อ โบกมือสลายเถ้าแห่งเคราะห์กรรมบนมหามรรคาและฝุ่นธุลีในโลกมนุษย์ทิ้งไปง่ายๆ เยือกเย็นสุขุมอย่างแท้จริง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!