หลังออกจากร้านกาแฟ ลูน่าก็ไปตลาดสดเพื่อซื้อของกินของใช้
แอนน์ทำอาหารไม่เก่ง ดังนั้นพอพวกเธออยู่ด้วยกัน ลูน่าจึงกลายเป็นคนทำอาหารและซื้อของเข้าบ้านไป
ขณะที่ถือของที่ซื้อมาไว้ในมือ ลูน่าก็ยืนอยู่ตรงหน้าประตู เธอคว้ากุญแจไว้ในตอนที่ได้ยินเสียงเขินอายของแอนน์ดังมาจากในบ้าน
“เดี๋ยวลูน่าก็กลับบ้านมาแล้วนะจอห์น อย่าสิคะ...”
“จะว่าไปเธอก็แทบเรียกได้ว่าเป็นกามเทพสื่อรักของเรานะ เธอไม่ว่าอะไรหรอก...”
“ช่วงนี้เธออารมณ์ไม่ดีนะคะ ทุกอย่างยากลำบากไปหมดสำหรับเธอ เราไม่ควรไปกวนใจเธอนะคะ”
“งั้นเราทำเร็ว ๆ ดีไหม ก่อนที่เธอจะกลับมา...”
ลูน่าขมวดคิ้ว
จังหวะแย่ชะมัด
เธอวางของที่ซื้อมาไว้หน้าประตูทางเข้า พ่นลมหายใจออกมาอย่างขุ่นเคืองแล้วหันหลังจากไป
ท้องฟ้ามืดสนิท และเมืองบันยันก็สว่างไสวไปด้วยแสงไฟนีออนที่ตกแต่งเป็นทิวแถว
ลูน่าเดินไปตามถนนตามลำพังเป็นเวลานาน
เธอเดินมาถึงทางเข้าหอศิลป์โดยไม่รู้ตัว เธอเหลือบมองป้ายหน้าทางเข้าที่แสดงว่า เมืองบันยันกำลังจัดแสดงงานของศิลปินชื่อดังธีโอ อัลเลนอยู่
ธีโอ อัลเลนเป็นศิลปินที่เธอชื่นชอบมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว
ตอนเด็ก ๆ ลูน่าเคยเขียนไว้ในไดอารี่ของเธอถึงสิ่งที่อยากทำในชีวิต นั่นคือการได้ไปดูงานนิทรรศการผลงานของธีโอ อัลเลนสักครั้งหนึ่ง
หลายปีผ่านไป หลังจากผ่านอะไรมามากมาย เธอก็มายืนอยู่ตรงนี้มองดูนิทรรศการศิลปะอีกครั้ง แต่น่าแปลกที่เธอไม่รู้สึกอะไรเลย
ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังซื้อตั๋วเข้าไปดู
ยังไงซะ นี่ก็เคยเป็นความฝันของเธอ
ในห้องโถงจัดแสดงงานไม่ได้มีผู้คนมากมายนัก
ขณะเดินไปตามทางเดิน เธอก็มองดูผลงานหลายชิ้นที่เคยผ่านตาเธอในช่วงวัยรุ่น ความทรงจำเกี่ยวกับตัวเธอในตอนที่ยังเด็กและความไม่เอาจริงเอาจังกับชีวิตได้ปรากฏขึ้นมาในดวงตาของเธอ
เธอหัวเราะเยาะเย้ยตนเอง
“โจชัว ขอบคุณนะคะ ฉันดีใจมากที่ได้มาดูงานนิทรรศการของธีโอ อัลเลน”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ล่าหัวใจ คุณภรรยา(เก่า)ที่รัก
นักเขียนมาโป๊ะตรงที่ทำให้นางเอกและลูกๆเกิดโง่กระทันหัน นึกไม่ออกว่าเช็คดีเอ็นเอได้ ตอนที่มีคนมาสวมรอยเป็นแม่เด็กๆ อ...