เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1164

เจียงเซ่อหรี่ตา เสียวสันหลังวาบ จิตวิญญาณสั่นสะเทือนรุนแรง ดูเหมือนว่าปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหารผู้นี้จะสัมผัสได้ถึงการเล่นงานบางอย่างที่อยู่ในมุมมืดมิด ศึกในวันนี้ใหม่และเก่าช่วงชิงเส้นทาง ถือหอกเดินเข้าเรือน แบ่งเอาโชคชะตาของสำนักการทหารไปครอง

เรื่องที่ทำก็คือการร่วมกันสังหารเจียงเซ่อ อู๋ซวงเจียงแย่งชิงตำแหน่ง เฉินผิงอันแย่งชิงชื่อเสียง เจิงจวีจงได้รับผลประโยชน์ เฉินผิงอันเอ่ยอย่างเฉยเมย
“เจียงเซ่อรับกระบี่”

ค่ายกลดวงดาวเป่ยโต่ว (ดาวกระบวยเหนือ) จุดที่ด้ามกระบวยชี้ไป ก็คือเจียงเซ่อ

……

อู๋ซวงเจียงเงยหน้ามองฟ้า พึมพำกับตัวเองว่า
“ผู้หลอมลมปราณของกองโหราศาสตร์ในโลกมนุษย์คราวนี้จิตแห่งมรรคาของแต่ละคนคงแหลกสลายไปหมดแล้ว ”

อันดับแรกก็เป็นอิ๋งฮั่วที่เคลื่อนที่ แล้วก็มาเป็นเจ็ดดาวเป่ยโต่ว เหมือนเส้นยาวสีทองเส้นหนึ่งที่เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นก็คือแสงกระบี่ ไม่รู้ว่าขุนนางประวัติศาสตร์ของแต่ละแคว้นจะยกพู่กันบันทึกเรื่องราวกันอย่างไร?

ซยุตงซานเป็นคนแรกที่เดาความจริงได้ก่อน แต่กระนั้นก็ยังไม่กล้าเชื่อ พึมพำซ้ำๆ ไปมาจะเป็นไปได้อย่างไร จะเป็นไปได้อย่างไร

อู๋ซวงเจียงยิ้มเอ่ย
“อันที่จริงข้าก็ไม่รู้เรื่องนี้เหมือนกัน ต้องถามอาจารย์เจิง”เจิงจวีจงแค่เอ่ยมาประโยคเดียวว่า
“ข้าไปเยือนสำนักกระบี่หลงเซียงมารอบหนึ่ง ไปหาลู่จือ”ซยุตงซานถาม
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ?”เจิงจวีจงเอ่ย
“จากนั้นก็เป็นอาจารย์ของเจ้าที่ชักนำเป่ยโต่วจากนอกฟ้า ส่งกระบี่ใส่เจียงเซ่อที่หวนกลับมายังโลกมนุษย์อีกครั้ง”ซยุตงซานทิ้งตัวนอนไปด้านหลัง เพียงแต่ไม่นานก็ดีดตัวขึ้นมาในท่านอนหงาย เอ่ยว่า
“โจวอันดับหนึ่ง มีงานให้พวกเราทำแล้ว!”เจิงจวีจงกล่าว
“ไม่ต้องรีบร้อน”

ก่อนหน้านี้พาเจิงชิงเจียไปที่สำนักกระบี่หลงเซียง เจิงจวีจงได้ไปหาลู่จือเป็นการส่วนตัว เคยได้พูดคุยกันอย่างลับๆ ไปครั้งหนึ่ง เจิงจวีจงพูดเข้าประเด็นทันที

“ข้ามาที่นี่เพื่อเสนอข้อเรียกร้องสองอย่างแทนคนสองคน แน่นอนว่าเจ้าจะไม่ตอบตกลงก็ได้ ก่อนหน้านั้นข้าจะต้องปรึกษาเจ้าเรื่องหนึ่ง หลังจากพูดคุยกัน ลู่จือจะต้องหลงลืมเนื้อหาในการพูดคุยกันครั้งนี้ไป”

ฟังมาถึงตรงนี้ ลู่จือไม่มีความลังเลใดๆ พยักหน้าเอ่ยว่า
“พูดมาเลย”เจิงจวีจงเอ่ยเนิบช้า
“หนึ่งคือขอร้องลู่จือแทนชยุฉาน ให้ไปรับธรรมโองการหลอมกระบี่อยู่ที่ป๋ายอวี๋จิงใต้หล้ามืดสลัว ในอนาคตเมื่อเฉินผิงอันไปถามกระบี่ที่ป๋ายอวี๋จิง ต้องโน้มน้าวหาวซู่ให้ทรยศออกจากป๋ายอวี๋จิงด้วยกัน”

ลู่จือฟังแล้วไฟโทสะลุกโชนสามจั้ง เกือบจะหลุดปากพูดออกไปว่าหัวสมองของซิวหูผู้นั้นมีปัญหาหรือไร? หากแค่ติดตามอิ่นกวานข้ามทวีปไปถามกระบี่กับป๋ายอวี๋จิง ลู่จือย่อมไม่มีความลังเลใดๆ ส่วนการที่ให้รับธรรมโองการเป็นนักพรต ทรยศออกจากป๋ายอวี๋จิง แล้วยังต้องสมคบคิดกับหาวซู่อะไรนั่น เห็นนางลู่จือเป็นคนอย่างไร? หรือว่าชยุฉานใช้แค่แผนการชั่วร้ายเป็นอย่างเดียวเท่านั้น?

เจิงจวีจงยิ้มเอ่ย
“รู้สึกลำบากใจหรือ? เรื่องที่ต้องลำบากใจมากกว่านี้ยังรออยู่ข้างหลัง”ลู่จือกล่าว
“เอาเป็นว่าเรื่องแรกข้าไม่ทำแน่นอน เรื่องที่สองเจ้าพูดมา ข้าจะฟัง”เจิงจวีจงกล่าว
“เฉินผิงอันต้องการขอของสิ่งหนึ่งจากเจ้า ฟังให้ดี คือขอ ไม่ใช่ขอยืม”

ลู่จือมึนงงเหมือนตกอยู่ในดงเมฆหมอก

เจิงจวีจงนั้นราวกับว่าหากไม่พูดให้คนตกใจตายจะไม่ยอมเลิกรา
“เฉินผิงอันต้องการกระบี่บิน “เป่ยโต่ว” ของเจ้า เอามาใช้รับมือกับศัตรูแข็งแกร่งบนมรรคาบางคน ส่วนจะเป็นใครกันแน่ ตอนนี้ยังบอกไม่ได้”ลู่จือโล่งอก เอ่ยว่า
“ไม่มีปัญหา”เจิงจวีจงเองก็ไม่รู้สึกว่าประหลาดใจ ได้แต่เตือนไปอีกครั้งว่า
“ต้องคิดให้ดีนะ เรื่องนี้จะเสียใจภายหลังไม่ได้ บอกตามตรง นี่เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ข้าที่เป็นคนกลางก็ไม่ยอมให้เจ้าเปลี่ยนใจภายหลังเหมือนกัน พูดตรงๆ ข้าไม่หวังให้ลู่จือที่เป็นคนแบ่งแยกบุญคุณความแค้นชัดเจน เปิดเผยตรงไปตรงมาหายไปจากโลกใบนี้ แต่มีสตรีอาฆาตแค้นคนหนึ่งที่เศร้าโศกเสียใจ อยากพูดแต่สุดท้ายกลับเก็บงำไว้ วันๆ เอาแต่บ่นด้วยความไม่พอใจว่าทำไมบนโลกนี้ถึงไม่มียาแก้เสียใจภายหลังเพิ่มมา

ดึงเอากระบี่บินแห่งชะตาชีวิต “เป่ยโต่ว” ออกไป สำหรับลู่จือแล้ว มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือได้เลื่อนเป็นขอบเขตบินทะยานเร็วขึ้น แต่เดิมทีการพิสูจน์มรรคาเป็นบินทะยานก็เป็นของในกระเป๋าของลู่จืออยู่แล้ว ดังนั้นข้อดีส่วนนี้สามารถมองข้ามไปได้เลย ข้อเสียกลับเป็นว่าผลสำเร็จบนมหามรรคาของลู่จือในอนาคตจะต่ำกว่าเดิมเยอะมาก เพราะถึงอย่างไรจะผสานมรรคาได้หรือไม่ รวมไปถึงหลังจากผสานมรรคาแล้ว ในบรรดาขอบเขตสิบสี่ก็มีการแบ่งแข็งแกร่งกับอ่อนด้อย ดังนั้นการมอบกระบี่ออกไปในครั้งนี้ของลู่จือ จึงมีข้อเสียมากกว่าข้อดี”

สายตาของลู่จือใสกระจ่าง แต่น้ำเสียงยังคงนิ่งสงบ
“อาจารย์เจิงไม่ต้องพูดมาก ลู่จือเองก็ไม่มีทางคิดมากเหมือนกัน”เจิงจวีจงกล่าว
“ผู้ฝึกกระบี่ช่างบริสุทธิ์จริงๆ”ลู่จือถาม
“ข้าเองก็มีคำถามอยู่ข้อหนึ่ง ‘ถาม’ เรื่องนี้เป็นคำสั่งของชยุฉานศิษย์พี่เขา หรือเป็นความต้องการของเขาเฉินผิงอันเอง?”

“เป็นอย่างหลัง”

ลู่จือได้ยินแล้ว ดวงตาก็ฉายประกายเจิดจ้า นี่ต่างหากถึงจะเป็นอิ่นกวานแห่งกำแพงเมืองปราณกระบี่! ในฐานะอิ่นกวานคนสุดท้ายของกำแพงเมืองปราณกระบี่ หากเป็นเพราะได้รับคำเตือนจากศิษย์พี่ถึงได้ทำเช่นนี้ ก็คงทำให้นางผิดหวังแล้ว

ลู่จือถาม
“ให้ข้าดึงกระบี่บินออกไปตอนนี้เลยหรือ?”เจิงจวีจงส่ายหน้า
“เพราะบางทีลู่เฉินอาจจะมาที่นี่ รอให้เขาได้เจอเจ้าก่อนค่อยว่ากัน ดังนั้นเรื่องที่ลู่จือดึงกระบี่บินออก เฉินผิงอันรับกระบี่บินมา จึงยังต้องรออีกหน่อย เพราะถึงอย่างไรความตั้งใจเดิมของอิ่นกวานหนุ่มในเวลานั้นก็เพื่อเตรียมการไว้สำหรับกรถามกระบี่ต่อป๋ายอวี๋จิงในวันข้างหน้า หรือไม่ก็ป้องกันการล้อมฆ่าจากขอบเขตสิบสี่อย่างพวกอู๋โจว”

ดังนั้นตอนที่เจอกับลู่เฉิน เจิงจวีจงถึงได้พูดว่าเจียงเซ่อช่วยต้านทานหายนะให้กับป๋ายอวี๋จิงของพวกเจ้า ตอนที่อยู่ในสำนักกระบี่หลงเซียง ลู่เฉินเคยเอ่ยกับลู่จือสองประโยค เป็นถ้อยคำที่มีความหมายแอบแฝง มีนัยที่จะสื่อถึงบางสิ่งบางอย่าง

“เจ้านครเจิงเคยมาเยือนที่นี่แล้วหรือ?”

“ต้องได้เจออิ่นกวานหนุ่มกับตาตัวเองเสียก่อนแล้วค่อยตัดสินใจอีกที”

กลับมาจากบนมหาสมุทร ระหว่างที่ขึ้นเขา ได้รับลูกศิษย์เปิดภูเขามาคนหนึ่ง ลู่จืออารมณ์ไม่เลว เฉิงซานไฉ่ใช้เสียงในใจถาม
“อาจารย์ได้ยินเหล่ากู้บอกว่าท่านมีกระบี่บินเล่มหนึ่งที่ร้ายกาจมาก”ลู่จือยิ้มเอ่ย
“เมื่อก่อนไม่เคยมีโอกาสได้เรียกออกมาสังหารปีศาจเพื่อแกะสลักตัวอักษร ดังนั้นแม้กระทั่งตัวเองก็ยังไม่รู้ว่ากระบี่บินเล่มนี้ร้ายกาจแค่ไหน พลังพิฆาตยิ่งใหญ่แค่ไหนกันแน่”เฉิงซานไฉ่ถาม
“แล้วตอนนี้ล่ะ?”ลู่จือกล่าว
“นั่นก็ยิ่งไม่รู้แล้ว”เฉิงซานไฉ่ถาม
“หมายความว่าอย่างไร?”ลู่จือกล่าว
“มอบให้คนอื่นไปแล้ว?”เฉิงซานไฉ่ถามอย่างตกตะลึง
“กระบี่บินแห่งชะตาชีวิตก็มอบให้คนอื่นได้ด้วยหรือ? อาจารย์ตัดใจมอบให้คนอื่นได้ลงด้วยหรือไร?!”ลู่จือยิ้มเอ่ย
“ต้องดูว่าเป็นใคร”เฉิงซานไฉ่สีหน้าซับซ้อน ใบหน้าหวาดกลวั
“ทราบแล้ว คือเขา”นอก “นครจักรพรรดิขาว” อู๋ซวงเจียงถามอย่างสงสัยใคร่รู้
“ต่อให้เสี่ยวโม่เคยดึงเอากระบี่บินออกมามอบให้ไฉอู๋ เฉินผิงอันเองก็สามารถมองอยู่ด้านข้างได้ ภายหลังตอนที่อยู่ในพื้นที่มงคลรากบัวได้เป็นพยานเห็นการก่อเกิดของผู้ฝึกกระบี่กลุ่มแรกกับตาตัวเอง ซึ่งก็ได้ผลประโยชน์เช่นกัน แต่กระบี่บินเล่มนี้ของลู่จือถึงอย่างไรก็ไม่เหมือนปกติทั่วไป หลังจากที่เฉินผิงอันได้มาอยู่ในมือแล้วจะสามารถหลอมได้สำเร็จจริงๆ หรือ?”

หากเผชิญหน้ากับขอบเขตบินทะยาน ถึงขั้นที่ว่าอาจเป็นขอบเขตสิบสี่ใหม่บางส่วนที่ปรากฏตัวหลังฝนใหญ่ผ่านพ้นไป อู๋ซวงเจียงคงไม่ถามเช่นนี้ เพราะถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็คือเจียงเซ่อ

ต่อให้มอบนครจักรพรรดิขาวทั้งแห่งให้เฉินผิงอันนั่งบัญชาการณ์ เท่ากับว่าเจิงจวีจงมอบมรรคกถาให้เฉินผิงอันยืมชั่วคราว จากนั้นค่อยส่งกระบี่นี้มาจากนอกฟ้าอีกที แต่ปัญหาก็คือจะสามารถฟันสังหารอีกฝ่ายได้จริงหรือ?

เจิงจวีจงกล่าว
“การปิดด่านในพื้นที่ประกอบพิธีกรรมเนินฝูเหยาครั้งนั้น ระหว่างนั้นเฉินผิงอันได้มีการพูดคุยกับอู๋เสวียนที่ยอดเขาจี๋หลงิ เนื้อหาเกี่ยวพันไปถึงข้อเรียกร้องหลายชั้นในการปิดด่านฝ่าทะลุขอบเขต อวี๋เสวียนเคยถามว่ามีชั้นที่หกหรือไม่ ตอนนั้นเฉินผิงอันไม่ได้บอกความจริง ในความเป็นจริงแล้วไม่เพียงแต่มีชั้นที่หก ยังมีการซุกซ่อนชั้นที่เจ็ดเอาไว้ด้วย นั่นก็คือการหลอมกระบี่บิน “เป่ยโต่ว” อย่างแท้จริง ”อู๋ซวงเจียงพลันกระจ่างแจ้ง เอ่ยอย่างปลงอนิจจังว่า
“เฉินต้องการฆ่าตัวเองให้ตายไปกี่คน ต้องมีเฉินผิงอันกี่คนตายไปถึงจะสามารถหล่อหลอมกระบี่บินได้สำเร็จ อยากรู้อยากรู้เหลือเกิน ”

บทที่ 1164.2 กระบี่บินเล่มที่สี่ 1

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!