เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1168

เจียงซ่างเจินลุกขึ้นยืน ทำหน้าหนาถามหยั่งเชิงว่า
“ผู้อาวุโส ก่อนหน้านี้ท่านบอกว่าจะมอบโชควาสนาใหญ่เทียมฟ้าให้ข้า ยังยืนยันคำเดิมอยู่อีกไหม?”เจียงเซ่อกึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง
“บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าหากเลยเวลาก็หมดสิทธิ์? คงไม่ใช่ว่าเปิงเลอะเจินจวินฟังภาษาคนไม่เข้าใจหรอกนะ?”เจียงซ่างเจินแพ้คนแต่ไม่แพ้มาด หัวเราะหึหึเอ่ยว่า
“ท่านต่างหากที่สิ้นท่า (เปิงเลอะ) แล้ว”เจียงเซ่อกลับไม่ถือสา จ้องเจียงซ่างเจินด้วยสายตาซับซ้อน ก่อนจะเอ่ยอย่างปลงอนิจจังว่า
“เหมือนมาก เหมือนจริงๆ”

เจียงซ่างเจินถูกมองจนขนลุก และยิ่งถูกประโยคนี้ทำให้เสียวสันหลังวาบ ใช้ความคิดอย่างว่องไว ทำไมกัน หรือว่าตนคือลูกชายนอกสมรสของเจ้าหมอนี่ที่กลับชาติมาเกิดใหม่? ถ้าอย่างนั้นจะนับลำดับศักดิ์ระหว่างตนกับเผยเฉียนอย่างไร? คือพี่ชายน้องสาวพ่อเดียวกันแต่ต่างแม่อย่างนั้นหรือ?!

จิตแห่งมรรคาของเจียงซ่างเจินพลันไม่มั่นคง เผยเฉียนไม่ยอมรับ ข้าผู้อาวุโสก็ไม่ยอมรับเหมือนกัน!

เจียงเซ่อเหมือนจะเปลี่ยนหัวข้อพูดคุย
“เรื่องราวของบรรพบุรุษรองของสำนักการทหาร เจ้าเคยได้ยินมาบ้างหรือไม่?”เจียงซ่างเจินส่ายหน้า
“จะสนใจเรื่องที่อยู่ไกลสุดขอบฟ้าพวกนี้ทำไมกัน”เจียงเซ่อหัวเราะหยัน
“ตามหลังคำว่า ‘ไกลสุดขอบฟ้า’ คืออะไร? คือคำว่า ‘ใกล้เพียงตรงหน้า’ !”เจียงซ่างเจินได้ยินแล้วก็ถอนหายใจโล่งอก แต่ก็อกสั่นขวัญผวาขึ้นมาอีก เอ่ยอย่างตกตะลึงว่า
“ข้าหรือ?!”เจียงเซ่อถาม
“เปลี่ยนเจ้ามาเป็นเจียงเซ่อ ในบรรดาเรื่องสำคัญทั้งหลายหลังจากออกจากภูเขามา จะมีการตามหาร่องรอยของบรรพบุรุษรองของสำนักการทหารหรือไม่? ดูว่าจะสามารถละทิ้งอคติที่มีเก่าก่อน มาร่วมกันสร้างเรื่องยิ่งใหญ่ได้หรือไม่?”

“เจ้าลองเดาดูอีกทีสิว่า ตอนนั้นคนที่แนะนำให้ข้าฟังความต้องการของบรรพจารย์สามลัทธิ ครอบครองใต้หล้าแห่งหนึ่งอย่างถูกต้องชอบธรรม ก่อตั้งลัทธิเรียกตัวเองเป็นบรรพจารย์อย่างผึ่งผายก่อน แล้วค่อยวางแผนทำเรื่องใหญ่ คนผู้นี้คือใคร?”

“แล้วทำไมข้าผู้แซ่เจียงถึงต้องโปรดปรานเจ้าเพียงคนเดียว ต้องการมอบโชควาสนาให้เจ้าต่อหน้า?”

“การต่อสู้ครั้งนั้น หนิงเหยามีจิตสังหารเข้มข้นที่สุดเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่เจ้าล่ะ? ทำไมถึงคิดเอาแต่จะถอนรากถอนโคน กำจัดภัยแฝงเบื้องหลังให้สิ้นซาก?”

ฟังมาถึงตรงนี้ เจียงซ่างเจินก็ปากอ้าตาค้าง ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกว่าสมเหตุสมผลจริงๆ นะนี่ เจียงซ่างเจินทำท่าเหมือนเผชิญกับศัตรูตัวฉกาจ น้องชุยพูดถูกแล้ว ความสามารถในการวาดภาพสวยหรูของบรรพจารย์เจียงเป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้า! ตนต้องระวังไว้สักหน่อย

เจียงเซ่อกล่าว
“ก่อนหน้านี้ข้าไปเดินเล่นกับอาจารย์เจิง ได้พูดคุยกันถึงเรื่องนี้ เขาได้แพร่งพรายความลับสวรรค์ให้ข้ารู้ไม่น้อย บอกว่าบรรพบุรุษรองของสำนักการทหารผู้นี้ หากไม่ใช่ิักพรตในรุ่นลำดับศักดิ์ที่ใช้อักษร ‘ว่าน’ ก็จะต้องรู้สึกไม่คุ้นเคย แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็มีใจทะเยอทะยานมาก น่าเสียดายที่จุดจบคล้ายคลึงกับข้า ต่างก็ตกอยู่ในสภาวะที่ต้องถูก ‘ร่วมสังหาร’ แต่เขาดีกว่าข้าเล็กน้อย วิญญาณส่วนหนึ่งได้ครอบครองเรือนกายที่มีเลือดเนื้อ รักษาจิตวิญญาณที่แท้จริงส่วนหนึ่งเอาไว้ได้เป็นตัวหลัก ส่วนสามจิตหกวิญญาณที่เหลือเป็นตัวเสริม กระจายไปอยู่ในพื้นที่มงคลเก้าแห่งของใต้หล้าไพศาลและใต้หล้ามืดสลัว”

“ทางฝั่งของใต้หล้าไพศาลนี้ มีศาลบุ๋นและศาลบรรพจารย์ของสำนักการทหารในแต่ละทวีป ร่วมกันคุมขัง บันทึก ‘ประวัติชีวิต’ ของทุกชาติไว้ในเอกสาร ส่วนทางฝั่งของใต้หล้ามืดสลัว หนึ่งนครหนึ่งหอเรือนของไป๋อวี๋จิงก็ยิ่งจับตามองอย่างเข้มงวด”

เจียงเซ่อหัวเราะหยัน
“คนหนึ่งในนั้นก็มีสหายรักของเจ้า ลู่ฝ่างผู้ฝึกกระบี่แห่งไป๋ถงทวีป ยอดเขาเหนี่ยวค่านแห่งพื้นที่มงคลดอกบัว หึ หึ ยอดเขาเหนี่ยวค่าน (มุมมองที่นกมองลงมา) สันดอนเปลี่ยนง่าย สันดานเปลี่ยนยาก ยังคงชอบมองลงมาจากที่สูงจริงๆ เสียด้วย”

“อีกคนก็คือสิงกวานหาวซู่ที่การบินทะยานของเขาชักนำให้ภูเขาสายน้ำของพื้นที่มงคลแห่งหนึ่งต้องปริแตก”

“แจกันสมบัติทวีปเล็กๆ แห่งหนึ่งกลับมีศาลบรรพจารย์ของสำนักการทหารอยู่ถึงสองแห่ง เพียงแค่เพราะศาลหิมะต้องจับตามองเกาเจียนฝูของสำนักโองการเทพที่มีชาติกำเนิดมาจากพื้นที่มงคลชิงถาน อีกคนหนึ่ง ทุกวันนี้รับหน้าที่อยู่ในราชสำนักต้าหลี ตำแหน่งขุนนางไม่ใหญ่ แต่กลับมีอำนาจไม่น้อย คือซือหลางจงกองชิงลี่กรมพิธีการที่ชุยฉานเลือกตัวมาด้วยตัวเอง”

“ในฝูเหยาทวีปมีจักรพรรดิในโลกมนุษย์อยู่คนหนึ่งที่สวมเสื้อเกราะต้าซวง ได้ยินมาว่าทุกวันนี้ไปอยู่ที่ใต้หล้าห้าสีแล้ว ใช่แล้ว เจ้าหมอนี่มีนิสัยเหมือนกับเจ้า ชอบเหล้าหมักและสาวงาม”

“ทวีปแดนเทพแผ่นดินกลาง บุคคลอันดับหนึ่งบนวิถีวรยุทธ์ของใต้หล้าไพศาลพวกเจ้าในอดีต จางเถียวเสียรักตัวกลัวตาย เพื่อต่ออายุขัยจึงเปลี่ยนอาชีพหันไปหลอมลมปราณแทน มีฉายาว่า ‘หลงป๋อ’”

“ทางฝั่งใต้หล้ามืดสลัว บุคคลอันดับหนึ่งบนภูเขาของหรูโจว จูโหม่วเหริน ชื่อจริงคือจูต้าจว้ง ไอ้หมอนี่ก็เป็นคนเจ้าชู้เสเพลเหมือนกัน บังเอิญหรือไม่? ทั้งสมญาและฉายาล้วนมีมากมาย ฉายาใหม่ล่าสุดคือ ‘ลวี่ผิง’ เจียงซ่างเจิน เจ้าคิดว่าทำไมฉายา ‘ใหม่ล่าสุด’ ของเขาถึงเป็นฉายานี้? ลองเดาดูสิ?”

เจียงซ่างเจินกล่าวอย่างอัดอั้น
“นี่มีอะไรให้เดายากกัน ตั้งฉายาให้ตัวเองจากประโยคที่ว่า ‘เมื่อรู้ตัวว่าใจนี้ปราศจากสิ่งใด ปลาเล็กก็กระโดดออกจากผิวน้ำเขียวชอุ่ม’ เห็นได้ชัดว่าว่าที่อันดับสิบเอ็ดแห่งใต้หล้ามืดสลัวผู้นี้…ตื่นแล้ว รู้รากฐานมหามรรคาของตัวเองแล้ว ”

เจียงเซ่อพยักหน้า “ไม่ได้โง่จริงๆ เสียด้วย”

ตามคำกล่าวของเจิงจวีจง คนที่ลู่เฉินรู้ก็มีอยู่แค่เจ็ดคนนี้

นอกจากนี้ยังมีปลาที่หลุดลอดจากหว่างแหไปอีกสองตัวเพราะ “เหตุพลิกผันแห่งฟ้าถึงได้หลุดพ้นไปจากสายตา เจียงเซ่อกล่าวต่ออีกว่า
“ยังมีราชวงศ์ชิงเสินแห่งปิงโจว ผู้ฝึกกระบี่ฟูเสวียนเจี่ย ชาตินี้ของนางยังคงเป็นสตรีที่อายุน้อยมาก”

สีหน้าของเจียงซ่างเจินสดใสขึ้นมาทันใด “อ้อ?”

เจียงเซ่อยิ้มเอ่ย
“ตอนนี้เหลือแค่คนสุดท้ายแล้ว ต่างก็พูดกันว่าโจวอันดับหนึ่งมือเติบใจกว้าง เพราะว่ามีพื้นที่มงคลอะไรแล้วนะ?”

สองตาของเจียงซ่างเจินอึ้งค้าง เวรกรรมจริงๆ

เจียงเซ่อกล่าว
“ถูกต้องแล้ว สุดท้ายก็คือเหยียนกั๋วจีกวานแห่งกำแพงเมืองปราณกระบี่”

เจียงเซ่อยิ้มกล่าว
“ก็คือ ‘หลินซื่อ’ แห่งใต้หล้ามืดสลัวคนนั้น เพิ่งจะเลื่อนเป็นขอบเขตสิบเอ็ดบนวิถีวรยุทธ์”สายตาของเจียงซ่างเจินฉายแววไม่พอใจ
“เจ้าว่างขนาดนี้เลยหรือ เอาข้ามาระบายความอัดอั้นหรืออย่างไร สูไม่ได้แล้วก็ด่าไม่ชนะเจ้าขุนเขาเฉิน ก็เลยมารังแกคนซื่ออย่างข้า?”เจียงเซ่อเอ่ยเนิบช้าว่า
“หาวซู่หลบไปเป็นสิงกวานที่เป็นแค่ตัวประกอบอยู่ในกำแพงเมืองปราณกระบี่ นั่นเรียกว่าเป็นบัญชาจากสวรรค์ที่มองไม่เห็น”

บทที่ 1168.2 สองขุนนางพบเจอกันบนยอดเขา 1

บทที่ 1168.2 สองขุนนางพบเจอกันบนยอดเขา 2

เจียงซ่างเจินพึมพำ
“ที่แท้บรรพจารย์เจียงก็ไม่ได้เก่งแค่ใช้กำลังเท่านั้น”เจียงเซ่อสะอึกอึ้งพูดไม่ออก เจียงซ่างเจินใช้หมัดทุบฝ่ามือ
“ดี เป็นแบบนี้ก็ดี ข้ากับเทพธิดาฟูที่ยังไม่เคยพบเจอหน้ากันผู้นั้นจึงจะมีโอกาสได้ลุ้น”เจียงเซ่อกลับเอ่ยว่า
“ลู่ไถลำบากเพราะแซ่สกุล ชุยตงซานลำบากเพราะเรื่องการอ่านตำราเพื่อใคร เจียงซ่างเจินลำบากที่ความรักครั้งนี้คงเหลือไว้เพียงในความทรงจำ เจิ้งต้าเฟิงลำบากที่ไม่รู้ว่าควรจะไปอยู่ที่ไหนไปทำอะไร มองดูเหมือนไม่สนโลก ไม่ว่าคำพูดคำจาหรือการกระทำก็แสร้งทำเป็นไร้แก่นสารไม่เป็นเปลาะไม่เป็นงาน แต่แท้จริงแล้วคือคนใบ้ที่กินหวงเหลียน ความขมขื่นนั้นพูดไม่ออก ยิ่งกลัวว่าจะถูกคนอื่นเวทนา ดังนั้นชีวิตนี้พวกเจ้าจึงขมขื่นกันอย่างมาก”

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!