เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1167

นครหลิงซีของเรือราตรี เรือนพักส่วนตัวของตัวแทนเจ้านคร เฉินผิงอันงีบหลับไป ก็ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน รอกระทั่งลืมตาขึ้นมาถึงได้สังเกตเห็นว่าตัวเองนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้อง เผยเฉียนที่อยู่ข้างกายเอ่ยเสียงเบาว่า

“อาจารย์พ่อสามารถงีบอีกสักพักได้”

ซิวไฉเฒ่าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามลูบหนวดยิ้มเอ่ย “พักผ่อนตามสบายได้เลย ไม่เป็นไรหรอก แอบอู้สักครู่จากงานที่วุ่นวาย ฟ้าไม่ถล่มลงมาหรอก”

ศาลบุ๋นกับทางฝั่งศาลบรรพจารย์สำนักการทหารได้เละกลายเป็นโจ๊กหม้อหนึ่งไปแล้ว เขาต้องกลับไปควบคุมสถานการณ์ใหญ่ ซิวไฉเฒ่าแค่ทำเป็นว่าไม่ได้ยิน ไม่รู้เรื่อง

หนิงเหยากล่าว “อู๋ซวงเจียงกลับไปที่ใต้หล้ามืดสลัวแล้ว ทิ้งวัตถุจือชื่อสองชิ้นไว้ให้กับซยุตงซาน ค่าตอบแทนที่มอบให้ได้ล้วนอยู่ข้างในนั้น บอกว่าส่วนที่เขาไม่ได้พกติดตัวมาด้วย หลังจากที่เสี่ยวโม่ปล่อยกระบี่ไปครั้งหนึ่งแล้วก็สามารถไปที่ใต้หล้ามืดสลัวทันที ไปยังอารามกวานเต๋าของดวงจันทร์เฮ่าไฉ่ก่อน แล้วค่อยให้ผู้อาวุโสปี้เซียวไปเยือนตำหนักสุ่ยฉูเป็นเพื่อนเสี่ยวโม่ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็สามารถชมทัศนียภาพได้อย่างเปิดเผย ทางฝั่งของป๋ายอวี๋จิงย่อมไม่กล้าพูดอะไรมาก อาจารย์เจิงยังอยู่ในลานบ้านด้านนอก ต้องการพูดคุยกับป๋ายจิ่ง”

เฉินผิงอันพยักหน้ารับ ฝั่งตรงข้ามก็คือเจียงเซ่อที่นั่งอ้าขาวางอำนาจ สองมือสอดกันไว้ในชายแขนเสื้อ นั่งเบี่ยงกายหันข้าง วางแขนไว้บนที่เท้าแขนเก้าอี้ ไม่รู้ว่าควรจะเปิดปากพูดคุยกับเผยเฉียนอย่างไรดี

ในลานบ้านด้านนอก เจิงจวีจงมอบกระบี่บินสองเล่ม “ซ่างโหยว” และ “เซียโหยว” คืนให้กับป๋ายจิ่ง ทั้งยังเอ่ยขอบคุณนาง เซียโก่วไม่มีการระแวดระวังป้องกันใดๆ เอากระบี่บินแห่งชะตาชีวิตกลับไปโดยตรง ไม่กังวลสักนิดว่าเจิงจวีจงจะเล่นตุกติก ยิ้มกว้าง เอ่ยว่า

“โอ้โห ระดับขั้นเพิ่มขึ้นไม่น้อย ข้าควรจะขอบคุณอาจารย์เจิงถึงจะถูก วันหน้าหากมีโอกาสถามกระบี่ที่คล้ายคลึงกันนี้ก็บอกมาได้เลย จะให้ยืมอย่างไม่มีลังเล”

เจิงจวีจงยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “เป็นน้ำใจตอบแทนกลับคืน”

เซียโก่วเกิดแรงบันดาลใจจึงเอ่ยว่า “เมื่อก่อนอยู่บนเส้นทาง ก็คือการประลองฝีมือกับผู้ฝึกกระบี่ที่เดินทางไปด้วยกันที่น่าเบื่อที่สุด นอกจากฉายาที่ไม่มีราคาค่างวดแล้วก็ไม่ได้กำไรอะไรเลย เคยบังคับดึงเอากระบี่บินแห่งชะตาชีวิตออกมาหลายเล่ม แต่กลับยากที่จะเอามาใช้งานได้ หลอมไปเท่าไรล้วนพังหมด ทั้งสิ้นเปลืองเวลาทั้งเป็นการย่ำยีวัตถุดิบแห่งฟ้าดิน น่าโมโหจริงๆ กระบี่ที่เสียหายพวกนั้น อย่างมากก็ได้แค่เอามาข่มขู่คนอื่น นานวันเข้าชื่อเสียงก็ฉาวโฉ่ ถูกเข้าใจผิดว่าข้ามีกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตเจ็ดแปดเล่ม ฮ่าๆ ล้วนเป็นความเข้าใจผิดกันทั้งนั้น”

เจิงจวีจงมีความเห็นของตัวเอง “สาเหตุเป็นเพราะจำนวนครั้งของการลองผิดลองถูกยังไม่มากพอ”

เซียโก่วอิ่มเอิบรับหนึ่งที พยักหน้าแรงๆ “สหายในตอนนั้นที่พูดคุยกันได้อย่างแท้จริง มีน้อยมากจริงๆ วิชาคาถาเวทกระบี่ การฝึกบำเพ็ญตน ล้วนอาศัยการใคร่ครวญอย่างส่งเดชของตัวเองทั้งสิ้น หากได้เจอกับอาจารย์เจิงเร็วกว่านี้ก็คงจะดี”

เจิงจวีจงหัวเราะ ไม่ได้เอ่ยอะไร เซียโก่วเข้าใจแล้ว ต่อให้เจอกันเร็วกว่านี้ หากสองฝ่ายไม่ถูกชะตากัน ถ้าอย่างนั้นก็คงเหลือแค่คนเดียวเท่านั้น ด้วยนิสัยและความอดทนของนาง และด้วยมันสมองของเจิงจวีจง ขอแค่แต่ละคนเกิดจิตสังหารก็ไม่เหลือพื้นที่ให้ถอยกลับกันอีกแล้ว

เซียโก่วทอดถอนใจ “เกิดความเคลื่อนไหวรุนแรงขนาดนี้ ช่วยเล่าขั้นตอนอย่างละเอียดได้หรือไม่?”

เจิงจวีจงส่ายหน้า “พูดมากไปก็ไร้ประโยชน์”

ก่อนจะจากลากัน อยู่ดีๆ เจิงจวีจงก็เอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมาอย่างไม่ทราบต้นสายปลายเหตุ “หากรู้วิธีการที่ถูกต้อง เขียนอักษรสิงซู ฉ่าวซู ก็ล้วนสามารถบำรุงจิตวิญญาณได้”

“มีเพียงเขียนอักษรเสี่ยวข่ายที่ยิ่งรู้วิธีการก็ยิ่งสิ้นเปลืองพลังใจ”

“แต่ว่าข้อดีก็คือ เหมาะกับการเขียนบทยาวๆ หากเขียนได้ดี วางไว้บนโต๊ะหนังสือ หรือจะแขวนไว้บนผนัง คนอื่นที่เข้าใจในด้านนี้ ยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งมองนานเท่าไร ก็จะยิ่งอกสั่นขวัญผวามากเท่านั้น”

เซียโก่วพยักหน้าเอ่ย “ตอนที่อยู่ในภูเขาลั่วพั่วและภูเขาใหญ่แสนลี้ก็เคยคิดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน เพียงแต่ว่ายังตัดสินใจไม่ได้”

นางเข้าใจเจตนาของเจิงจวีจงได้เป็นอย่างดี ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ที่บนภูเขาลั่วพั่วได้เห็นอวี๋เสวียนรับปราณม่วงซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์ผิดปกติที่มรรคาจารย์เต๋ามอบให้ เซียโก่วก็ไม่สบอารมณ์อย่างมาก ไม่ใช่ว่าเห็นคนอื่นได้ดีไม่ได้ ก็แค่โมโหที่ตัวเองไม่ได้ความ ละอายใจที่ตัวข้าพกกระบี่สั้น ได้แต่ม้าเยือนเพื่อมองภูเขา!

ผู้ฝึกกระบี่ป๋ายจิ่ง คุณสมบัติยอดเยี่ยมเกินไป โชควาสนาดีเกินไป การฝึกตนก็ราบรื่นเกินไป โลกมนุษย์เมื่อหมื่นปีก่อน ถามกระบี่ก็ดี บุญคุณความแค้นก็ช่าง ป๋ายจิ่งหรือจะต้องการ “บทความยาว’ อะไร ล้วนเป็นเหมือนกระบี่สั้นทั้งนั้น

เซียโก่วผงกปลายคาง กดเสียงต่ำถามว่า “อาจารย์เจิงไม่ไปช่วยคุมสถานการณ์ในห้องหน่อยหรือ? ข้ากลัวว่าจะทำเลาะกัน ตีกั้นขึ้นมาอีก”

เจิงจวีจงส่ายหน้า “ข้าไปที่นั่นก็ไม่มีประโยชน์อะไร คือสถานที่ที่ไม่อาจพูดคุยด้วยเหตุผลได้”

เซียโก่วตกตะลึง “ไยอาจารย์เจิงต้องดูถูกตัวเองด้วยเล่า”

เจิงจวีจงเอ่ยเย้ยหยันตัวเอง “แต่ไหนแต่ไรมาข้าก็ไม่เคยเข้าใจว่า คำความรักว่าคือสิ่งใด ความรักแบบญาติ ความรักแบบคนรัก ความรักแบบสหาย ล้วนเหมือนกันทั้งหมด ”

สายตาของเซียโก่วฉายแววเวทนา ถอนหายใจเอ่ยว่า “น่าสงสารอยู่บ้างจริงๆ”

เจิงจวีจงยิ้มเอ่ย “นับว่ายังดี”

เสี่ยวโม่ที่อยู่ห่างไปไกลได้แต่ส่งเสียงเตือนว่า “พูดคุยกับอาจารย์เจิงอย่าได้ไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่”

เซียโก่วยกสองมือเท้าเอวฉับ หัวเราะฮ่าๆ “อาจารย์เจิง ท่านฟังสิ ข้ายังไม่ได้แต่งเข้าบ้านเลยนะ เสี่ยวโม่ก็เริ่มควบคุมข้าแล้ว”

เจิงจวีจงเอ่ย “ถ้าอย่างนั้นข้าก็ขอขอบคุณพวกเจ้าทั้งสองคนแทนเจ้าตำหนักอู่ไว้ก่อนเลย เขาขอร้องพวกเจ้าว่าหากเป็นไปได้ก็ช่วยดูแลสหายคงโหวสักหน่อย”

เซียโก่วโบกมือเป็นวงกว้าง “คำพูดประโยคนี้ของอู๋ซวงเจียงเกินความจำเป็นไปแล้ว คงโหวที่รับหน้าที่เป็นขุนนางผู้เรียบเรียงตำราคือพี่น้องคนดีของนาง พวกนางต่างก็อยู่ในภูเขาเล็กลูกเดียวกัน”

เจิงจวีจงมองไปทางหลิวเสียนหยางแล้วผงกศีรษะรับ หลิวเสียนหยางคลี่ยิ้มกว้างสดใส กุมหมัดคารวะอาจารย์ของกู้ซ่านท่านนี้

รอกระทั่งเจิงจวีจงจากไปแล้ว เขาถึงได้กวักมือเรียกเด็กสาวสวมหมวกขนเตียว “เซียโก่ว เซียโก่ว ทางนี้ ทางนี้ โจวอันดับหนึ่งที่มีคุณความเหนื่อยยากสูงมีเรื่องอยากจะคุยกับเจ้า ”

มารวมตัวกันที่นครหลิงซี แลกเปลี่ยนข่าวสารแก่กันและกัน หลิวเสียนหยางเล่าให้ฟังถึงคำอธิบายของสตรีออกเรือนแล้วคนนั้น ซยุตงซานก็เล่าถึงสิ่งที่ตัวเองได้พบเจอมาในซากปรักสนามรบโบราณ เด็กสาวสวมหมวกขนเตียวขมวดคิวมุ่น วิ่งเหยาะๆ ไปหยุดยืนนิ่งอยู่ข้างกายของเสี่ยวโม่ “มีเรื่องอะไรหรือ ?”

เจียงซ่างเจินถูมือพูดด้วยสีหน้าเหนียมอาย “เจ้าสำนักชยุคิดว่าจะแนะนำให้ข้ารับหน้าที่เป็นรองเจ้าขุนเขา ไม่ทราบว่าเชียอันดับรองมีความคิดเห็นว่าอย่างไร?”

บทที่ 1167.1 การสยบกำราบในโลกมนุษย์ 1

บทที่ 1167.1 การสยบกำราบในโลกมนุษย์ 2

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!