เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1163

เฉินหลิงจวินขอตัวกลับภูเขากับเว่ยเย่โหยว บอกว่าจะต้องช่วยจงเชียนสั่งอาหารที่เรือนพ่อครัวเฒ่า คิดไม่ถึงว่าสหายเหม่ยเจิ้งจะขอตามมาด้วย

ประหลาดนัก คงไม่ใช่ว่าสตรีผู้นี้รู้ขอบเขตของตน เพียงแต่ว่านางอาศัยวิชาอภินิหารนอกรีตบางอย่างมอง “รูปโฉมที่แท้จริง” ของตนออก ละโมบในความหล่อเหลาของตนที่ดูดีกว่าเนื้อหนังมังสาของเว่ยเย่โหยวเลยคิดจะทำเรื่องมิชอบ?

มารดามันเถอะ สายตาของนางไม่เลวเลยจริงๆ แต่วิธีการกลับป่าเถื่อนนัก!

เฉินหลิงจวินสีหน้ากระอักกระอ่วน ก่อนจะร่ายคาถาน้ำได้หันไปมองนางแวบหนึ่ง

“สหาย ไม่ต้องไปส่งหรอก”

โจวฮูยิ้มเอ่ย

“บรรพจารย์จิงชิง บอกตามตรง อีกเดี๋ยวข้าก็จะเป็นผู้ฝึกลมปราณของยอดเขาฮวาอิ่งภูเขาเที่ยวอวี๋แล้ว เราไปทางเดียวกัน”

เฉินหลิงจวินกึ่งเชื่อกึ่งกังขา

“หรือว่าเจ้าไม่ใช่ขุนนางหญิงที่ทำงานอยู่ในที่ว่าการของภูเขาพีอวิ๋น?”

โจวฮูกล่าว

“เมื่อก่อนใช่ แต่ว่าขอให้เว่ยเสินจวินช่วยแนะนำ จึงได้ไปสร้างกระท่อมฝึกตนอยู่ที่ภูเขาเที่ยวอวี๋”

เฉินหลิงจวินโล่งอก หัวเราะฮ่าๆ เอ่ยว่า

“เรื่องดี ขอแสดงความยินดีด้วย ยินดีต้อนรับยินดีต้อนรับ ในเมื่อเป็นคนครอบครัวเดียวกันแล้ว วันหน้าก็ไม่ต้องเรียกข้าว่าบรรพจารย์จิ่งชิงแล้ว เรียกข้าว่าสหายก็พอ เรียกเขาว่าเว่ยเย่โหยวย่อมดีที่สุด”

ระหว่างที่ขี่เมฆทะยานหมอกไปนั้น เฉินหลิงจวินนึกถึงเรื่องที่เว่ยป้อพูดถึงได้ก็เริ่มนับนิ้วมือ

พื้นที่ประกอบพิธีกรรมส่วนตัวของนายท่านบ้านตนที่เนินสู่เหย๋อ ภูเขาเชียงฮว่ายกให้คู่อาจารย์และศิษย์เซียนเวย์ หอบูชากระบี่ต้องเป็นผู้ฝึกกระบี่ถึงจะไปที่นั่นได้

เนินจ้าวจู๋คือสถานที่ที่บัณฑิตใช้อ่านตำรา ถ้ำสถิตของอวิ๋นจื่อตั้งอยู่ที่ภูเขาฮุ่ยเหมิง ภูเขาหวงหูคือจวนวารีของหงเซี่ย… นังหนูโง่หน่วนซู่เกินครึ่งก็น่าจะเลือกระหว่างยอดเขาไฉ่อวิ๋นกับภูเขาเซียนฉ่าว

เด็กชายชุดเขียวกับโจวฮูต่างคนก็ต่างมีความคิดของตัวเอง กลับไปที่ภูเขาลั่วพั่วด้วยกัน บังเอิญเห็นว่าอาจารย์หลิวคุยเล่นกับเซียนเวย์อยู่ตรงตีนเขา

เฉินหลิงจวินจึงถอนคาถาน้ำออก แอบย่องไปหาพวกเขา โจวฮูเปลี่ยนเส้นทางการทะยานลมคล้ายตั้งใจคล้ายไม่ได้เจตนาไปพลิวกายลงนอกภูเขา ก่อนจะเดินเนิบช้าไปทางประตูภูเขา

ไม่รู้ว่าสองฝ่ายคุยอะไรกัน แต่ดูเหมือนว่าเซียนเวย์จะมั่นใจแล้วถึงได้ถามเสียงเบาว่า

“ตอนที่อาจารย์หลิวยังหนุ่มก็เคยใช้ชีวิตอยู่บนมรรคาเหมือนกันหรือ?”

หลิวเสี่ยงยิ้มไม่ตอบ

โจวฮูกลั้นหายใจ แต่จิตแห่งมรรคาก็ยังสั่นสะเทือน เห็นเพียงว่าเฉินหลิงจวินแอบไปยืนอยู่ด้านหลังเซียนเวย์ สองมือพลันตบไปบนแก้มสองข้างของนักพรตเบาๆ

“ฮ่าๆๆ มรรคาเส้นไหนล่ะ?!”

รอกระทั่งฉีถิงจีจากไป พวกอู๋ม่านเหยียนที่เป็นผู้โดดเด่นในบรรดาสิบแปดกระบี่ของสำนักกระบี่ก็มาร่วมวงความครึกครื้นที่นี่

รู้ว่าลู่จือเป็นขอบเขตบินทะยานได้อย่างมั่นคงแล้ว อู๋ม่านเหยียนก็มีสีหน้าสดใส นับแต่วันนี้ไปสำนักบ้านตนก็จะมีบินทะยานสองคนแล้ว!

เฮ้อซื่อเซิงสุขุมหนักแน่นแก่เกินวัย เพียงแค่เอ่ยแสดงความยินดีไม่กี่คำเท่านั้น

หวงหลงที่ใบหน้ารูปเหลี่ยมหูใหญ่เขย่าหมัดแรงๆ ร้องเสียงดังแสดงความยินดีด้วยความตื่นเต้นฮึกเหิม

ถั่วเหยียนฮูหยินกลับมาถึงที่เพิงพักเร็วกว่าพวกเขา หลักๆ แล้วก็เพราะกลัวว่าเด็กๆ พวกนี้จะเห็นนิยายรักประโลมโลกของนาง

อู๋ม่านเหยียนเด็กสาวที่มัดผมหางม้าถักเปียสวมชุดคลุมอาคมชิงถง ในบรรดาคนรุ่นเยาว์ก็เป็นนางที่คุณสมบัติในการฝึกกระบี่ดีที่สุด

ถั่วเหยียนฮูหยินยื่นมือไปคีบชายแขนเสื้อของชุดคลุมอาคมอู๋ม่านเหยียนขึ้นมา พูดกลั้วหัวเราะเสียงอ่อนโยนว่า

“แม่หนูคุณสมบัติดี โชควาสนาก็ดี วันหน้าขอบเขตหยกดิบต้องไม่หนีไปไหนแน่นอน”

ชุดคลุมอาคมบนร่างของอู๋ม่านเหยียนชื่อว่า “ชิงถง” เดิมทีลู่จือเป็นคนมอบให้นาง ระดับขั้นไม่ต่ำคืออาวุธกึ่งเซียน แต่ได้รับความเสียหายหนักมาก

สิ้นเปลืองเงินทองคือเรื่องรอง หลักๆ แล้วคิดจะซ่อมแซมกลับยุ่งยากมาก ถือเป็นเรื่องของการถือหัวหมูแต่หาประตูศาลไม่เจอ

ผลคือในขณะที่ลู่จือกำลังกลัดกลุ้ม เจิ้งจูจีจงก็มาเยือนถึงบ้าน ระหว่างที่สองใต้หล้า “คุมเชิง” กัน วิธีการของเจิ้งจูจีจงน่าตกใจ อีกทั้งยังยึดครองนครแห่งหนึ่งมาให้ไพศาลได้ก่อน

ระหว่างนั้นเดินทางผ่านทักษิณาตยทวีปก็ได้แวะมาเยือนสำนักกระบี่หลงเซี่ยง ตอนนั้นข้างกายของเขาพา “สาวใช้” คนหนึ่งมาด้วย ก็คือเซียนหญิงที่มีฉายาว่ายวนหู เจ้าของนครจินชุ่ยแห่งเปลี่ยวร้างผู้นั้น

ในช่วงเวลาที่เซียนหญิงแห่งนครจินชุ่ยช่วยปะชุนชุดคลุมอาคมชิงถงให้นั้น เจิ้งจูจีจงก็ได้พูดคุยกับลู่จือเป็นการส่วนตัวสองสามประโยค

ไม่เพียงแต่ชุดคลุมอาคมชิงถงถูกซ่อมให้เหมือนใหม่ ยังถูกยกระดับให้ก้าวข้ามบันไดขั้นเล็กๆ ขั้นหนึ่ง ช่วยเพิ่มเวทคาถาให้กับชุดคลุมอาคมหลายชนิด คือการปักบุปผาลงบนผ้าแพรอย่างแท้จริง แน่นอนว่านั่นคือโชควาสนาของเด็กสาว

แต่โชควาสนาที่ใหญ่ที่สุดยังอยู่ที่ใครบอกให้เซียนหญิงยวนหูลงมือซ่อมแซมให้

เพียงแต่ว่าอู๋ม่านเหยียนมีจิตใจเรียบง่ายบริสุทธิ์ ตั้งใจฝึกกระบี่อย่างเดียว ตอนนี้จึงยังไม่รู้ถึงวิชาความรู้ที่ซ่อนอยู่ภายใน

ในอนาคตเมื่อออกไปท่องเที่ยวข้างนอก ชุดคลุมอาคมชิงถงที่อู๋ม่านเหยียนสวมไว้บนร่างตัวนี้ สมมติว่าอยู่ในทวีปอื่นหรือใต้หล้าแห่งอื่นแล้วบังเอิญเจอกับศัตรูที่แข็งแกร่ง

หากตกอยู่ในสถานการณ์อับจน ถึงเวลานั้นชื่อเสียงของสำนักกระบี่หลงเซี่ยงข่มขู่อีกฝ่ายไม่ได้ ถึงขั้นที่ว่าชื่อของฉีถิงจีอาจารย์ของนางก็ยังมีน้ำหนักไม่มากพอ ถ้าอย่างนั้นเจิ้งจูจีจงแห่งนครจักรพรรดิขาวเล่า?

อู๋ม่านเหยียนส่ายหน้า

“ขอบเขตหยกดิบพอเสียที่ไหน วันหน้าไปถึงนครบินทะยานยังไม่มากพอให้เรียกว่า “เซียนกระบี่” เลยด้วยซ้ำ”

ถั่วเหยียนฮูหยินยื่นนิ้วข้างหนึ่งจิ้มไปที่หน้าผากของเด็กสาว ยิ้มเอ่ยว่า

“รู้หรือไม่ว่าสิบเซียนกระบี่ใหญ่บนยอดเขาที่ขึ้นไปบนหัวกำแพงเมืองได้อย่างเจ้าสำนักฉี อาจารย์ลู่เพิ่งจะเลื่อนเป็นขอบเขตเซียนเหรินกันตอนอายุเท่าไร? คิดอยากจะเป็นเซียนกระบี่อายุร้อยปี แล้วยังเป็นเซียนกระบี่ของกำแพงเมืองปราณกระบี่ด้วย ฝันไปเถอะ”

พวกนางพูดถึงเจ้าลัทธิลู่ พอคิดถึง “คนหลอกลวง” ผู้นั้น เฮ้อซื่อเซิงก็อารมณ์ซับซ้อน ก่อนหน้านี้เด็กหนุ่มพูดคุยกับลู่เฉินไปไม่น้อย ลู่จือหันหน้าไปมองเรือแจวลำหนึ่งที่อยู่บนมหาสมุทร

ถั่วเหยียนฮูหยินถามเสียงเบา

“บนทะเลมีแขกมาเยี่ยมเยือนหรือ?”

ลู่จือกล่าว

“ไม่แน่เสมอไปว่าจะมาที่หน้าประตู”

ถั่วเหยียนฮูหยินเองก็คร้านจะถามว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ถึงอย่างไรการต้อนรับขับสู้ผู้คนก็มีเซียนกระบี่เส้าดูแลอยู่ คงไม่มีใครที่ขวัญกล้าเทียมฟ้าถึงกับมาถามกระบี่ที่นี่

ตามหลังเจิ้งจูจีจง ก็เป็นลู่เฉินที่มายังสำนักกระบี่หลงเซี่ยง เจอหน้ากันแล้วลู่เฉินก็ถามลู่จืออย่างตรงไปตรงมาว่า เจ้านครเจิ้งเคยมาเยือนแล้วใช่หรือไม่

ตอนนั้นลู่จือแสดงออกได้… ไม่เหมือนลู่จืออย่างมาก ดังนั้นลู่เฉินถึงได้ยิ้มหน้าทะเล้น บอกกับนางว่าไม่ต้องตื่นเต้น บอกชัดเจนว่าตัวเองไม่มีทางเป็นศัตรูกับเจิ้งจูจีจง

คำอธิบายที่เขาให้ไว้ก็คือเขาเห็นชุดคลุมอาคมชิงถงที่อู๋ม่านเหยียนสวมใส่ว่ามีร่องรอยของนครจินชุ่ย

ลู่จือพลันเอ่ยว่า

“ดูเหมือนว่าจะได้เวลารับลูกศิษย์สักสองสามคนแล้ว”

ถั่วเหยียนฮูหยินอึ้งตะลึงอยู่ที่กำแพงเมืองปราณกระบี่ ลู่จือไม่เคยรับลูกศิษย์ รอกระทั่งนางกลับมายังไพศาลก็ยังไม่เคยมีความคิดจะรับลูกศิษย์

ลู่จือพูดอย่างปวดหัวว่า

“สอนลูกศิษย์เหมือนเป็นอาจารย์ในโรงเรียน ถ่ายทอดวิชาไขข้อข้องใจ ไม่ใช่สิ่งที่ข้าถนัดเลยจริงๆ”

ถั่วเหยียนฮูหยินกล่าว

“ถ้าอย่างนั้นข้าจะบอกกับเส้าอวิ๋นเหยียนให้ช่วยเก็บต้นกล้าเซียนที่คุณภาพดีที่สุดไว้ให้ท่านสักสองสามคน ดีไหม?”

ต้นกล้าเซียนระดับต้นๆ ของบนภูเขาจะขาดไม่ได้ทั้งคุณสมบัติและนิสัยใจคอ

ลู่จือส่ายหน้า

“เลือกผู้ฝึกกระบี่อายุน้อยที่คุณสมบัติธรรมดาก็พอ ข้ากลัวจะชักนำให้ลูกหลานของผู้อื่นหลงเดินไปทางผิด รอให้ผ่านการตรวจสอบจากพวกเจ้าแล้ว ผู้ฝึกกระบี่ของสำนักที่จะเก็บไว้หรือไม่เก็บไว้ก็ได้พวกนั้น ข้าจะเลือกสักคนสองคนมาเป็นลูกศิษย์ผู้สืบทอด”

ถั่วเหยียนฮูหยินกุมขมับ ไร้คำพูด

อู๋ม่านเหยียนยิ้มเอ่ย “ข้าถึงขั้นนึกอยากจะเปลี่ยนอาจารย์แล้ว”

เฮ้อซื่อเซิงเตือนทันทีว่า “ศิษย์พี่หญิงอย่าพูดเหลวไหล”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!