เจียงเซ่อได้แต่มองดูอู๋ซวงเจี้ยงจรดพู่กันเซียนบันทึกประวัติศาสตร์โดยที่ทำอะไรไม่ได้ ตัวเขาเองเหมือนคนนอกสถานการณ์ที่มาชมความครึกครื้นเสียมากกว่า ในเมื่อเลือกที่จะให้อู๋ซวงเจี้ยงเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ ก็เท่ากับว่าเฉินผิงอันเป็นฝ่ายยก “ชื่อเสียง” ให้กับอู๋ซวงเจี้ยง
“บันทึกประวัติศาสตร์” บทนี้เป็นอย่างไร ไม่ต้องพูดถึงว่าจะเป็นตำราประวัติศาสตร์ของทางการเลย เพราะเนื้อหาของมันเหมือนประวัติศาสตร์นอกกรอบมากกว่า
เจียงเซ่อส่ายหน้ายิ้มเอ่ยเฉินผิงอันหรี่ตาหนึ่งทีแต่กลับไม่ได้ปฏิเสธ เจียงเซ่อตกตะลึง จิตใจของบัณฑิตทุกวันนี้สกปรกจริงๆ!
อู๋ซวงเจี้ยงกล่าว “เฉินอิ่นกวาน เจ้าสามารถเปิดราคามาได้ตามสบายเลย”
ศึกในวันนี้มีกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตสองเล่มเพิ่มมาจาก ‘ความว่างเปล่า’ บวกกับกระบี่จำลองสี่เล่มที่เขามอบให้ ในฐานะผู้ฝึกกระบี่ เชื่อว่าเรื่องของการหลอมกระบี่ เฉินผิงอันคงมีงานให้หลอมแล้วจริงๆ
เจียงเซ่อพลันถามว่า “ไม่อยากรู้หรือว่าทำไมข้าถึงได้ล้มเลิกความคิดที่จะ… ดิ้นรนก่อนตาย?”
เฉินผิงอันกล่าวเจียงเซ่อสะอึกอึ้งพูดไม่ออก ในฐานะผู้อาวุโส ตำหนิเจ้าแค่ไม่กี่คำ ไฉนถึงยังเจ้าคิดเจ้าแค้นเช่นนี้
เจียงเซ่อพึมพำกับตัวเองว่า“เช่นเดียวกัน พวกเจ้าอาศัยความสามารถเอาชนะไปได้อย่างสวยงาม ว่องไวไม่อืดอาดชักช้าเลยแม้แต่น้อย ข้าตกอยู่ในสภาพการณ์อย่างตอนนี้ ไม่เหลืออะไรสักอย่าง จะเป็นคนก็ไม่ใช่คน จะเป็นผีก็ไม่ใช่ผี ไม่ใช่เทพไม่ใช่เซียน ข้าย่อมยอมรับ”
พูดมาถึงตรงนี้ สีหน้าของเจียงเซ่อก็เป็นประกายสดใส“ข้าออกจากภูเขามาในครั้งนี้ ก่อนหน้านั้นได้ทิ้งถ้อยคำฮึกเหิมเอาไว้ นั่นไม่ใช่คำลวงจงใจหลอกเด็กรุ่นหลังเช่นเจ้าอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่ายังมีทางอีกเส้นที่ข้าอยากเดิน เงื่อนไขก็คือรู้อย่างชัดเจนว่าทางสายแรกเดินไปไม่ได้ มีเพียงพวกเจ้าขวางทางได้สำเร็จ ดักปล้นชิงบนมรรคาไปได้ ถึงจะมีบทสนทนาระหว่างพวกเราในตอนนี้”
เจียงเซ่อมองอู๋ซวงเจี้ยง ก่อนจะหันไปมองเจียงซ่างเจินแล้วเอ่ยว่า“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ หากไม่เป็นข้าผู้แซ่เจียงที่มีปราณสังหารอบอวลเป็นผู้เขียนหน้าแรกของบทใหม่กับมือตัวเอง หรือไม่ก็ต้องให้ชื่อของเจียงเซ่ออยู่ช่วงท้ายสุดของบทเก่าที่นองไปด้วยเลือด บ้างก็เป็นคนเก่าที่สังหารคนใหม่ พิสูจน์ว่าวันนี้ไม่เหมือนในอดีต หรือไม่ก็เป็นคนใหม่ที่ฆ่าคนเก่า่…”
สุดท้ายเจียงเซ่อเหมือนให้ข้อสรุปแบบตอกปิดฝาโลงแก่ตัวเองชุ่ยตงซานพยักหน้า หากไม่มีนิสัยใจคอเช่นนี้ ไม่มีความกล้าหาญเช่นนี้ เจียงเซ่อก็ไม่ใช่เจียงเซ่อแล้ว นี่ก็น่าจะเป็นดังคำโบราณที่บอกว่าแม้พยัคฆ์ตาย สง่าราศีก็ยังไม่จางหาย เจียงซ่างเจินถอนหายใจ
ไม่เสียแรงที่เป็นปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหาร พูดจามีพลัง ทั้งๆ ที่เป็นคำพูดที่เรียบง่าย เหมือนคำพูดสัพเพเหระทั่วไป แต่คนนอกฟังแล้วกลับจิตใจหวั่นไหว หากตนสามารถทำตามอย่าง เอามาปรับใช้ในเรื่องความรัก จะไม่เท่ากับว่ากำราบทุกสิ่งที่ขวางหน้า ยังจะมีเทพธิดาและจอมยุทธหญิงคนใดที่สามารถต้านทานได้อีก?
เจียงเซ่อปรายตามองเจียงซ่างเจินใบหน้าเจียงซ่างเจินเต็มไปด้วยความอ่อนใจ เอาแต่จับจ้องข้าไม่ยอมปล่อยเสียทีหรือ?
“แต่พวกเจ้าก็อย่าดีใจกันเร็วเกินไปนัก”
เจียงเซ่อกำสองมือเป็นหมัดวางไว้บนหัวเข่าอู๋ซวงเจี้ยงสะบัดชายแขนเสื้อ จำแลงภาพเหตุการณ์ที่เจียงเซ่อบรรยายไว้ออกมา ทุกคนจึงเหมือนมาอยู่ตรงหน้าประตูใหญ่ของสรวงสวรรค์บรรพกาล อยู่บนฟ้าคอยมองพื้นดิน
เห็นเพียงว่าสรรพชีวิตบนพื้นล้วนมารวมตัวกันอยู่สี่ทิศทาง แล้วก็เริ่มเดินขึ้นฟ้า ในบรรดานั้นนอกจากหอบินทะยานสองแห่งแล้วก็ยังมีนักพรตอีกนับไม่ถ้วนที่จับมือกันบินทะยาน บนพื้นดินที่กว้างใหญ่เหมือนปูไว้ด้วยธารดวงดาวพรั่งพราวเส้นหนึ่ง ถึงกับแจ่มจ้าสะดุดตายิ่งกว่าบนสวรรค์ ประหนึ่งจิตแห่งมรรคาที่บริสุทธิ์ดวงหนึ่งของนักพรตที่มีชื่อว่าโลกมนุษย์
ภายใต้การนำพาของ “หมอผี” จำนวนนับไม่ถ้วน พวกเขาสร้างหอสูงขึ้นมา จุดคบเพลิง เพียงแต่ว่าครั้งนี้พวกเขาไม่ได้ร้องรำเซ่นไหว้บูชาเพื่อขอให้เหล่าองค์เทพโปรดปรานและให้อภัย แต่ขอพรให้กับสรรพชีวิตในโลกมนุษย์ แสงไฟแต่ละจุดทยอยกันถูกจุดติดขึ้นมา คำพูดภาษาโบราณก็ทยอยกันดังขึ้นเป็นระลอก เพลิงใหญ่ลามไปทั่วทุ่งกว้าง เชื่อมโยงติดต่อกันเป็นแถบๆ เกิดเป็นภาพมังกรเพลิงหลายต่อหลายตัวที่เลื้อยคดเคี้ยว
จิตวิญญาณของเจียงซ่างเจินสายไหว พึมพำว่าก็เหมือนอย่างที่ป๋ายจิงบอกว่านักพรตในทุกวันนี้ หัวเราะก็ไม่ได้หัวเราะจริงๆ ร้องไห้ก็ไม่ได้ร้องไห้อย่างแท้จริง ความนัยนอกเหนือจากคำพูดของนางก็คือ จิตแห่งมรรคาของพวกเราซับซ้อนจนเราไม่ใช่เราอีกต่อไปแล้ว
ก็เหมือนที่เจียงเซ่อรู้สึกว่านักพรตในทุกวันนี้ ในเรื่องของการวางแผนเล่นงานใจคน ร้ายกาจมากกว่าที่คนของเมื่อหมื่นปีก่อนจะเทียบได้ติด ถึงกับสามารถวกวนอ้อมค้อม อีกทั้งยังแม่นยำได้ถึงเพียงนี้“
พูดถึงแค่ศึกที่แผ่นดินจมดิ่งที่ใบถงทวีป แน่นอนว่ามีผู้เฒ่าอย่างเทียนจวิน ผู้เฒ่าของภูเขาไท่ผิง และสวนิยวนแห่งสำนักกุยหยก แล้วก็มี ‘คนวัยกลางคน” อย่างเจียงซ่างเจิน แต่ที่มากกว่านั้นกลับเป็นคนรุ่นเยาว์ที่กล้าสละชีวิตอย่างไม่กลัวตาย
บางทีโลกมนุษย์เมื่อหมื่นปีก่อนก็น่าจะเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่จิตใจบริสุทธิ์กระมัง
เจียงเซ่อมองชุ่ยตงซานที่สร้างคนเครื่องกระเบื้องขึ้นมาหลายคน ยิ้มเอ่ยว่า“ยกตัวอย่างเช่นแสวงหาความเป็นอมตะไม่เสื่อมสลาย มีชีวิตอยู่เคียงคู่กับฟ้าดิน”
“มดที่เป็นดั่งฝุ่นผงในโลกมนุษย์ถึงกับกล้าเพ้อฝันว่าจะได้เข้าไปอยู่ในตำหนักแห่งเทพ”
“ควรจะดึงดูดเอาควันธูปที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลกมนุษย์ไปอย่างไรเพื่อให้ร่างทองไร้มลทินของเทพใกล้เคียงกับคำว่านิรันดรกาล ทั้งยังสามารถรับประกันได้ด้วยว่าต้นกำเนิดของควันธูปพวกนี้จะยอมเชื่อฟังแต่โดยดี นั่นก็คือต้องทำให้มนุษย์ที่อยู่บนพื้นดินเผชิญหน้ากับเรื่องหนึ่งไปตลอดกาล นั่นคือการไม่รู้ถึง ‘มรรคา’ และความหวาดกลัวของ “ใจ”


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!