เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1169

พบเจอกัน

บนยอดเขา หลังจากบอกกล่าวสถานะของตัวเองกันไปแล้ว แต่ละคนก็มองประเมินอีกฝ่าย หลินซือท่านนี้คือบุคคลอันดับหนึ่งบนวิถีวรยุทธใหม่ล่าสุดของโลกมนุษย์ แต่กลับเหมือนปัญญาชนผู้สุภาพอ่อนโยนที่อ่านตำรามาจนเต็มอิ่มมากกว่า สง่าราศีถูกเก็บไว้ภายในถึงขั้นที่กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน

หากจะบอกว่าพลังอำนาจของเจียงเซ่อเหมือนมหาบรรพตที่ตั้งอยู่อย่างเดียวดายในโลกมนุษย์ มาดของ ‘หลินซือ’ แห่งยาซานตรงหน้าผู้นี้ก็เป็นดังสายน้ำใหญ่ที่เงียบสงัดไร้เสียง

อิ่นกวานคนสุดท้ายของกำแพงเมืองปราณกระบี่ผู้นี้อายุน้อยจริงๆ สายตาของเฉินชิงตู้ยังคงเฉียบคมเหมือนเดิม เชี่ยวชาญในการเก็บตกของดีมากที่สุด ได้มาเจอกันก่อนที่คาดการณ์ไว้นานหลายปี แล้วก็คิดไม่ถึงว่าสถานที่ที่มาพบเจอกันจะเป็นที่แห่งนี้

หลินเจียงเซียนยิ้มเอ่ย “ยอดเขาใหม่หรือ? อิ่นกวานเป็นเจ้าบ้าน ร่ายเวทอำพรางตาไว้สินะ?”

เฉินผิงอันพยักหน้า “กลัวว่าจะถูกราชาบนบัลลังก์คนใหม่รู้เรื่องนี้ก่อนล่วงหน้า คราวหน้าที่มอบของขวัญตอบแทนกลับคืนให้เปลี่ยวร้างจะไม่ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่ไม่คาดฝันแล้ว”

หลินเจียงเซียนหัวเราะเสียงดังอย่างมีความสุข “มีเหตุผล”

จีกวานและอิ่นกวานแห่งกำแพงเมืองปราณกระบี่ได้มาเจอหน้ากัน หัวข้อพูดคุยที่ใหญ่ที่สุดคือเรื่องอะไร แน่นอนว่าต้องเป็นใต้หล้าเปลี่ยวร้างแห่งนั้น เฉินผิงอันสามารถสัมผัสได้ถึงความหวังดีและความใกล้ชิดสนิทสนมที่อีกฝ่ายมอบให้อย่างชัดเจน นี่ก็น่าจะเป็นดั่งคำกล่าวที่ว่าแค่คลี่ยิ้มก็เข้าใจกันได้อย่างลึกซึ้งกระมัง

และเวลานี้เอง ตรงหน้าผาห่างจากยอดเขาไปไม่ไกลก็มีริ้วคลื่นกระเพื่อมขึ้นมา ปราการกั้นขวางแห่งมหามรรคาของภูเขาลูกนี้เกิดเสียงเหมือนผ้าฉีกขาดอย่างน่าตกใจ มือข้างหนึ่งถึงกับบังคับดันตราผนึกหลายชั้นออก สตรีสีหน้าเฉยเมยคนหนึ่งเดินออกมาช้าๆ เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำ รอกระทั่งนางหยุดยืนนิ่ง ประตูใหญ่ที่อยู่ข้างหลังบานนั้นก็ปิดลงด้วยตัวเอง ระหว่างนี้เฉินผิงอันคิดอยากจะร่ายตราผนึกลับเสริมเข้าไปให้มากกว่าเดิม แต่หลินเจียงเซียนกลับบอกว่าไม่เป็นไร แค่พบหน้ากันก็พอ

สตรีร่างสูงใหญ่แนะนำตัวเอง “เซี่ยสือจี บ่าวของชิงจู่ มาเองโดยไม่ได้รับเชิญ ล่วงเกินแล้ว”

ผู้ฝึกยุทธขอบเขตสิบเอ็ดคนหนึ่งมาเยือนแล้วเอ่ยขออภัย เป็นการบุกเบิกโฉมหน้าใหม่อย่างแท้จริง เซี่ยสือจีกระตุกมุมปาก บางทีอาจเป็นเพราะอยากให้ใบหน้าของตัวเองดูอ่อนโยน จึงคลี่ยิ้ม มีท่าทีของการขออภัย “ติดขัดที่สถานะของจิติหยิน จึงไม่สะดวกจะลงมือต่อเจียงเซ่อที่มีสถานะสูงศักดิ์เป็นถึงเจ้านาย ตั้งแต่ต้นจนจบได้แต่มองดูอยู่เฉยๆ โชคดีอาศัยมือของอิ่นกวานจึงมีจุดจบที่แช่มชื่นอย่างถึงที่สุด ถึงอย่างไรก็ควรมาขอบคุณต่อหน้า จึงจะถือว่าเป็นมารยาทที่พึงมี ข้าขอบคุณอิ่นกวานเสร็จแล้ว พูดคุยอีกสองประโยคก็จะจากไป”

เฉินผิงอันไม่ได้เอ่ยถ้อยคำตามมารยาทอะไร เพียงแค่นิ่งเงียบรอฟังประโยคถัดไป

เซี่ยสือจีกล่าว “หากในอนาคตเฉินอิ่นกวานเกิดการช่วงชิงบนมหามรรคากับเจ้านายของข้าอีก ข้าคงไม่ตอบแทนพระคุณแล้ว ตรงไหนที่ควรออกหมัดก็จะยังคงออกหมัด”

เฉินผิงอันพยักหน้า เอ่ย “เข้าใจได้”

เซี่ยสือจีเอ่ยประโยคที่สองต่อ “นอกจากนี้แล้ว เฉินอิ่นกวานก็สามารถสั่งให้ข้าไปฆ่าคนได้สองครั้ง ส่วนจะฆ่าใครก็ล้วนไม่มีปัญหา”

แม้ว่าเฉินผิงอันจะไม่ได้เปิดปากเอ่ยถาม แต่ในใจก็อดเกิดความคลางแคลงไม่ได้ว่าไฉนถึงมีโอกาสสองครั้ง เซี่ยสือจียิ้มกว้าง “ก่อนที่นายท่านของข้าจะบรรลุมรรคา มักมีคำพูดติดปากว่า ใต้หล้านี้มีเพียงเรื่องร้ายที่มาเยือนลำพัง ไม่มีเรื่องดีที่มาเป็นคู่”

เฉินผิงอันยิ้มอย่างเข้าใจ “ดูท่าวันหน้าหากเจอปัญหา ข้าก็ควรต้องท่องประโยคนี้บ่อยๆ แล้ว”

เซี่ยสือจีที่เงียบขรึมพูดน้อยมาโดยตลอดนึกอยากจะพูดคุยกับคนอื่นอย่างที่หาได้ยาก นางกุมหมัดเอ่ยว่า “ขอจากลาตรงนี้ ขออวยพรล่วงหน้าให้อิ่นกวานโชคดี มั่งคั่ง สมหวังในรัก มีบุตรในเร็ววัน”

ไม่ได้มีเจตนาจะหยอกล้อแม้แต่น้อย นางรู้ดีว่าตัวเองโง่เขลา หนังสือก็อ่านมาไม่มาก พูดถ้อยคำมงคลพวกนี้ออกมาได้ก็นางรู้สึกกินแรงอย่างมากแล้ว

เฉินผิงอันยิ้มสดใส กุมหมัดเอ่ยว่า “ขออวยพรล่วงหน้าให้วิถีวรยุทธของปรมาจารย์เซี่ย…”

หลินเจียงเซียนกระแอมหนึ่งที เตือนเฉินอิ่นกวานว่าวันนี้ไม่เหมือนวันวานที่สามารถพูดคุยเรื่องของการฝึกตนบนภูเขาได้อย่างไร้ข้อห้าม หากพูดถึงวิถีวรยุทธในอนาคตบนภูเขาลูกนี้ ถึงอย่างไรก็ต้องระมัดระวังไว้หน่อย

เฉินผิงอันหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง แต่กระนั้นก็ยังอวยพรให้วิถีวรยุทธของเซี่ยสือจีโชติช่วง

เซี่ยสือจีเอ่ย “ถูกชะตา เพิ่มอีกหนึ่งครั้ง”

คงเป็นอย่างที่เฉียนฉาพูดไว้จริงๆ คนหนุ่มยังคงหน้าบาง เฉินผิงอันกล่าวว่า “หากปรมาจารย์เซี่ยสามารถสังหารเผ่าปีศาจห้าขอบเขตบนของเปลี่ยวร้างได้ตนหนึ่งจะถือว่าเป็นหนึ่งครั้ง”

เซี่ยสือจีขมวดคิ้วกล่าว “จริงหรือ?”

เฉินผิงอันพยักหน้ารับ “จริง”

เซี่ยสือจีกล่าว “ถ้าอย่างนั้นก็เหลือแค่สองครั้งแล้ว”

เก็บดวงจิตกลับมา เซี่ยสือจีตรงดิ่งออกไปจากยอดเขา หวนกลับไปยังสำนักของเผ่าปีศาจแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใจกลางของเปลี่ยวร้าง นางมาอยู่ในซากปรักศาลบรรพจารย์ที่เหลือแต่ซากพังเสียหาย

เท้าเหยียบศีรษะหนึ่งที่ตายตาไม่หลับ คือผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจตนหนึ่งที่ไม่ทันเผยร่างจริง นางเพิ่มแรงเล็กน้อยศีรษะนั้นก็ระเบิดแตกคาที จวนเซียนอักษรจงทั้งแห่งถูกนางทำลายล้างจนเหลือแต่ความว่างเปล่า ซากศพของเผ่าปีศาจกองทับกันเป็นภูเขา กระดูกขาวโพลนทับกันเป็นกองพะเนิน เลือดสดเหมือนน้ำในลำธารหลายสายที่ไหลลงมาจากภูเขา

ข้างกายมีผู้เฒ่าร่างผอมคนหนึ่งยืนอยู่ด้วย เขาสวมชุดกว้างตัวยาวสีเขียว สองมือไพล่หลัง เอ่ยด้วยสีหน้าเฉยเมยว่า “คุยกันเป็นอย่างไรบ้าง?”

เซี่ยสือจีกล่าว “ไม่เลว แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่พลังลมปราณเต็มเปี่ยม จิตวิญญาณครบถ้วนสมบูรณ์ ต้องยืนอยู่บนยอดเขาได้อย่างมั่นคงแน่นอน”

เฉินชิงหลิวไม่ค่อยสนใจว่ายอดเขาแห่งนั้นจะมีใครยืนอยู่แล้ว นามของบรรพจารย์คนใหม่แห่งวิถีวรยุทธในโลกมนุษย์จะตกไปเป็นของใคร เพียงยิ้มเอ่ยว่า “สัตว์เดรัจฉานกลุ่มนี้ทั้งๆ ที่เคยไปเยือนใต้หล้าไพศาล ทว่าแม้กระทั่งฉายา ‘ชิงจู่’ ก็ยังไม่เคยได้ยินมาก่อนหรือ”

เซี่ยสือจีพยักหน้า “สมควรตาย”

เฉินชิงหลิวกล่าว “ศิษย์พี่หญิงเคยอยู่ในใต้หล้าบงกชร่วมกับนาง เคยประมือกันมาก่อนหรือไม่?”

เซี่ยสือจีส่ายหน้า “ระหว่างที่บ่าวท่องเที่ยวอยู่ในใต้หล้า ไม่เคยได้ยินชื่อของนางมาก่อน”

เฉินชิงหลิวกล่าว “เปลี่ยนเป็นสถานที่แห่งใหม่ที่ปราณวิญญาณเต็มเปี่ยม ข้าก็ไม่เชื่อหรอกว่าเปลี่ยวร้างที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้จะไม่มีใครเคยได้ยินสองคำว่า ‘ชิงจู่’ มาก่อน”

เซี่ยสือจียิ้มกว้าง “ไปเยือนภูเขาหลายลูกหน่อย เปลี่ยวร้างควรจะทราบนามของนายท่านได้แล้ว”

บทที่ 1169.1 อยู่ท่ามกลางหุ่นตุ้น 1

บทที่ 1169.1 อยู่ท่ามกลางหุ่นตุ้น 2

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!