แต่ปัญหานั้นอยู่ที่ว่าหลักการเหตุผลทั้งหมดในโลกมนุษย์ล้วนหนีไม่พ้นประโยคที่ว่า ความรู้ที่ได้จากหน้ากระดาษ ถึงท้ายที่สุดแล้วก็ยังตื้นเขิน
แต่เฉินผิงอันกลับเคยได้สัมผัสกับ “ครึ่งหมัด’ ของเจียงเซ่อมาด้วยตัวเองแล้ว
อู๋ซวงเจียงพลันปรบมือ
“ประหลาดใจอยู่บ้าง คนเคราะห์ร้ายมาแล้ว ในฐานะคนที่ต้องรับกระบี่ สามารถช่วยตอบคำถามข้อข้องใจก่อนหน้านี้ของผู้อาวุโสได้พอดี”
นักพรตหลงที่เป็น “ชาวบ้านพลัดถิ่น” สำหรับทะเลสาบเหลยเจ๋อ เป็นคนใจอ่อนมาโดยตลอดจริงๆ เฉินผิงอันกระจ่างแจ้งอยู่ในใจ
อาศัยโอกาสนี้ เฉินผิงอันสอบถามเรื่องหนึ่ง
“ซ่อมกระบี่จำลองสี่เล่มนั้น เจ้าตำหนักอู๋พูดถึงเงินเทพเซียน “บางส่วน” สรุปแล้วเงินส่วนนี้มากหรือน้อย ช่วยบอกเป็นตัวเลขที่แน่นอนได้หรือไม่”
ไม่รู้ต้องเอาเงินกี่มากน้อยมาเติมเต็มหลุมที่ไร้ก้นนี้ เพียงแต่ว่าไม่รอให้อู๋ซวงเจียงบอกคำตอบ เฉินผิงอันก็พูดพึมพำกับตัวเองว่า
“ช่างเถอะ ๆ ข้าไม่อยากรู้จำนวนที่เป็นรูปธรรมแล้ว”
เรือนกายที่เป็นมายาล่องลอยปรากฏตัวอยู่บนสนามรบ เจียงซ่างเจินกล่าว
“เอ่ยประโยคที่เป็นธรรมสักคำ ทำเอาข้าตกใจสะดุ้งโหยง น้องชุ่ยเจ้าหมอนี่คือเทพเซียนจากฝ่ายใด?”
สีหน้าของชุ่ยตงซานมืดทะมึน เอ่ยว่า
“คือคนบ้านเดียวกันกับอาจารย์ของข้า คือลูกศิษย์ผู้สืบทอดเพียงหนึ่งเดียวที่หม่าขู่เสวียนฝากความหวังไว้ให้มากที่สุด เอามาใช้ทำให้คนสะอิดสะเอียนโดยเฉพาะ”
เจียงซ่างเจินตบหน้าผากตัวเอง เอ่ยว่า “ถ้ำสวรรค์หลีจูตัวดี”
ในศาลาชมปลาของภูเขาตี้เฝ่ย นักพรตหลงที่ถูกหม่าขู่เสวียนเลือกเป็นผู้ปกป้องมรรคาให้กับหวงเจิ้น อันที่จริงได้ทำนายอย่างลับๆ แล้วก็ทำการขัดขวางอย่างเงียบๆ ไปครั้งหนึ่ง
มอบยันต์เทพบรรพกาลที่ไร้รูปลักษณ์แผ่นหนึ่งให้กับหวงเจิ้นมาเพิ่มเติม ไม่กล้าออกแรงมากเพราะผลกรรมใหญ่เกินไป
ทำนายได้แค่ อักษรคำว่า “เจิ้ง” ก็ต้อง “ชนกำแพง” มองเห็นเงาร่างที่พร่าเลือนสามเงา ภาพบรรยากาศต่างก็น่าตกตะลึงอย่างยิ่ง
ผู้เฒ่าจึงไม่ได้ทำการอนุมานต่อ บุคคลที่ได้ครอบครองขอบเขตสิบสี่ถึงสามคนในเวลาเดียวกัน ผู้เฒ่ายังต้องคาดเดาตัวตนของอีกฝ่ายเสียที่ไหน เฉินชิงหลิวหนอเฉินชิงหลิว เจ้าช่างสอนลูกศิษย์ที่ดีออกมาได้จริงๆ!
เผยกายอยู่ที่นี่ หวงเจิ้นสะท้อนใจอย่างถึงที่สุด สีหน้าซับซ้อน เสียเวลาฝึกตนอย่างยากลำบากมาพันปี ถึงเวลาก็ยังคงเป็นแค่การใช้ตะกร้าไม้ไผ่ตักน้ำอยู่ดี
เขาไม่ได้รู้สึกเป็นเดือดเป็นแค้นสักเท่าไร ยิ่งไม่มีสีหน้าห่อเหี่ยวทอดอาลัย เพียงแค่มองคนผู้นั้น
“ในที่สุดก็ได้เจอกันอีกแล้ว ในที่สุด !”
เฉินผิงอันกล่าว
“ไม่สนิทกับเจ้า พูดไร้สาระให้น้อยหน่อย เจ้าสามารถเอ่ยคำสั่งเสียได้แล้ว ”
ทั้งสองฝ่ายต่างก็ใช้ภาษาถิ่นของเมืองเล็ก
หวงเจิ้นแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน เพียงแค่กวาดตามองไปรอบด้าน อยู่ดี ๆ ก็ได้เห็นคนเป็น ๆ มากมายขนาดนี้ ทำให้คนที่ตายไปแล้วอย่างเขารู้สึกสะทกสะท้อนใจเป็นทบทวี
ถึงอย่างไรเวลาก็มีจำกัด จึงเก็บอารมณ์ที่ปลงอนิจจังนั้นลงไป ยิ้มเอ่ยว่า
“เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าตัวเองสมปรารถนาแล้ว? ในเมื่อผู้ฝึกกระบี่หวงเจิ้นในอีกพันปีให้หลัง สามารถย้อนทวนกระแสน้ำมาพบเจ้าที่นี่ได้ เฉินผิงอันเจ้าลองพูดมาสิว่าข้าตายได้อย่างไร ข้าแค่ขี่ปลาลอยไปตามกระแสน้ำก็ได้แล้ว…”
เฉินผิงอันตัดบทคำพูดของหวงเจิ้น
“เอาอดีตและอนาคตอะไรมาจากไหน ล้วนเป็นปัจจุบันทั้งนั้น”
สำหรับความเข้าใจที่มีต่อ ‘มรรคา” ผู้ฝึกตนแต่ละคนต่างก็มีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง
คนปกติได้ยินแล้วจะถือว่าเป็นแค่วาทะเฉียบคมที่ไร้แก่นสาร คือคำพูดที่สร้างขึ้นมาเองอย่างไม่มีมูลเท่านั้น
แต่หวงเจิ้นไม่คิดเช่นนั้น เนื่องจากบนร่างเขามีสมบัติวิเศษ คือทายาทของปลาหยินหยางหนึ่งในการจำแลงของมหามรรคา หวงเจิ้นได้ยินแล้วก็เงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะเปิดปากเอ่ยว่า
“ไม่เสียแรงที่เป็นคนที่โชคดีมากที่สุดในบรรดาคนรุ่นเยาว์ของบ้านเกิดพวกเรา ไม่ว่าเรื่องดีอะไรก็ล้วนเป็นเจ้าที่ได้ครอบครอง ไม่ว่าอะไรก็ “รู้” อยู่บ้าง
ลูกรักแห่งสวรรค์? อาจารย์ของข้าถือเป็นลูกรักแห่งสวรรค์อะไรกัน เจ้าเฉินผิงอันต่างหากถึงจะใช่”
เฉินผิงอันสอดสองมือไว้ในชายแขนเสื้อ “เจ้าพูดถูกทั้งหมด”
หวงเจิ้นหันหน้าไปมองปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหาร คลี่ยิ้มแปลกประหลาด หัวอกของพ่อแม่ทั่วหล้าช่างน่าเวทนาเหลือเกิน
เจียงเซ่อยิ้มถาม
“ในเมื่อเป็นผู้ฝึกกระบี่บริสุทธิ์ ไฉนถึงปล่อยให้ทุกสิ่งที่ทำมาเสียเปล่าได้?”
หวงเจิ้นยิ้มเอ่ย
“ฝีมือสู้คนอื่นไม่ได้ แม้จะตายก็ไม่เสียดายแล้ว นับประสาอะไรกับที่ต่อให้ไม่ยอมรับชะตากรรมแล้วจะทำอย่างไรได้ ไอ้หมอนี่ชะตาชีวิตดีกว่าจะแข่งกับเขาได้อย่างไร”
ถึงอย่างไรเขาก็มีเวลาในการฝึกตนมากกว่าเฉินผิงอันพันปี หวงเจิ้นพูดพึมพำกับตัวเอง
“ผู้ฝึกกระบี่หวงเจิ้นกับเฉินผิงอันมีแค่ความแค้นเล็กน้อย แต่กลับมีความเกลียดชังยิ่งใหญ่”
หวงเจิ้นเผยความลับสวรรค์
“บรรพจารย์เจียงวางใจได้เลย กระบี่บินเล่มนี้ของเฉินผิงอันสามารถสังหารข้าได้ แต่กลับฟันไปไม่ถึงบนหัวของท่าน”
เดิมทีคิดจะอาศัยการสละร่างใต้คมกระบี่ครั้งหนึ่งมาได้รับอิสระยิ่งใหญ่ หลุดพ้นจากพันธนาการบนมหามรรคาบางอย่างกับทายาทปลาหยินหยาง เลื่อนขั้นเป็นขอบเขตสิบห้าเทียม
หวงเจิ้นเหมือนผู้ฝึกบำเพ็ญตนในความหมายที่แท้จริงคนหนึ่ง วาสนากับญาติพี่น้องบางเบา บนเส้นทางของการฝึกตน ไร้คู่รัก ไร้ลูกหลาน ไร้สหาย ไร้ลูกศิษย์ อยู่ห่างไกลจากโลกโลกีย์ คือคนที่มองดูอยู่ข้างทาง
ตอนที่อยู่ใต้ทะเลสาบเหลยเจ๋อแห่งนั้น ตั้งใจฝึกบำเพ็ญตนอย่างมานะอุตสาหะ อยู่ในพื้นที่ประกอบพิธีกรรมอย่างสันโดษ ไม่สนใจเรื่องทางโลก ไม่สนใจว่าการกระทำของเฉินผิงอันที่อยู่ข้างนอกเป็นอย่างไร แค่อดทนข่มกลั้นเอาไว้เท่านั้น
รอกระทั่งหวงเจิ้นเลื่อนเป็นขอบเขตสิบสี่ก็ได้ไปยังสถานที่แห่งนั้น อดทนเฝ้าตอรอกระต่าย พูดง่าย ๆ ก็คือหวงเจิ้นแทบไม่เคยคบค้าสมาคมกับวิถีทางโลกใบนี้
แล้วก็พูดไม่ได้ว่าหวงเจิ้นฉลาดมาก แต่กลับถูกความฉลาดของตัวเองทำให้เสียท่า หากไม่เป็นเพราะตั้งใจฝึกกระบี่เช่นนี้ หวงเจิ้นจะกลายเป็นขอบเขตสิบสี่ได้อย่างไร
หวงเจิ้นหันไปมองเจ้าของนครจักรพรรดิขาว
“อาจารย์เจิ้ง ค่อนข้างจะรังแกคนอื่นเกินไปหน่อยหรือไม่?”
เจิ้งจูจีจงเพียงยิ้มรับ
แล้วก็เป็นเพราะเจิ้งจูจีจงตรงหน้าผู้นี้ที่ทำให้หวงเจิ้นหลุดพ้นจากเคราะห์กรรมไม่สำเร็จ กลับกันยังถูกกระบี่ฟันสังหาร ทำให้ความพยายามทั้งหมดของเขาล้วนเสียเปล่าในตอนสุดท้ายที่กำลังจะสำเร็จ
หวงเจิ้นเอ่ยเย้ยหยันตัวเองว่า
“สามารถถูกเจิ้งจูจีจงอาศัยวัตถุภายนอกมาเล่นงานได้ก็ช่างไม่ง่ายจริงๆ”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!