เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1175

อู๋หวงเฉิงถึงกับรู้สึกหายใจไม่ออก

เสิ่นเฉินไม่เสียแรงที่เป็นเจ้ากรมผู้เฒ่าที่อยู่ในวงการขุนนางมาหกสิบกว่าปี เพียงแค่กวาดตามองเร็วๆ ไปทางฮ่องเต้ที่อยู่หลังโต๊ะทรงพระอักษรเท่านั้น เวินเอ่อร์แห่งกรมโยธาคือลูกศิษย์ของเสิ่นเฉิน เขาก้มหน้าจิบน้ำบ๊วยเย็นไปอีกหนึ่ง น้ำบ๊วยนี้จะมีให้เฉพาะในการประชุมเล็กเท่านั้น ต่อให้เป็นแซ่สกุลของซ่างจู้กั๋วก็ยังไม่ได้ดื่ม

เยี่ยนหย่งเฟิง ขุนนางแห่งศาลหงหลูคือเจ้าประมุขคนปัจจุบัน คือสกุลเยี่ยนจื่อจ้าว คือผู้เฒ่าที่มีลักษณะดุดันแข็งกร้าว อยู่ที่นี่แต่ไหนแต่ไรมาก็แค่มาขานชื่อเท่านั้น

หม่าหยวนเจ้ากรมอาญาลุกขึ้นยืน สะบัดป้ายหยกที่อยู่ตรงเอว ครู่หนึ่งต่อมาในห้องทรงพระอักษรก็มีถาดทรายแห่งหนึ่งโผล่มา มีสิ่งปลูกสร้างเล็กจิ๋วสีเขียวมรกตอยู่ด้านบนถาดทราย ตัวอักษรสีทองแสดงให้เห็นถึงที่ว่าการแต่ละแห่ง หม่าหยวนเหมือน “หยิบของออกจากในกระเป๋า” เปิดคลังอักษร “ตี” (ดิน) แห่งหนึ่งจากในที่ว่าการกรมกลาโหมที่ย่านหนันซวินซึ่งอยู่ด้านหนึ่งของระเบียงพันก้าว จากนั้นหยิบเอา “เรือนหานโจว” ที่อยู่ในนั้นออกมา ตามมาด้วยการหา “แคว้นชิว” ที่อยู่ในเรือนออกมาได้อย่างแม่นยำ

หม่าหยวนชี้ไปยังม้วนกระดาษฉบับหนึ่งที่เตรียมไว้บนโต๊ะนานแล้ว ยื่นนิ้วจิ้มไป ม้วนกระดาษม้วนนั้นก็มาปรากฏอยู่กลางอากาศในห้องทรงพระอักษร หม่าหยวนเดินไปหยิบมาไว้ในมือ มองไปยังฮ่องเต้ ซ่งเหอยิ้มเอ่ย “ให้ท่านราชครูดูก่อน”

หม่าหยวนยื่นม้วนกระดาษส่งให้เฉินผิงอันแล้วเจ้ากรมอาญาท่านนี้ก็ไม่รีบร้อนกลับไปนั่งที่ คลังเอกสารของกรมอาญาแห่งนั้นกับอู่ต่อเรือที่ใช้สร้างเรือกระบี่ ล้วนเป็นความลับอันดับหนึ่งของราชสำนักต้าหลี สมาชิกของกรมอื่นคิดอยากจะอ่านบันทึกลับก็ต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติอย่างเข้มงวดหลายขั้นตอน ต่อให้เป็นฝ่ายในของกรมอาญาเองก็ยังมีกฎระเบียบมากมายในขั้นตอนต่างๆ มิอาจเกิดข้อผิดพลาดได้

แม้ว่าจะมีกฎเยอะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องช้า เบียดบังผลประโยชน์ส่วนรวมเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว คิดอยากจะฉวยโอกาสทำตามธรรมเนียมที่เสื่อมทราม หรือไม่ก็ใช้ฝีมือที่สูงส่งกว่าหน่อย ทำการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันอย่างลับๆ? หรือไม่วันนั้นอารมณ์ไม่ดีถูกใครชักสีหน้าใส่ก็เลยจงใจสร้างความลำบากใจให้กับสมาชิกของกรมอื่น? หรือเป็นแซ่สกุล ภูเขา วงการขุนนางที่มีฐานะแตกต่างกัน ไม่ถูกกับคนที่อยู่เบื้องบน ในที่สุดวันนี้ก็ตกมาอยู่ในเงื้อมมือของข้าที่อยู่เบื้องล่าง จะต้องขัดขวางเล่นงานเจ้าสักหน่อย หลังจากนี้จะได้พิสูจน์กับเบื้องบนได้ว่าตนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพียงใด?

ในอดีตทุกๆ เดือนชุยฉานจะต้องกำหนดเวลาในการตรวจสอบเอกสารราชการประเภทนี้ แต่นี่ยังเป็นแค่ “เอกสารทางการ” ที่เห็นกันภายนอกเท่านั้น ความจริงก็คือเมื่อสามปีก่อน ชุยฉานก็คอยจับตามองทุกคำพูดทุกการกระทำของขุนนางทุกคนในกองงานต่างๆ ฝ่ายเอกสารของกรมอาญาแล้ว นิสัยใจคอของมนุษย์คือสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่พลังความเคยชินอันยิ่งใหญ่ของคนคนหนึ่งสามารถถูกอบรมฝึกฝนกันได้ สามปีผ่านไป ชุยฉานเอาบัญชีเก่ามาพลิกเปิดในรวดเดียว คนที่ควรได้รางวัลก็ให้รางวัล คนที่ควรเลื่อนขั้นก็ได้เลื่อนขั้น

วิธีการลงโทษมีมากมายสารพัดอย่าง ชอบนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้นเพื่อใช้อำนาจให้ถึงที่สุดนักไม่ใช่หรือ? ถอดหมวกขุนนางของเจ้าลงมาก่อน อีกทั้งชั่วชีวิตนี้ก็อย่าหวังว่าจะมีความอนาคตบนเส้นทางของการเป็นขุนนางอีก ทางสายนี้ถือว่าขาดสะบั้นอย่างสิ้นเชิงแล้ว

ขุนนางที่เป็นคนแนะนำก็ถูกลดขั้นตามไปด้วย ขุนนางผู้สอดส่องตรวจตราที่มองไม่เห็นปัญหาก็อย่าหวังว่าจะหนีไปได้ หากเป็นลูกหลานตระกูลขุนนาง มีสิทธิพิเศษที่สืบสายมาจากทางตระกูล ยกตัวอย่างเช่นรายชื่อที่จะได้เข้าไปศึกษาในกั๋วจื่อเจี้ยน จำนวนของไร่นาล้วนถูกลดจำนวนลงตามความเหมาะสมโดยไม่มีข้อยกเว้น หากถูกหักลดจนไม่เหลือพอให้ลงโทษแล้ว ก็ไปหาผู้อาวุโสในตระกูลที่เป็นขุนนางอยู่ในราชสำนัก ควรว่ากล่าวตักเตือนก็ว่ากล่าวตักเตือน ควรลดเงินเดือนก็ลดเงินเดือน ควรลาออกจากการเป็นขุนนางก็ลาออก ส่วนเรื่องหลังจากกลับไปที่ว่าการหรือศาลบรรพชนของตระกูลก็ถือเป็นเรื่องในบ้านที่ต้องปิดประตูคุยกันเองแล้ว

เอาเป็นว่าไม่ว่าจะเป็นสาเหตุโดยละเอียด ข้อบังคับว่าด้วยการให้รางวัลและการลงโทษ แบบแผนการบังคับใช้กฎหมาย และราชกิจจานุเบกษาที่ส่งลงไปถึงระดับเขตการปกครองและจังหวัด ก็ล้วนเขียนบอกไว้ให้เจ้าอย่างชัดเจนครบถ้วนแล้ว ข้าชุยฉานอยู่เพียงลำพังตัวคนเดียวมาโดยตลอด ไม่มีระบบสืบทอดสายบุ๋น ไม่มีลูกศิษย์ในความหมายที่เข้มงวด ไม่มีลูกหลานคนในครอบครัว ไม่มีญาติสนิทมิตรสหาย ไม่มีปัญญาชนที่ปณิธานตรงกัน ไม่มีสหายบนภูเขาที่สนิทสนมคุ้นเคย ไม่จำเป็นต้องสร้างทรัพย์สินส่วนตัวใดๆ ไม่รับการมอบรางวัลใดๆ จากทางราชสำนัก ปีแล้วปีเล่าทุกๆ ปีได้เงินเดือนแค่หนึ่งเหรียญเงินเกล็ดหิมะเท่านั้น

ดังนั้นหากความคิดเห็นทางการเมืองไม่สอดคล้องกับข้า ถ้าอย่างนั้นก็เป็นเจ้าที่ผิด หากว่ามีความเห็นต่างในเรื่องบางอย่างที่เป็นรูปธรรม ก็สามารถส่งมอบเอกสารราชการมาให้ ชุยฉานจะอ่านด้วยตัวเองทั้งหมด ส่วนที่ตอบกลับก็หมายความว่ามีจุดดีที่สามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้ ส่วนที่ไม่ได้ตอบกลับก็จะถูกส่งกลับไปทางเดิม หมายความว่ามีแต่คำพูดไร้สาระ แต่ว่าด้านนอกของจดหมายที่บรรจุเอกสารราชการจะประทับตราประทับขุนนางของที่ว่าการเฉพาะของราชครู

หากมีความสามารถมากกว่านั้นก็มาหาชุยฉานได้โดยตรง จะทะเลาะกันซึ่งๆ หน้าก็ได้ หนึ่งในเงื่อนไขก็คือตัวเจ้าเองและประวัติข้าราชการสองฉบับที่รับรองให้เจ้าสามารถข้ามลำดับชั้นเข้าร่วมการประชุมหารือล้วนทนรับการตรวจสอบได้ ข้อที่สอง ขุนนางชั้นสูงอย่างเก้ามนตรีใหญ่ที่เคยเป็นหัวหน้าเจ้าก็ต้องรับรองว่าเจ้าจะไม่ทำให้เวลาอันมีค่าของราชครูแห่งแคว้นเสียเปล่า

การกระทำที่เป็นการผ่อนคลายอารมณ์เพียงหนึ่งเดียวของซิวหู่ในปีนั้นก็คือ ออกจากหอเหรนิอวิ๋นอือวิ้จื่ออวิ๋น เดินออกจากตรอกไปช้าๆ ไปชมทิวทัศน์บนหัวกำแพงเมืองเพียงลำพัง การที่พวกขุนนางคนสำคัญกลุ่มของเสิ่นเฉินรู้สึกไม่ชินกับการประชุมครั้งนี้ ก็เพราะเจ้าของเก้าอี้คนก่อนอย่างซิวหู่ผู้นั้น ไม่ว่าจะเป็นการประชุมเช้าหรือการประชุมเล็กในห้องทรงพระอักษร ไม่ว่าจะพูดคุยเรื่องอะไรกับใคร อารมณ์ของชุยฉานก็แทบจะไม่เคยมีขึ้นลง ไม่มีทางเหมือนเฉินผิงอันในวันนี้ที่เปิดเผยอารมณ์ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา แน่นอนว่าการประชุมคราวก่อน เฉินผิงอันเหมือนซิวหู่มากกว่า

เฉินผิงอันพลิกเปิดหน้าเอกสารอ่านอย่างรวดเร็ว ก่อนที่สีหน้าจะคลายลง เอกสารชุดนี้ไม่หนา ถือเป็นการสรุปรวมมาอย่างประณีตตั้งใจ ด้านล่างบุคคลสำคัญและเรื่องสำคัญทั้งหลายที่มีคำอธิบาย มีสารบัญระบุไว้…บอกได้แค่ว่าพอใช้ได้ ดังนั้นเฉินผิงอันจึงยังคงส่ายหน้าปฏิเสธไปโดยตรง

“เชื้อพระวงศ์ แม่ทัพบู๊ประจำชายแดน ชาติตระกูล ขุนนางที่มีความชอบด้านการทหาร ผู้ฝึกตน ยุทธภพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขาสายน้ำ รวมแล้วเจ็ดรายการใหญ่ ส่วนที่ถูกกรมอาญาเลือกออกมาบันทึกลงเอกสาร กลับมีคนแค่เก้าสิบสามคน จำนวนคนน้อยเกินไปแล้ว ต้องเพิ่มอีก ”

บทที่ 1175.1 คนเขียนตำราในห้องหนังสือ 1

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!