เฉินหลิงจวินขอตัวกลับภูเขากับเว่ยเย่โหยว บอกว่าจะต้องช่วยจงเชียนสั่งอาหารที่เรือนพ่อครัวเฒ่า คิดไม่ถึงว่าสหายเหม่ยเจิ้งจะขอตามมาด้วย
ประหลาดนัก คงไม่ใช่ว่าสตรีผู้นี้รู้ขอบเขตของตน เพียงแต่ว่านางอาศัยวิชาอภินิหารนอกรีตบางอย่างมอง “รูปโฉมที่แท้จริง” ของตนออก ละโมบในความหล่อเหลาของตนที่ดูดีกว่าเนื้อหนังมังสาของเว่ยเย่โหยวเลยคิดจะทำเรื่องมิชอบ?
มารดามันเถอะ สายตาของนางไม่เลวเลยจริงๆ แต่วิธีการกลับป่าเถื่อนนัก!
เฉินหลิงจวินสีหน้ากระอักกระอ่วน ก่อนจะร่ายคาถาน้ำได้หันไปมองนางแวบหนึ่ง
“สหาย ไม่ต้องไปส่งหรอก”
โจวฮูยิ้มเอ่ย
“บรรพจารย์จิงชิง บอกตามตรง อีกเดี๋ยวข้าก็จะเป็นผู้ฝึกลมปราณของยอดเขาฮวาอิ่งภูเขาเที่ยวอวี๋แล้ว เราไปทางเดียวกัน”
เฉินหลิงจวินกึ่งเชื่อกึ่งกังขา
“หรือว่าเจ้าไม่ใช่ขุนนางหญิงที่ทำงานอยู่ในที่ว่าการของภูเขาพีอวิ๋น?”
โจวฮูกล่าว
“เมื่อก่อนใช่ แต่ว่าขอให้เว่ยเสินจวินช่วยแนะนำ จึงได้ไปสร้างกระท่อมฝึกตนอยู่ที่ภูเขาเที่ยวอวี๋”
เฉินหลิงจวินโล่งอก หัวเราะฮ่าๆ เอ่ยว่า
“เรื่องดี ขอแสดงความยินดีด้วย ยินดีต้อนรับยินดีต้อนรับ ในเมื่อเป็นคนครอบครัวเดียวกันแล้ว วันหน้าก็ไม่ต้องเรียกข้าว่าบรรพจารย์จิ่งชิงแล้ว เรียกข้าว่าสหายก็พอ เรียกเขาว่าเว่ยเย่โหยวย่อมดีที่สุด”
ระหว่างที่ขี่เมฆทะยานหมอกไปนั้น เฉินหลิงจวินนึกถึงเรื่องที่เว่ยป้อพูดถึงได้ก็เริ่มนับนิ้วมือ
พื้นที่ประกอบพิธีกรรมส่วนตัวของนายท่านบ้านตนที่เนินสู่เหย๋อ ภูเขาเชียงฮว่ายกให้คู่อาจารย์และศิษย์เซียนเวย์ หอบูชากระบี่ต้องเป็นผู้ฝึกกระบี่ถึงจะไปที่นั่นได้
เนินจ้าวจู๋คือสถานที่ที่บัณฑิตใช้อ่านตำรา ถ้ำสถิตของอวิ๋นจื่อตั้งอยู่ที่ภูเขาฮุ่ยเหมิง ภูเขาหวงหูคือจวนวารีของหงเซี่ย… นังหนูโง่หน่วนซู่เกินครึ่งก็น่าจะเลือกระหว่างยอดเขาไฉ่อวิ๋นกับภูเขาเซียนฉ่าว
เด็กชายชุดเขียวกับโจวฮูต่างคนก็ต่างมีความคิดของตัวเอง กลับไปที่ภูเขาลั่วพั่วด้วยกัน บังเอิญเห็นว่าอาจารย์หลิวคุยเล่นกับเซียนเวย์อยู่ตรงตีนเขา
เฉินหลิงจวินจึงถอนคาถาน้ำออก แอบย่องไปหาพวกเขา โจวฮูเปลี่ยนเส้นทางการทะยานลมคล้ายตั้งใจคล้ายไม่ได้เจตนาไปพลิวกายลงนอกภูเขา ก่อนจะเดินเนิบช้าไปทางประตูภูเขา
ไม่รู้ว่าสองฝ่ายคุยอะไรกัน แต่ดูเหมือนว่าเซียนเวย์จะมั่นใจแล้วถึงได้ถามเสียงเบาว่า
“ตอนที่อาจารย์หลิวยังหนุ่มก็เคยใช้ชีวิตอยู่บนมรรคาเหมือนกันหรือ?”
หลิวเสี่ยงยิ้มไม่ตอบ
โจวฮูกลั้นหายใจ แต่จิตแห่งมรรคาก็ยังสั่นสะเทือน เห็นเพียงว่าเฉินหลิงจวินแอบไปยืนอยู่ด้านหลังเซียนเวย์ สองมือพลันตบไปบนแก้มสองข้างของนักพรตเบาๆ
“ฮ่าๆๆ มรรคาเส้นไหนล่ะ?!”
รอกระทั่งฉีถิงจีจากไป พวกอู๋ม่านเหยียนที่เป็นผู้โดดเด่นในบรรดาสิบแปดกระบี่ของสำนักกระบี่ก็มาร่วมวงความครึกครื้นที่นี่
รู้ว่าลู่จือเป็นขอบเขตบินทะยานได้อย่างมั่นคงแล้ว อู๋ม่านเหยียนก็มีสีหน้าสดใส นับแต่วันนี้ไปสำนักบ้านตนก็จะมีบินทะยานสองคนแล้ว!
เฮ้อซื่อเซิงสุขุมหนักแน่นแก่เกินวัย เพียงแค่เอ่ยแสดงความยินดีไม่กี่คำเท่านั้น
หวงหลงที่ใบหน้ารูปเหลี่ยมหูใหญ่เขย่าหมัดแรงๆ ร้องเสียงดังแสดงความยินดีด้วยความตื่นเต้นฮึกเหิม
ถั่วเหยียนฮูหยินกลับมาถึงที่เพิงพักเร็วกว่าพวกเขา หลักๆ แล้วก็เพราะกลัวว่าเด็กๆ พวกนี้จะเห็นนิยายรักประโลมโลกของนาง
อู๋ม่านเหยียนเด็กสาวที่มัดผมหางม้าถักเปียสวมชุดคลุมอาคมชิงถง ในบรรดาคนรุ่นเยาว์ก็เป็นนางที่คุณสมบัติในการฝึกกระบี่ดีที่สุด
ถั่วเหยียนฮูหยินยื่นมือไปคีบชายแขนเสื้อของชุดคลุมอาคมอู๋ม่านเหยียนขึ้นมา พูดกลั้วหัวเราะเสียงอ่อนโยนว่า
“แม่หนูคุณสมบัติดี โชควาสนาก็ดี วันหน้าขอบเขตหยกดิบต้องไม่หนีไปไหนแน่นอน”
ชุดคลุมอาคมบนร่างของอู๋ม่านเหยียนชื่อว่า “ชิงถง” เดิมทีลู่จือเป็นคนมอบให้นาง ระดับขั้นไม่ต่ำคืออาวุธกึ่งเซียน แต่ได้รับความเสียหายหนักมาก
สิ้นเปลืองเงินทองคือเรื่องรอง หลักๆ แล้วคิดจะซ่อมแซมกลับยุ่งยากมาก ถือเป็นเรื่องของการถือหัวหมูแต่หาประตูศาลไม่เจอ
ผลคือในขณะที่ลู่จือกำลังกลัดกลุ้ม เจิ้งจูจีจงก็มาเยือนถึงบ้าน ระหว่างที่สองใต้หล้า “คุมเชิง” กัน วิธีการของเจิ้งจูจีจงน่าตกใจ อีกทั้งยังยึดครองนครแห่งหนึ่งมาให้ไพศาลได้ก่อน
ระหว่างนั้นเดินทางผ่านทักษิณาตยทวีปก็ได้แวะมาเยือนสำนักกระบี่หลงเซี่ยง ตอนนั้นข้างกายของเขาพา “สาวใช้” คนหนึ่งมาด้วย ก็คือเซียนหญิงที่มีฉายาว่ายวนหู เจ้าของนครจินชุ่ยแห่งเปลี่ยวร้างผู้นั้น
ในช่วงเวลาที่เซียนหญิงแห่งนครจินชุ่ยช่วยปะชุนชุดคลุมอาคมชิงถงให้นั้น เจิ้งจูจีจงก็ได้พูดคุยกับลู่จือเป็นการส่วนตัวสองสามประโยค
ไม่เพียงแต่ชุดคลุมอาคมชิงถงถูกซ่อมให้เหมือนใหม่ ยังถูกยกระดับให้ก้าวข้ามบันไดขั้นเล็กๆ ขั้นหนึ่ง ช่วยเพิ่มเวทคาถาให้กับชุดคลุมอาคมหลายชนิด คือการปักบุปผาลงบนผ้าแพรอย่างแท้จริง แน่นอนว่านั่นคือโชควาสนาของเด็กสาว
แต่โชควาสนาที่ใหญ่ที่สุดยังอยู่ที่ใครบอกให้เซียนหญิงยวนหูลงมือซ่อมแซมให้
เพียงแต่ว่าอู๋ม่านเหยียนมีจิตใจเรียบง่ายบริสุทธิ์ ตั้งใจฝึกกระบี่อย่างเดียว ตอนนี้จึงยังไม่รู้ถึงวิชาความรู้ที่ซ่อนอยู่ภายใน
ในอนาคตเมื่อออกไปท่องเที่ยวข้างนอก ชุดคลุมอาคมชิงถงที่อู๋ม่านเหยียนสวมไว้บนร่างตัวนี้ สมมติว่าอยู่ในทวีปอื่นหรือใต้หล้าแห่งอื่นแล้วบังเอิญเจอกับศัตรูที่แข็งแกร่ง
หากตกอยู่ในสถานการณ์อับจน ถึงเวลานั้นชื่อเสียงของสำนักกระบี่หลงเซี่ยงข่มขู่อีกฝ่ายไม่ได้ ถึงขั้นที่ว่าชื่อของฉีถิงจีอาจารย์ของนางก็ยังมีน้ำหนักไม่มากพอ ถ้าอย่างนั้นเจิ้งจูจีจงแห่งนครจักรพรรดิขาวเล่า?
อู๋ม่านเหยียนส่ายหน้า
“ขอบเขตหยกดิบพอเสียที่ไหน วันหน้าไปถึงนครบินทะยานยังไม่มากพอให้เรียกว่า “เซียนกระบี่” เลยด้วยซ้ำ”
ถั่วเหยียนฮูหยินยื่นนิ้วข้างหนึ่งจิ้มไปที่หน้าผากของเด็กสาว ยิ้มเอ่ยว่า
“รู้หรือไม่ว่าสิบเซียนกระบี่ใหญ่บนยอดเขาที่ขึ้นไปบนหัวกำแพงเมืองได้อย่างเจ้าสำนักฉี อาจารย์ลู่เพิ่งจะเลื่อนเป็นขอบเขตเซียนเหรินกันตอนอายุเท่าไร? คิดอยากจะเป็นเซียนกระบี่อายุร้อยปี แล้วยังเป็นเซียนกระบี่ของกำแพงเมืองปราณกระบี่ด้วย ฝันไปเถอะ”


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!