เข้าสู่ระบบผ่าน

นับเวลาสามสิบวัน ฉันจะเป็นอิสระ นิยาย บท 10

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล และหลังจากที่แพทย์เห็นบาดแผลของเธอแล้ว ก็พูดออกมาไม่กี่ประโยคว่าเธอไม่รักร่างกายตัวเอง ปล่อยให้ตุ่มน้ำแตกหมด ถ้าติดเชื้อขึ้นมาจะไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แล้ว

ซูมั่วก้มหน้าไม่พูดไม่จา พลางมองเท้าของตัวเองที่แดงเถือกและเต็มไปด้วยบาดแผล

ไม่ใช่ว่าเธอไม่รักร่างกายตัวเอง มันเป็น...

เพราะมีใครบางคนไม่คิดจะปล่อยเธอไป

แพทย์ทำการตรวจอำครั้ง พลันพบว่าก้นกบที่บริเวณหลังเอวของสาวน้อยคนนี้ก็ม่วงช้ำอย่างรุนแรง แขนก็ได้รับบาดเจ็บ ทั้งยังร้องไห้จนตาบวมแดงไปหมด นั่งเงียบไม่พูดไม่จาอยู่ตลอด ข้างกายก็ไม่มีใครอยู่ด้วย เหล่านี้มันทำให้เขาอดคาดเดาอะไรบางอย่างไม่ได้ เขาว่า

“เดี๋ยวไปเอกซเรย์หลังเอว ผมจะทำเรื่องนอนโรงพยาบาลให้คุณ อย่าเพิ่งกลับไปเลย”

“ขอบคุณค่ะคุณหมอ” ซูมั่วเอ่ยปาก น้ำเสียงของเธอแหบเล็กน้อย

นอนที่โรงพยาบาลก็ยังต้องให้พยาบาลคอยช่วยเหลือ ด้วยซูมั่วเอนหลังนอนไม่ได้ เธอได้แต่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงพยาบาลเท่านั้น มีหมอนหนุนน่องไว้ ไม่อย่างนั้นก็จะไปโดนบาดแผลบนหลังเท้า

พยาบาลทายาให้เธอจนเสร็จ ตัวยาซึมเข้าไปในเนื้อ ความรู้สึกเย็น ๆ แผ่ซ่านออกมาจากบริเวณบาดแผล บรรเทาความเจ็บปวดอันแสบร้อน

ซูมั่วมองเวลา ตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่มครึ่งแล้ว เธอปิดโทรศัพท์และหลับตาลง เหนื่อยล้าไปทั้งกายและจิตใจ

เธอไม่อยากไปนึกถึงว่าตอนนี้ทั้งสองคนนั้นไปอยู่ที่ไหน และไม่อยากไปรู้ด้วยว่าพวกเขาพลอดรักหวานชื่นกันอย่างไร ในสมองมีอยู่เพียงความคิดเดียวเท่านั้น

พวกเขาคงหาที่นี่ไม่เจอใช่ไหม? ท้ายที่สุดเธอก็หลับสนิท

ในขณะนั้น

ตอนสองทุ่ม ฟู่อี้ชวนอยู่กินข้าวกับเย่ซินหย่าจนเสร็จ

ตอนสามทุ่ม ฟู่อี้ชวนพาเย่ซินหย่าไปเดินดูเคาน์เตอร์แบรนด์หรู และซื้อของขวัญให้เธออีกหนึ่งกอง

ตอนสี่ทุ่ม ฟู่อี้ชวนเหมาชิงช้าสวรรค์ริมน้ำไว้ เมื่อกระเช้าที่นั่งเคลื่อนตัวไปยังจุดสูงสุด ดอกไม้ไฟพลันผลิบาน สีสันสวยงามละลานตา ทั้งสองคนกอดจูบกัน

คืนนั้น เหล่านักท่องเที่ยวแถวริมแม่น้ำล้วนได้เป็นประจักษ์พยานต่อเหตุการณ์ฉากนี้ ทอดถอนใจว่าคุณชายบ้านไหนมาสารภาพรักกับแฟนสาวกันนะ น่าอิจฉาจริง ๆ

“อี้ชวน พวกเราซื้อกับข้าวกลับไปฝากมั่วมั่วสักชุดเถอะ นายพาฉันออกมาแต่ไม่พาเธอมาด้วย มั่วมั่วต้องเสียใจแน่ ๆ ฉันกลัวว่าเธอจะอดอาหารประชด

“เมื่อก่อนเวลาที่เธอไม่พอใจอะไรก็เป็นแบบนี้ ฉันต้องหาวิธีร้อยแปดพันเก้ามาขอร้องเธอถึงจะกิน” ที่นั่งข้างคนขับ เย่ซินหย่าพูดออกมาด้วยความกลัดกลุ้ม

ที่จะให้ซื้อกับข้าวกลับไปด้วย แน่นอนว่าเป็นการแสร้งทำ เป้าหมายหลักคือการได้กลับบ้านกับฟู่อี้ชวน แบบนั้นจะได้ทำสิ่งที่ยังทำไม่เสร็จในห้องใหญ่เมื่อตอนนั้น

“เขามีกับข้าวที่ทำไว้นี่? โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ยังจะหิวตายได้อีก?” เมื่อพูดถึงซูมั่ว ฟู่อี้ชวนก็หน้าคล้ำดำเขียวทันที ทั้งยังพูดด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย

“เธอจะไปห่วงผู้หญิงแย่ ๆ ที่มีจิตใจร้ายกาจแบบนั้นทำไม เมื่อวานทำเธอถูกน้ำร้อนลวกจนบาดเจ็บ วันนี้ก็คว้ามีดมาจะฆ่าเธออีก ถ้าฉันเข้าไปไม่ทัน ก็ไม่รู้ว่าเธอจะถูกฟันจนบาดเจ็บแค่ไหน?” ฟู่อี้ชวนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เย่ซินหย่าได้ยินแบบนั้นก็เงียบไปสักพัก จากนั้นถึงได้พูดออกมาด้วยเสียเบาหวิวว่า

“ตอนเด็ก ๆ ที่อยู่ในบ้านเด็กกำพร้า พวกเราสองคนต่างพึ่งพาซึ่งกันและกัน ไม่ว่าเธอจะทำตัวแบบไหนกับฉัน แต่เธอก็ยังเป็นญาติสนิทของฉัน”

ฟู่อี้ชวนได้ฟังก็ปวดแปลบในใจ ซินหย่าเป็นคนดีขนาดนี้ สุดท้ายกลับถูกซูมั่วทำร้ายด้วยสารพัดวิธี เรื่องดำเนินมาถึงตอนนี้แล้วก็ยังเห็นเธอเป็นญาติอยู่อีก...

“ผู้หญิงแบบนั้นไม่คู่ควรหรอก ต่อไปฉันจะเป็นญาติสนิทของเธอเอง” ฟู่อี้ชวนเอ่ยปากพูดออกไปด้วยความอยากปกป้องที่แน่นทะลักอยู่เต็มอก

“รีบ ๆ นอนละ เจอกันพรุ่งนี้” ฟู่อี้ชวนยีผมของเธอเล็กน้อย พลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

เย่ซินหย่าพยายามฝืนยิ้มน้อย ๆ ออกมา มองชายหนุ่มขับรถจากไป เธอกัดฟันขาว ๆ พลางกระทืบเท้าจนส้นของรองเท้าส้นสูงแทบหัก

รถเคลื่อนเข้าไปในโรงจอดรถ ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบน ฟู่อี้ชวนก้มหน้ามองกับข้าวที่ถืออยู่ในมือ แล้วนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่ซูมั่วเสียสติสาดน้ำใส่เขาขึ้นมา

ถ้าไม่ใช่เพราะซินหย่ายืนกราน เขาคงไม่มีทางซื้อข้าวมาให้ซูมั่วแน่ ปล่อยให้เธออดตายไปนั่นแหละ

เปิดประตูแล้วเข้าไปด้านใน ทว่าครั้งนี้ ที่ห้องรับแขกยังคงมืดสนิท

“ซูมั่ว! ตายหรือยัง? อยู่บ้านแล้วไม่คิดจะเปิดไฟหรือไง?” ฟู่อี้ชวนพูดเสียงดังลั่นด้วยความโมโห

ไม่มีคนตอบเขา

ฟู่อี้ชวนโมโหหนักยิ่งกว่าเดิมทันที หลังเข้าไปและเปิดไฟแล้ว ก็วางกับข้าวไว้ที่ห้องครัวก่อน ถึงได้เห็นว่าในครัวสะอาดสะอ้าน แสดงว่าซูมั่วอยู่ที่บ้าน

เขาเดินหน้าดำคล้ำเครียดไปหน้าประตูห้องนอนแขก เสียงตบประตูในครั้งนี้แทบจะทำให้ประตูพังอยู่รอมร่อ ทว่าตะโกนเรียกอยู่ครั้งสองครั้งแล้วก็ยังไม่มีใครตอบ เขาเลยระเบิดอารมณ์คว้ากุญแจมาเปิดประตูเข้าไปทันที

“เธอทำอะไรอยู่ข้างใน..” บานประตูถูกเปิดออกในทันที ทว่าคำพูดที่พ่นออกมาครึ่งหนึ่งแล้วกลับหยุดค้างขึ้นมา

เพราะในห้องว่างเปล่า

“ดี ดีมาก ไม่นึกเลยว่าจะกล้าหนีออกจากบ้าน!” ฟู่อี้ชวนกำหมัด ตอนนี้ความโมโหพุ่งขึ้นสูงจนถึงเพดานเลยทีเดียว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: นับเวลาสามสิบวัน ฉันจะเป็นอิสระ