เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1165

“เลือดเนื้อและจิตวิญญาณของเจ้าเด็กนี่ไม่ได้แหลกสลายกลายเป็นเถ้าแห่งเคราะห์กรรมไปพร้อมกัน ก็ถือว่าเป็นความบังเอิญโชคดีที่ใหญ่เทียมฟ้าแล้ว”

“จะว่าไปแล้วก็เพราะยังไม่ได้เลื่อนเป็นขอบเขตสิบเอ็ด ร่างกายยังไม่แข็งแกร่งมากพอ ไม่อย่างนั้นโจวมี่ก็คงไม่ได้แค่หยุดพักไปสองสามร้อยปีเท่านั้น” สีหน้าของเจิงจวีจงเป็นปกติดังเดิม

นี่ต่างหากจึงจะเป็นวิธีการที่สมควรมีของชุยฉาน อู๋ซวงเจียงรู้สึกสะทกสะท้อนใจยิ่งนัก

ประเด็นสำคัญคือบรรพจารย์สามลัทธิก็ดี จือสือที่บินทะยานไปกะทันหันก็ช่าง บวกกับเฉินผิงอัน ระหว่างพวกเขาไม่มีการวางแผนล่วงหน้าใดๆ กันมาก่อนเลย

เฉินผิงอันกล่าว
“ไม่สู้ท่านไปอีกสักรอบ?”เจียงเซ่อกำลังจะเปิดปากพูด หนิงเหยากลับหรี่ตาเอ่ย
“เจียงเซ่อ เจ้าลองพูดอีกสักคำดูสิ”

เจียงเซ่อยกสองมือขึ้น บอกเป็นนัยว่าพวกเจ้าสองคนเชิญออดอ้อนคลอเคลียกันต่อได้เลย

คนที่ปราณสังหารเข้มข้นที่สุดก็คือหนิงเหยา

ลำพังแค่ส่วนที่เจียงเซ่อสัมผัสได้ เฉินผิงอันก็เคยโน้มน้าวไปแล้วสองครั้ง ถึงขั้นที่ว่าแม้กระทั่งเจิงจวีจงก็ยังเคยเกลี้ยกล่อมไปแล้วครั้งหนึ่ง หากผู้ครองแห่งเปลี่ยวร้างก็เป็นสตรีคนหนึ่งเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นก็คงน่าสนใจแล้ว

เจิงจวีจงพลันเอ่ยว่า
“โจวชิงเกาผู้นั้นก็น่าจะเป็นสตรีถึงจะถูก”

มู่อี๋ นักพรตผู้หูตามืดบอดที่ตบะต่ำต้อยซึ่งเป็นผู้นำของกระโจมทัพเจียเซินในอดีต ภายหลังเป็นลูกศิษย์ปิดสำนักของโจวมี่ โจวมี่ตั้งชื่อให้อีกฝ่ายก้าวเดียวขึ้นฟ้าในขอบเขตเส้นเอ็นหลิวกลายเป็นขอบเขตหยกดิบ หลังจากนั้นขอบเขตเซียนเหริน บินทะยาน ก็ล้วนเป็นของในกระเป๋าที่แค่ล้วงมือควานไปก็เจอ

เจียงซ่างเจินคิดเป็นร้อยตลบแล้วก็ยังไม่เข้าใจ หากจะบอกว่าเจ้าขุนเขาเฉินใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีเรียกเป่ยโต่วออกมาสังหารเจียงเซ่อ แต่ไฉนเจิงจวีจงกับอู๋ซวงเจียงถึงได้ไม่กำจัดเจียงเซ่อให้สิ้นซากเพื่อเป็นการถอนรากถอนโคน?

ทิ้งภัยแฝงใหญ่แบบนี้ไว้ทำไม? ไม่กลัวจริงๆ หรือว่าเจียงเซ่อจะเป็นขี้เถ้าติดไฟฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ใหม่บนมหามรรคา? หากเจียงเซ่อคือวีรบุรุษที่นึกจะตายก็ตายอย่างในตำราประวัติศาสตร์ก็ว่าไปอย่าง ปัญหาคือเจียงเซ่อกลับเป็นผู้กล้าที่มีความสามารถโดดเด่นได้อย่างสมศักดิ์ศรี บุคคลที่เป็นเช่นนี้ ขอแค่มีโอกาสสักเล็กน้อยก็จะต้องการสร้างคลื่นมรสุมโถมเทียมฟ้าได้อย่างแน่นอน

เจิงจวีจงเปิดปากถาม
“ทางฝั่งของภูเขาเจินอู่คิดจะมอบหินลับกระบี่ของภูเขาหลงจี๋กี่มากน้อยให้เป็นของขวัญร่วมแสดงความยินดีที่เจ้ามารับหน้าที่เป็นราชครูต้าหลี?”เฉินผิงอันกล่าว
“สี่ส่วนที่เหลือล้วนมอบให้ทั้งหมด ซ่งจิง บุตรสาวของเยว่ติ่งผู้เป็นเจ้าขุนเขาคือผู้ฝึกกระบี่ นางมีกระบี่บินตัวอักษรเดียวอยู่เล่มหนึ่งที่สามารถตัดแบ่งหินสังหารมังกรไปพร้อมกับการหลอมกระบี่ได้ เงื่อนไขทั้งหลายที่ภูเขาเจินอู่เสนอมา อันที่จริงล้วนไม่ถือเป็นเงื่อนไขอะไรเลย”เจิงจวีจงกล่าว
“กลับไปแล้วสามารถให้ซ่งจิงไปกราบลู่จือเป็นอาจารย์ได้”

เฉินผิงอันพยักหน้า เรื่องนี้สามารถทำได้

เจิงจวีจงให้คำแนะนำ
“หากหนิงเหยาไม่รู้สึกยอกแสลงใจ ชุดคลุมอาคมจินหลี่บนร่างตัวนั้นก็สามารถมอบต่อให้เด็กสาวที่ใช้นามแฝงว่าเฉิงซานไฉ่ได้ การกระทำเช่นนี้สามารถสะบั้นผลกรรมทางโลกไปได้ส่วนหนึ่ง นางคือเผ่าพันธุ์เจียวหลงเพียงหนึ่งเดียวที่รอดพ้นหายนะมาได้ หากนางยินดีไปอยู่ภูเขาลั่วพั่วก็ยังพอทำเนา เท่ากับว่าทั้งสองฝ่ายได้รวบรวมโชควาสนาตระกูลเซียนส่วนหนึ่งมาด้วยกัน แต่ในเมื่อนางกราบลู่จือเป็นอาจารย์ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพัวพันกันอีก”หนิงเหย่ายิ้มเอ่ย
“เรื่องเล็ก หลังจากนี้เมื่อออกไปจากที่นี่ข้าสามารถไปเยือนสำนักกระบี่หลงเซียงรอบหนึ่งก่อน แล้วค่อยหวนกลับไปยังใต้หล้าห้าสี”เฉินผิงอันลังเลเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า
“สามารถเตือนนางได้ว่า คำพูดที่ข้าเคยเอ่ยไว้ในคราวนั้น ข้ายยังคงรักษาคำพูด”

หนิงเหยาพยักหน้ารับ

เจิงจวีจงถาม
“เฉินผิงอัน เจ้าได้หลอมธนูโบราณคันนั้นเป็นวัตถุแห่งชะตาชีวิตหรือไม่?”เฉินผิงอันส่ายหน้า
“ยังเก็บเอาไว้ ตอนนี้ก็อยู่ในพื้นที่ประกอบพิธีกรรมเนินฝูเหยา ไม่กล้าหลอมของชิ้นนี้ง่ายๆ กลัวว่าจะตกหลุมพราง“

ในนครเถี่ยวมู่ของเรือราตรี เฉินผิงอันได้ธนูโบราณคันหนึ่งที่มีชื่อว่า “อวิ๋นเมิ่งฉางชง” มาจากมือของคนเคราดกที่ใช้นามแฝงว่าจางซาน คือของที่จับต้องได้จริง เพียงแต่ไม่อาจยืนยันระดับขั้นของมันได้ คราวก่อนเจ้าอารามผู้เฒ่ามาเป็นแขกที่ภูเขาลั่วพั่วก็ไม่ได้แพร่งพรายความลับใดๆ ให้เฉินผิงอันรู้

เจิงจวีจงกล่าว
“พื้นที่มงคลเสวี่ยนกงที่ศาลบุ๋นมอบให้กับสำนักกระบี่หลงเซียง ด้านในซุกซ่อนความลี้ลับเอาไว้ มีซากปรักถ้ำสวรรค์บรรพกาลแห่งหนึ่งที่ไม่มีใครย่างกรายไปเยือน ธนูอวิ๋นเมิ่งฉางชงก็คือกุญแจเพียงหนึ่งเดียวในการไขเปิดซากปรักแห่งนี้”เจียงเซ่อกล่าว
“นั่นคือศาสตราวุธเทพที่พลังพิฆาตไม่ธรรมดาชิ้นหนึ่ง ระดับขั้นต่ำกว่าโพ่เจิน สูงกว่าพิฆาต”

ของเก่าของคนรู้จักเก่าชิ้นนี้ได้หายสาบสูญไปจากโลกมนุษย์นานแล้ว คิดไม่ถึงว่าวกวนไปมา สุดท้ายแล้วก็มาตกอยู่ในมือของเฉินผิงอัน ในยุคบรรพกาลสหายเก่าเคยยิงธนูคันนี้ไปยังปีศาจใหญ่ขอบเขตบินทะยานหลายตนที่อยู่สูงบนสวรรค์

เจียงเซ่อยิ้มบางๆ เอ่ยว่า
“หากสามารถหลอมใหญ่ให้กับมัน….”

เฉินผิงอันโพล่งคัมภีร์สามอักษรออกมาประโยคหนึ่ง ตอนนี้เขาทนฟังคำว่า “หลอมวัตถุ” ไม่ได้ที่สุดแล้ว

เจียงซ่างเจินทำท่าจะพูดแต่ไม่พูด เขารู้สึกว่าเจ้าขุนเขาที่ไปเยือนสวรรค์มารอบหนึ่งกลับมาแล้ว ดูแปลกหน้าอยู่บ้าง หึ แปลกหน้า? (โม่เซิง) คราวนี้อาจารย์เสี่ยวโม่ท่านคงไม่กล้าแย่งชิงตำแหน่งผู้ถวายงานอันดับหนึ่งกับข้าแล้วกระมัง?

เอ๊ะ บอกไว้แล้วว่าคือรองเจ้าขุนเขานี่นา? ในการประชุมศาลบรรพจารย์ยอดเขาจี้เซ่อคราวหน้า สามารถพูดถึงเรื่องนี้ได้หรือไม่นะ?

ชุยตงซานใช้เสียงในใจอธิบายว่า
“ตอนนี้จิตแห่งมรรคาของอาจารย์ไม่มั่นคง ดังนั้นอารมณ์จึงค่อนข้างจะฉุนเฉียว รัก เกลียด โกรธ พอใจ ล้วนแสดงออกมาอย่างชัดเจน”เจิงจวีจงเอ่ย
“คราวหน้าเจ้าสามารถอาศัยโอกาสที่มอบธนูโบราณไปให้ปรึกษาเรื่องหนึ่งกับฉีถิงจีได้ ยกตัวอย่างเช่น ให้เขามารับหน้าที่เป็นเจ้านครของนครบินทะยานที่ว่างมาโดยตลอด แต่เงื่อนไขก็คือสำนักกระบี่หลงเซียงจะต้องเปลี่ยนมาเป็นสำนักเบื้องล่างของภูเขาลั่วพั่ว”

เฉินผิงอันไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธ ดวงตาของชุยตงซานเป็นประกายวาบ ดูเหมือนว่าจะทำได้นะ? ถึงแม้ว่าสำนักกระบี่หลงเซียงจะเพิ่งสร้างมาได้แค่ไม่กี่ปี แต่ฐานกำลังทรัพย์กลับไม่บางเบาเลยจริงๆ!

เจียงซ่างเจินสูดลมหายใจดังเฮือก วิธีการนี้ของอาจารย์เจิงช่างอำมหิตยิ่งนัก เจ้าฉีถิงจีชอบแย่งเซียนกระบี่กับอินกวาน ชอบดักเอากระบี่ส่วนตัวของกำแพงเมืองปราณกระบี่ไปนักไม่ใช่หรือ?

หนิงเหยากล่าว “ข้าไม่มีความเห็นต่าง”

บทที่ 1165.2 เขียนด้วยมือไว้บนฟ้าคราม 1

บทที่ 1165.2 เขียนด้วยมือไว้บนฟ้าคราม 2

เจียงเซ่อส่ายหน้า
“ต่อให้กลายเป็นผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตสิบห้าที่บริสุทธิ์คนแรกของโลกได้สำเร็จก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะหลุดพ้นจากสภาพอับจนอย่างบรรพจารย์สามลัทธิ..”เจิงจวีจงยิ้มเอ่ย
“ฉีถิงจีมีนิสัยชอบเดิมพัน คำว่า “ไม่แน่เสมอไป” เดิมทีก็เป็นการเดิมพันที่ใหญ่ที่สุดในใต้หล้าอยู่แล้ว”ชุยตงซานพยักหน้าเอ่ย
“แสวงหาความร่ำรวยสูงศักดิ์ท่ามกลางความเสี่ยง แล้วนับประสาอะไรกับที่ความร่ำรวยสูงศักดิ์ที่ใหญ่เทียมฟ้าประเภทนี้ จะมีสักกี่คนที่คุณสมบัติมานั่งลงที่โต๊ะเดิมพัน โอกาสที่คนอื่นไขว่คว้าเท่าไรก็ยังไขว่คว้ามาไม่ได้ ฉีถิงจีย่อมต้องหวั่นไหวอยู่บ้างจริงๆ”

เจียงซ่างเจินถาม
“หากฉีถิงจีเลื่อนเป็นขอบเขตสิบสี่ในใต้หล้าไพศาลล่ะ? แผนการของอาจารย์เจิงจะไม่เท่ากับว่าเป็นการพูดคุยที่เลือนลอยหรอกหรือ?”เจิงจวีจงเงียบไปพักหนึ่ง แล้วก็ได้แต่อธิบายด้วยประโยคที่เกินความจำเป็นว่า
“ข้าสามารถทำให้การผสานมรรคาของเขาล้มเหลวครั้งสองครั้ง”เจียงเซ่อนวดคลึงระหว่างคิ้ว หนิงเหยาส่ายหน้าเอ่ย
“น้ำใจของอาจารย์เจิงรับไว้แล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้”เจิงจวีจงยิ้มเอ่ย
“ด้วยจิตแห่งมรรคาที่มีอยู่ของฉีถิงจี ยากมากที่จะหาวิถีแห่งกระบี่เส้นหนึ่งเจอในใต้หล้าไพศาล เว้นเสียจากว่าเขาจะยอมไปทุ่มชีวิตอยู่ที่เปลี่ยวร้างสักครั้ง”เจียงซ่างเจินถาม
“พอใต้หล้าห้าสีเปิดประตูอีกครั้ง ทำไมฉีถิงจีถึงไม่พาสำนักกระบี่หลงเซียงทั้งแห่งไปอยู่ที่นั่นเลย อย่างมากก็แค่สร้างสำนักเบื้องล่างเพิ่มมาอีกแห่งในใต้หล้าไพศาล เมื่อเป็นเช่นนี้ ฉีถิงจีก็สามารถรอดูการเปลี่ยนแปลงเงียบๆ อยู่ในใต้หล้าห้าสี เรื่องของการผสานมรรคาจะต้องรีบร้อนขนาดนั้น…..ชุยตงซานตัดบทคำพูดของเจียงซ่างเจิน ส่ายหน้าเอ่ยว่า
“อย่าลืมล่ะว่าฉีถิงจียังเป็นเซียนกระบี่ผู้อาวุโสที่ได้แกะสลักไว้บนหัวกำแพงเมือง สิบสี่ใหม่ในทุกวันนี้พากันผุดออกมาไม่หยุด ฉีถิงจีหยิ่งทระนงถึงเพียงใด เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเขาจะไม่มีความคิดอะไรเลยสักนิด? ฉีถิงจีต้องพยายามผสานมรรคาครั้งหนึ่งแน่”อยู่ดีๆ เจียงเซ่อก็โพล่งประโยคดีๆ ขึ้นมาว่า
“เจียงซ่างเจิน เจ้าฉลาดจริงๆ”เจียงซ่างเจินปิติยินดีที่ได้รับความเมตตาโดยไม่คาดฝัน
“ผู้อาวุโส ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร ช่วยอธิบายอย่างละเอียดหน่อยได้ไหม?!”ชุยตงซานพูดกวนอารมณ์ว่า
“ถูกพวกเราช่วยผลักดันจนดูฉลาดมากเป็นพิเศษ”เจียงซ่างเจินตบเข่าฉาด
“ใช่แล้ว ผู้มีปัญญายิ่งใหญ่ชอบทำตัวเรียบง่ายเหมือนคนซื่อ!”แต่เจียงเซ่อกลับไม่เหมือนพูดประชด
“เจ้าคือวัตถุดิบที่สร้างได้จริงๆ”

เจียงเซ่อยิ้มตาหยี
“จะมอบโชควาสนายิ่งใหญ่บนมหามรรคาให้เจ้า ต่อหน้ากล้ารับไว้หรือไม่?”เจียงซ่างเจินถามอย่างระมัดระวัง
“หรือว่าข้าคือลูกหลานของท่านจริงๆ?”ชุยตงซานนวดคลึงระหว่างคิ้ว เอ่ยอย่างจนใจว่า
“โจวอันดับหนึ่ง ลืมไปแล้วหรือว่าเจียงเซ่อกับอู่เหยียนมีลูกสาวโทนเพียงคนเดียว นางเองก็ไม่ได้แต่งงาน ไร้คู่บำเพ็ญเพียรเหมือนกัน?”ในใจเจียงซ่างเจินรู้สึกปลงอนิจจังอย่างถึงที่สุด พึมพำกับตัวเองว่า
“หรือว่าข้าคือผู้มีพรสวรรค์ด้านการฝึกวรยุทธ์คนหนึ่งที่ถูกการฝึกตนถ่วงรั้งเอาไว้?”เจียงเซ่อเอ่ยเตือน
“รีบตัดสินใจให้เร็ว เลยเวลาแล้วก็หมดสิทธิ์”เจิงจวีจงกล่าว
“เฉินผิงอัน เจ้าให้เสี่ยวโม่เอาความไปบอกเจ้าอารามผู้เฒ่าว่าจะเก็บภูเขาปี้เซียวกลับมาหรือมอบให้เทียนเหยาเซียง ล้วนถือว่าเป็นการมอบยาสงบใจเม็ดหนึ่งให้กับหลิวทุ่ย”เฉินผิงอันยิ้มถาม
“ภูเขาปี้เซียวแห่งนั้นคือที่ตั้งของชายหาดลั่วเป่าในอดีตจริงๆ หรือ?”เจิงจวีจงพยักหน้า
“หากกูซ่านไม่ได้เลือกภูเขาเฉวียนเจียว สำนักเบื้องล่างของนครจักรพรรดิขาวจะต้องสร้างไว้ที่ภูเขาปี้เซียว”ชุยตงซานจีบปาก
“หลิวทุ่ยที่ดีดลูกคิดเล็กๆ ว่าอยากจะปีนป่ายกิ่งไม้สูง ข้าว่าหมดหวังแล้วล่ะ ”

บทที่ 1165.2 เขียนด้วยมือไว้บนฟ้าคราม 3

อู๋ซวงเจียงใช้เสียงในใจกล่าว
“เหยาชิงแห่งราชวงศ์ชิงเสิน คงได้แต่ให้เจ้าเป็นคนไปพูดโน้มน้าวเขาแล้ว”

เจิงจวีจงยิ้มเอ่ย
“อยากเจอกับคนบนเส้นทางเดียวกันที่ฝีเท้าช้าไปเล็กน้อยผู้นี้มานานแล้ว ”เฉินผิงอันกล่าว
“พวกท่านแบ่งของกันก่อน ข้าจะแค่รอดูก็แล้วกัน ”

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!