ก่อนหน้านี้อยู่ที่ท่าเรืออิงอู่โจว เนื่องจากป่าวประกาศว่าวันหน้าเมื่อตนเลื่อนเป็นขอบเขตสิบห้าจะถามกระบี่กับอิ่นกวานครั้งหนึ่ง ผลคือกลับมาที่สำนักได้แค่ไม่กี่วัน เฮ้อซื่อเซิงก็ได้ฉายาว่า “ลูกวัว” (มาจากประโยคว่า ลูกวัวเกิดใหม่ไม่กลัวเสือ)
ใครเป็นคนตั้งให้ก็ไม่ต้องเดาเลย หวงหลงเอ่ยเสียงเบาว่า
“ข้าเองก็มีความคิดบางอย่าง สามารถเป็นศิษย์พี่ใหญ่ได้”
หวงหลงมาจากฝูเหยาทวีป แล้วยังเป็นผู้ฝึกตนอิสระอีกด้วย ขึ้นชื่อว่ามีชะตาชีวิตแข็งแกร่ง เส้าอวิ๋นเหยียนเอ่ยชมเชยไม่ขาดปาก บอกว่าเด็กคนนี้เหมือนอิ่นกวานอย่างมาก
เฮ้อซื่อเซิงกล่าว “ตามใจเจ้า”
หวงหลงพึมพำ “ในสายตาของอาจารย์มีแต่ศิษย์พี่หญิงหรือ”
เฮ้อซื่อเซิงอับอายจนพานเป็นโกรธ “แน่จริงก็พูดเสียงดังหน่อยสิ!”
หวงหลงพูดเสียงดังภังวาน
“ศิษย์พี่เฮ้อแอบชอบศิษย์พี่หญิงอู๋ เป็นเรื่องที่แม้แต่คนโง่ก็ยังดูออก”
เฮ้อซื่อเซิงหน้าแดงก่ำ อู๋ม่านเหยียนยิ้มตาหยี
“ศิษย์น้องหวง เจ้าหึงหรือไร? แต่ว่าหึงใครล่ะ นี่ก็คือปัญหา”
คราวนี้ถึงคราวที่หวงหลงมีร้อยปากก็ยากจะแก้ตัวได้แล้ว ถั่วเหยียนฮูหยินหัวเราะชอบใจ
และเวลานี้เอง แสงกระบี่เส้นหนึ่งก็พุ่งออกทะเลไปรับแขก ถั่วเหยียนฮูหยินร้องเอ๊ะหนึ่งที
“ใครกัน ถึงสามารถทำให้เส้าอวิ๋นเหยียนเป็นฝ่ายออกไปทักทายปราศรัยด้วยได้”
ลู่จือกล่าว
“คือคนที่มีฉายาว่าเซียนฉา ลูกศิษย์ใหญ่ที่ไม่ได้รับการบันทึกชื่อของเจ้าลัทธิลู่”
สีหน้าของถั่วเหยียนฮูหยินกระอักกระอ่วน แม้กระทั่งยามฝันนางก็อยากจะพบหน้าเจ้าลัทธิลู่สักครั้ง ส่วนคนพายเรือเฒ่าผู้นั้น ให้ตายอย่างไรนางก็ไม่อยากจะเกี่ยวข้องด้วย
เส้าอวิ๋นเหยียนเห็นคนพายเรือเฒ่าที่ในมือถือไม้ไผ่ถ่อเรือลำยาว คำโอภาปราศรัยที่ควรจะมีล้วนไม่ขาดแม้แต่นิดเดียว รับรองแขกได้อย่างรอบคอบรัดกุม
ฉีถิงจีเพิ่งจะใช้เสียงในใจบอกกล่าวเส้าอวิ๋นเหยียนไปว่า พยายามอย่าให้กู้ชิงซงเข้ามาที่สำนัก มีเรื่องอะไรก็ให้คุยกันที่ทะเล
ผลคือพอเส้าอวิ๋นเหยียนไปถึงที่นั่น พูดคุยกันได้แค่ไม่กี่คำก็รู้สึกเสียใจภายหลัง แล้วเริ่มด่าอยู่ในใจว่าฉีถิงจีไร้คุณธรรม ประโยคแรกของพ่อครัวเฒ่าก็พูดแสกหน้าทันที สั่งสอนจนเส้าอวิ๋นเหยียนไม่รู้ว่าควรจะรับคำเช่นไรดี
“ไม่ต้องมาพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้กับข้าหรอก เดิมนึกว่าผู้ฝึกกระบี่ของสำนักกระบี่หลงเซี่ยงอย่างพวกเจ้ามีพื้นฐานมาจากกำแพงเมืองปราณกระบี่ ขนบธรรมเนียมก็จะแตกต่างจากจวนเซียนของไพศาล ผลกลับดีนักไม่ได้เรื่องเลย
สหาย สหายกะผายลมน่ะสิ เจ้าเส้าอวิ๋นเหยียนก็มีหน้ามาเรียกข้าว่าเป็นสหายด้วยหรือ เพราะว่าเจ้าและข้าต่างก็เป็นขอบเขตหยกดิบอย่างนั้นหรือ?”
“หากคิดไปเองฝ่ายเดียวก็ยังพอทำเนา เห็นได้ชัดว่าเป็นชะตาชีวิตคู่ันยอดเยี่ยมที่ต่างก็ยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่าย ทำไมเซียนกระบี่ใหญ่เส้าถึงไม่รู้จักทะนุถนอมเห็นค่า?
เจ้าไม่ใช่ขอบเขตหยกดิบของกำแพงเมืองปราณกระบี่เสียหน่อย ได้แต่นั่งดื่มเหล้าอยู่ริมทางที่ร้านเหล้าของเถ้าแก่องเซียน กระบี่ขอบเขตหยกดิบของใต้หล้าไพศาลล้ำค่ามากเลยไม่ใช่หรือ แต่กลับขี้ขลาดขนาดนี้เชียว? หากจะถามข้านะ สตรีที่ลุ่มหลงในรักของภูเขาสุ่ยจิงคนนั้น มาเจอกับคนไร้ประโยชน์อย่างเจ้าก็ช่างน่าสงสารจริงๆ”
“เส้าอวิ๋นเหยียน ภูมิลำเนาเจ้าอยู่ที่อุตรกุรุทวีป ไม่ใช่ธวัลทวีปหรือ? เคยลองตรวจสอบทำเนียบตระกูลอย่างละเอียดแล้วหรือยัง? อย่าได้กราบบรรพบุรุษผิดคนล่ะ…”
เส้าอวิ๋นเหยียนพยายามตีหน้านิ่ง ไม่พูดอะไรสักคำ แค่แสร้งทำเป็นหูหนวกเป็นใบ้เท่านั้น
ทางฝั่งของเจ้าสำนักเกิดเรื่องวุ่นวาย แลกเปลี่ยนพื้นที่มงคลโดยพลการโดยที่ไม่มีการบอกกล่าวกันไว้ก่อน เดิมทีเส้าอวิ๋นเหยียนก็อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว ยังมาเจอคำพูดทิ่มแทงใจยาวเป็นพรวนจากคนพายเรือเฒ่าอีก
เส้าอวิ๋นเหยียนหน้าเขียวคล้ำ ดูจากท่าทางอีกฝ่ายคงไม่ยอมหยุดง่ายๆ ยังคงเป็นฉีถิงจีที่ฉลาด ไม่คิดจะมาพบเซียนฉาเลย
ก่อนหน้านี้คนพายเรือเฒ่าพูดถึงเขาไม่กี่ประโยคก็เงียบเสียงลงแล้ว ต้งซานเกิงกับเฉินซือคือวีรบุรุษที่เก่งกาจถึงเพียงใด แต่กลับไม่อาจออกมาจากสนามรบได้ มีแต่เจ้าที่มาถึงใต้หล้าไพศาลได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์
คิดดูแล้วคงเป็นเพราะเจ้าสำนักฉีมีเวทกระบี่สูงที่สุดกระมัง? ประหลาดนัก ทำไมถึงยังไม่ผสานมรรคาเสียทีเล่า ไม่ใช่ผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตสิบสี่เสียทีหรือ หรือว่าคิดอยากจะฝ่าทะลุขอบเขตสองขั้นติดกันไปเลย?
คนพายเรือเฒ่าโบกมือให้เส้าอวิ๋นเหยียน
“อย่ามั่วยืนอึ้งอยู่ตรงนี้เลย มาเยือนครั้งนี้ข้าไม่ได้มาหาเจ้า กลับไปเป็นชายแล้งน้ำใจเนรคุณของเจ้าต่อไปเถอะ”
เส้าอวิ๋นเหยียนที่ถูกฉีถิงจีผลักออกมารับหายนะโมโหจนหมุนตัวได้ก็ขี่กระบี่จากไปไกลทันที ส่วนเรื่องที่ว่าสรุปแล้วคนพายเรือเฒ่าด่าใครกันแน่ เกี่ยวผายลมอะไรกับเขาด้วย
ฉีถิงจีทำอะไรรวดเร็วฉับไวมาโดยตลอด เขาเริ่มเตรียมการเรื่องของการย้ายพื้นที่มงคลชิงหนีแล้ว เวลานี้บนยอดเขามีผู้ฝึกกระบี่กลุ่มหนึ่งปรากฏตัว พลังอำนาจน่าครั่นคร้าม
เซียนฉาเงยหน้ามองแล้วก็จุปากด้วยความทึ่ง
“ช่างเป็นขบวนที่ใหญ่โตเหลือเกิน ข่มขู่ให้ข้ากลัวหรือ? คิดว่าข้าตกใจกลัวมากเลยสินะ!?”
เส้าอวิ๋นเหยียนขี่กระบี่ไปทางเพิงพักด้วยความหงุดหงิดใจ สีหน้าอัดอั้น
ถั่วเหยียนฮูหยินใช้เสียงในใจสอบถามเส้าอวิ๋นเหยียน
“พวกเขามาได้อย่างไร? ไหนบอกไว้แล้วว่ารอให้สร้างสำนักเบื้องล่างไว้ที่ฝูเหยาทวีปก่อนแล้วค่อยปรากฏตัวอย่างไรละ่?”
เส้าอวิ๋นเหยียนเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “ไม่เป็นไรหรอก”
เกาซ่วง ขอบเขตเซียนเหริน, กวอตู้ ผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตหยกดิบ, หลิงชวินคนรักของเขา แต่กลับเป็นผู้ฝึกกระบี่จากเปลี่ยวร้าง นางเองก็เป็นขอบเขตหยกดิบเช่นกัน ครั้งนี้เดินทางมา “เป็นแขก” ที่ใต้หล้าไพศาลพร้อมกับกวอตู้ มีความหมายของสามีร้องภรรยารับ
จินเก้า ขอบเขตหยกดิบมาจากถนนไท่เซียง คนรุ่นบรรพบุรุษในตระกูลสนิทสนมกับสกุลฉีมานานหลายรุ่น
ผู้ฝึกกระบี่หญิงจู๋ซู่มาจากถนนเสวียนฮู้ เคยรับหน้าที่เป็นผู้ถวายงานตระกูลฉี เป็นคนตระกูลเดียวกันกับจู๋อานผู้ฝึกกระบี่สายของอิ่นกวานเก่า
หวงหลิง ขอบเขตเซียนเหรินอีกคนหนึ่ง ชอบดื่มเหล้า กระบี่พกมีชื่อว่า ‘ซานคู่” มีประวัติความเป็นมาอย่างมาก เขากับเซวียนหยางผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตหยกดิบ ต่างคนต่างก็ได้ครอบครองเรือนส่วนตัวของเซียนกระบี่ที่นอกเมืองแห่งหนึ่ง เนินจินกังกับอารามป๋ายหาว


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!