ยาซานไม่ใช่จวนเซียน ไม่มีค่ายกลปกป้องภูเขา เรือนกายของจูโหม่วเหรินพลิ้วลงบนพื้น ประโยคแรกที่โพล่งออกไปก็คือ
“ข้ามธรณีประตูแล้วหรือ?”
หลินเจียงเซียนยิ้มพูดสัพยอกว่า
“จมูกไว ได้กลิ่นคาวเลือดหรือ?”
จูโหม่วเหรินกล่าว
“หลินซือ ข้าถามเจ้าอยู่นะ”
หลินเจียงเซียนพยักหน้า
“ฝ่าทะลุขอบเขตแล้ว”
“ขอแสดงความยินดีด้วย”
จูโหม่วเหรินกุมหมัดเขย่าแรงๆ สองสามที แล้วถอนหายใจเบาๆ
“ก็แค่น่าสงสารโลกมนุษย์ที่ต้องวุ่นวายโกลาหลกันแล้ว”
หลินเจียงเซียนไม่ปฏิเสธ จูโหม่วเหรินใช้เสียงในใจเอ่ยว่า
“เจ้าของแผ่นป้ายไม้ท่านนั้นของ ‘พวกเรา’ ข้าเคยเจอมาแล้วใช่หรือไม่?”
หลินเจียงเซียนกล่าว
“ก็คือกู่เยี่ยนเกอของยอดเขาผีผาโยวโจว”
จูโหม่วเหรินดึงพัดพับออกมาตบหน้าผากตัวเอง
“ว่าแล้วเชียว!”
ว่าแล้วเชียวว่าต้องเป็นเจ้า ว่าแล้วเชียวว่าต้องเป็นนาง!
พูดให้ถูกต้องก็คือ กู่เยี่ยนเกอ แน่นอนว่าเป็นแค่เนื้อหนังมังสาร่างหนึ่งที่ “นาง” ใช้ท่องไปในโลกมนุษย์เท่านั้น กู่เยี่ยนเกอ คนของโยวโจว หนึ่งในสิบปรมาจารย์ใหญ่ใหม่ล่าสุดของใต้หล้ามืดสลัว ถักเปียแบบเกลียวห้อยไว้ด้านหน้า ทัศนียภาพงดงามเลิศล้ำ ประหนึ่งยอดเขาสองยอดที่ตั้งคุมเชิงกันแล้วมีแม่น้ำสายหนึ่งไหลผ่าน
ก่อนหน้านี้ไม่นานนางเพิ่งจะมาเยือนยาซาน ประลองยุทธ์กันไปรอบหนึ่ง ตอนนั้นยังคงเป็นจูโหม่วเหรินที่พานางขึ้นภูเขามาด้วยตัวเอง จูโหม่วเหรินถาม
“นางสามารถท่องไปในใต้หล้าได้อย่างอิสระแล้วหรือ?”
หลินเจียงเซียนกล่าว
“ดูเหมือนว่าเมื่อก่อนมรรคาจารย์เต๋าก็ไม่ได้สนใจนางสักเท่าไร คงเป็นเพราะมีการตกลงกันปากเปล่ากระมัง เนื้อหาที่เป็นรูปธรรมนั้นเดาได้ไม่ง่าย เพียงแต่ว่าตอนที่ข้าเพิ่งไปถึงใต้หล้ามืดสลัว ได้ถือกระบี่ไปเยือนถึงที่ พูดคุยกับนางอย่างจริงจังครั้งหนึ่ง แล้วก็มีสัญญาวิญญูชนกับนาง ขอแค่ข้าไม่พยักหน้าตอบตกลง นางก็ไม่อาจออกจากถ้ำสวรรค์ไปเดินเตร็ดเตร่ในโยวโจวส่งเดชได้ ภายหลังข้าเห็นว่าโอกาสเหมาะสมแล้ว ก็เลยให้ชูฮวาเจียนนำความไปบอกกับนาง”
จูโหม่วเหรินถาม
“หากข้าเจอกับ…พวกนางตัวต่อตัวล่ะ?”
หลินเจียงเซียนเอ่ย
“ก็ยังไม่มากพอจะดู”
จูโหม่วเหรินเอ่ยเย้ยหยันตัวเอง
“เดิมทีข้านึกว่าขอบเขตของตัวเองสูงพอแล้ว เจ้าอารามซุนคืออันดับห้าแห่งใต้หล้าที่ฟ้าผ่าก็ไม่สะเทือน จูโหม่วเหรินคืออันดับสิบเอ็ดในใต้หล้าอย่างแน่นอน ต่อให้ระดับรายชื่อนี่จะมีน้ำมากกว่าเนื้อ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่ถือว่าต่ำแล้วจริงๆ”
หลินเจียงเซียนเอ่ยคำพูดประหลาด
“คนคนหนึ่งไม่อาจควบคุมความสั้นยาวของเงาตัวเองได้”
จูโหม่วเหรินถอนหายใจ
“ก็ใช่น่ะสิ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับยากดีมีจนเลยจริงๆ”
จูโหม่วเหรินคร่ำครวญตำหนิตัวเอง
“มิน่าเล่า มิน่าเล่า ถูกต้องตรงกันทั้งหมดขนาดนี้ โทษที่เจ้าไม่เตือนก่อนล่วงหน้าไม่ได้ เป็นข้าที่ถูกผีบดบังจิตใจ ถูกความงามทำให้ดวงตาสองข้างมืดบอด”
บรรพบุรุษแต่ละรุ่นในตระกูลของกู่เยี่ยนเกอล้วนเป็นนักชันสูตรศพ ชอบไปสังเกตการณ์เข่นฆ่าในสนามรบ เชี่ยวชาญวิชาพิศมองภายใน เข้าใจเส้นชีพจรของร่างกายมนุษย์ได้เป็นอย่างดี จูโหม่วเหรินพลันเอ่ยว่า
“หลินซือ? พวกเรา?”
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!