เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1173

ชื่อของศาลาแห่งนี้ยาวมาก ชื่อว่าศาลา “มีความสุขยืนยาวนิรันดร์ ทอดสายตามองขุนเขาเขียวไม่โรยรา”
ห่างไปไกลยังมีศาลา ‘ศาลา’ อยู่อีกแห่งหนึ่ง

เว่ยป้อยิ้มถาม “แสงกระบี่เส้นนั้นคืออะไร? ความเคลื่อนไหวรุนแรงเกินไปหน่อยนะ คงไม่ใช่ อาจารย์เสี่ยวโม่หรอกกระมัง?”

อันที่จริงไม่เพียงแต่ในอาณาเขตภูเขาพีอวิ๋นมหาบรรพตอุดรเท่านั้น อันที่จริงเสินจวินที่เลื่อนขั้นใหม่ของอี้สี่ขุนเขาตอนนั้น ต่างก็ออกคำสั่งอย่างเข้มงวด ไม่อนุญาตให้ที่ว่าการของกองงานต่างๆ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใต้อาณัติทำการสืบเสาะเรื่องนี้เองโดยพลการ ไม่อาจมารวมตัวกันวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้อย่างส่งเดช หากตรวจสอบพบเจอ ในการประเมินครั้งหน้าจะถูกลดชั้นการประเมินหนึ่งขั้นเหมือนกันหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น

สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้ำสามารถปิดปากเงียบไม่เอ่ยอะไร แต่ไม่อาจบังคับการวิพากษ์วิจารณ์ของผู้ฝึกตนบนภูเขาได้ คงไม่ใช่ฝีมือของอิ่นกวานหนุ่มแห่งภูเขาลั่วพั่วผู้นั้นอีกแล้วหรอกนะ? รายงานขุนเขาสายน้ำของทั้งทวีปต่างก็ยุ่งวุ่นวายกันอีกครั้ง อารมณ์ของเหล่าผู้ฝึกกระบี่ของภูเขาตะวันเที่ยงจะเป็นเช่นไร แค่คิดก็พอจะรู้ได้

เฉินผิงอันไม่ได้รีบร้อนตอบกลับ นั่งลงในศาลา ยกขาไขว่ห้าง สะบัดชุดกว้าตัวยาวท่าทางผ่อนคลายสบายอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด

เว่ยป้อนั่งลงตรงข้าม “อย่ามัวอิดออดอยู่เลย รีบพูดมาให้ชัดเจน”

เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “เสี่ยวโม่เป็นขอบเขตสิบสี่แล้ว”

แม้ว่าในใจของเว่ยป้อจะได้ข้อสรุปมานานแล้ว แต่รอกระทั่งได้ฟังข่าวนี้ก็ยังตื่นตะลึงสุดขีดอยู่ดี

ความแตกต่างระหว่างขอบเขตบินทะยานกับขอบเขตสิบสี่มีมากแค่ไหน? ก็ต่างกันราวฟ้ากับเหวอย่างไรเล่า! แล้วระดับความยากในการผสานมรรคาได้สำเร็จเล่ามีมากแค่ไหน? เหมือนเอาภูเขาไปถมมหาสมุทรให้เต็มนั่นแหละ!

เว่ยป้อเอนหลังพิงราวรั้ว เงียบไปนาน ก่อนจะเอ่ยอย่างเกียจคร้านว่า “สบายจริง”

พลันได้ยินเสียงตะโกนเรียกจากเฉินผิงอัน “เว่ยป้อ”

เว่ยป้อหยุดเดิน หันหน้ามามอง “หืม?”

เฉินผิงอันยืดตัวตรง มือเป็นหมัดเคาะลงบนหัวใจ จากนั้นใช้นิ้วเคาะลงบนหน้าผากเอ่ยว่า “หลายปีมานี้ ขอบคุณมาก”

เว่ยป้ออึ้งตะลึง ก่อนจะด่าขำๆ ว่า “งี่เง่า” เดินก้าวยาวๆ จากไป ชูมือขึ้นสูง หันหลังให้กับเด็กหนุ่มรองเท้าสานในอดีต

เทพเจ้าแห่งผืนดินในอดีตที่สวมต่างหูเป็นห่วงสีทองโบกฝ่ามือ ทุกอย่างล้วนไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ย คือภาพอันงดงามทำให้คนอบอุ่นใจ

คาดไม่ถึงว่าเฉินผิงอันจะโพล่งออกมาว่า “เว่ยเสินจวินยืมเอา ‘เทียบเซียนเหริน เหยียบย่างความว่างเปล่า’ ไปหรือ?”

เว่ยป้อหันหน้ามาถามว่า “ยืมอะไร? เทียบอะไร? รบกวนเซียนกระบี่เฉินพูดให้ดังๆ หน่อย?”

เฉินผิงอันยิ้มแล้วลุกขึ้น เดินก้าวเร็วๆ ออกไปจากศาลา เอาแขนคล้องไหล่เว่ยป้อ “ทำไมถึงยังโกรธอยู่อีกละ”

เว่ยป้อสะบัดไหล่สลัดมือข้างนั้นออก “อย่าสิ พวกเราสองคนไม่สนิทกันสักหน่อย ข้ากำลังจะไปหยิบเอาเทียบเหยียบย่างความว่างเปล่ามา แล้วให้คนเอามาส่งให้กับราชครูเฉิน”

เฉินผิงอันหัวเราะฮ่าๆ

เว่ยป้อเองก็รู้สึกว่าตัวเองงี่เง่า แต่กลับยังทำหน้าเคร่ง เดินเคียงไหล่กันไปได้แค่ไม่กี่ก้าวก็หลุดขำอย่างอดไม่อยู่ เดินเล่นไปด้วยกัน พูดคุยเรื่องราวบางอย่าง

เฉินผิงอันบอกให้เว่ยป้อช่วยจับตามองลูกศิษย์ปิดสำนักของหม่าขู่เสวียน หากเขากลับมายังอาณาเขตของขุนเขาเหนือก็ให้เขามาที่ภูเขาลั่วพั่วสักรอบ ให้ตรงไปหาตนที่พื้นที่ประกอบพิธีกรรมเนินฝูเหยาได้เลย

เด็กหนุ่มที่พกมีดผ่าฟืนตอนที่อยู่บนหัวกำแพงของกำแพงเมืองปราณกระบี่ ก็เคยถามเฉินผิงอันต่อหน้าหม่าขู่เสวียนว่ายังรับลูกศิษย์อีกหรือไม่ แน่นอนว่าเฉินผิงอันไม่อยากจะแย่งลูกศิษย์ผู้สืบทอดของหม่าขู่เสวียน เพียงแค่มอบตำราเต๋าวิชาสายฟ้าบทหนึ่งให้กับเด็กหนุ่มเท่านั้น

นอกจากนี้ก็ยังถามเว่ยป้อว่าสามารถให้กองระเบียบพิธีการของขุนเขาเหนือส่งเทียบเชิญฉบับหนึ่งให้กับโจวฉงหลินแห่งอารามชิงเหมยได้หรือไม่ เชื้อเชิญให้นางมา “ชมทัศนียภาพ” ที่ภูเขาพีอวิ๋น จากนั้นถือโอกาสแวะมาชมทิวทัศน์ที่ภูเขาลั่วพั่วด้วยก็ได้ แต่นางต้องรับปากเรื่องหนึ่งว่า รายรับจากบุปผาในคันฉ่องจันทราในสายน้ำ ต้องแบ่งกับภูเขาลั่วพั่วคนละครึ่ง

เรื่องแรกง่าย แต่พอได้ยินเรื่องที่สอง เว่ยป้อก็ยิ้มเอ่ยว่า “หากจำไม่ผิด บุปผาในคันฉ่องจันทราในสายน้ำของเทพธิดาโจวคนนั้น คำประเมินบนภูเขา…ธรรมดามากจริงๆ พวกเหล่าผู้พิทักษ์หลักการหัวโบราณคร่ำครึพวกนั้นต้องไม่มีทางชอบนางแน่ ทำไมเจ้าถึงต้องเป็นฝ่ายเชื้อเชิญนางอ้อมๆ ให้แวะมาเยือนสถานที่ของพวกเราด้วยล่ะ?”

เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “ปล่อยไปตามวาสนา”

เว่ยป้อคร้านจะซักไซ้ไปมากกว่านี้ เพียงเอ่ยว่า “ยังมีเรื่องอะไรอีก ราชครูเชิญสั่งการมาได้เลย”

เฉินผิงอันกล่าว “ก่อนหน้านี้ข้ากับไช่จินเจียนแห่งยอดเขาลวีกุ้ยได้เจรจาการค้าเรื่องหนึ่งกันเรียบร้อยแล้ว ผลคือทางฝั่งของภูเขาลั่วพั่วยังไม่ได้รับหินรากเมฆห้าสิบจิน กับธูปแสงเมฆาสองร้อยกระบอกเลย จะให้ข้าส่งกระบี่บินไปถามก็คงไม่ดี จะดูเหมือนเร่งรัดหนี้ไม่ค่อยเหมาะสมนัก ไม่สู้เจ้าออกหน้าช่วยเร่งให้ข้าหน่อย?”

เว่ยป้อย้อนถาม “เจ้าส่งจดหมายไปเร่งไม่เหมาะสม แล้วข้าที่เป็นคนไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการค้าครั้งนี้ ส่งกระบี่บินไปถามแล้วจะเหมาะสมหรือ?”

เฉินผิงอันแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ยังคงพูดเรื่องของตัวเองต่อไปว่า “เว่ยเสินจวินสามารถถือโอกาสนี้แสดงความยินดีกับหวงจงโหวที่เรื่องดีมาเยือนเป็นคู่ไปในจดหมายได้เลยไม่ใช่หรือ? เฮอะ ข้าเป็นเฒ่าจันทราให้เองเชียวนา บอกตามตรง สหายหวงต้องขอบคุณข้าถึงจะถูก”

หวงจงโหวแห่งยอดเขาเกิงอวิ๋น ไม่เพียงแต่กลายเป็นเจ้าขุนเขาของภูเขาเมฆาเรืองภายใต้การเชื่อมสะพานสานความสัมพันธ์ของตน ในที่สุดก็ได้ผูกสมัครรักใคร่กลายเป็นคู่บำเพ็ญเพียรกับอู๋หยวนอี้แล้ว

เว่ยป้อเกิดความสนใจขึ้นมาทันที “เป็นเฒ่าจันทราอย่างไร ไหนลองเล่าให้ฟังอย่างละเอียดสิ”

เฉินผิงอันจึงยิ้มเล่าร่ายยาวให้เว่ยป้อฟังว่าตัวเองไปขอเหล้าดื่มจากหวงจงโหวอย่างไร หวงจงโหวข่มขู่ตนอย่างไร แล้วตน ‘ใช้บุญคุณตอบแทนความแค้น’ อย่างไร ช่วยผูกด้ายแดงอย่างไร

บทที่ 1173 คนชุดเขียวนั่งลง 1

บทที่ 1173 คนชุดเขียวนั่งลง 2

บทที่ 1173 คนชุดเขียวนั่งลง 3

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!