เข้าสู่ระบบผ่าน

นับเวลาสามสิบวัน ฉันจะเป็นอิสระ นิยาย บท 9

“อี้ชวน ไม่เป็นไรใช่ไหม? มั่วมั่วเป็นยังไงบ้าง?” ด้านนอกประตูห้องน้ำ เย่ซินหย่าเอ่ยถามพลางมองชายหนุ่มที่ท่าทางอับจนไปทั้งตัวด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใย

“ไม่เป็นไร ฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” ฟู่อี้ชวนพูดด้วยความโมโห

เย่ซินหย่าแสร้งทำเป็นจะไปเปิดประตูห้องน้ำ สุดท้ายมือของเธอก็ถูกฟู่อี้ชวนรั้งไว้ เขาถลึงตาใส่ประตูกระจกอย่างแค้นเคืองพลางว่า

“อย่าเข้าไป ผู้หญิงบ้านั่นจะแยกเขี้ยวใส่เธอเอา ฉันว่าเขาคงถูกขังอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชนั่นแหละ”

“มั่วมั่วต้องไม่ได้ตั้งใจแน่ นายอย่าไปโกรธเธอเลย...” เย่ซินหย่าเกลี้ยกล่อม พยายามทำหน้าที่เป็นคนคลี่คลายสถานการณ์ให้ทั้งสองคน ทว่ากลับกลายเป็นว่าฟู่อี้ชวนยิ่งก่นด่าออกมาอย่างร้ายกาจมากกว่าเดิม

ภายในห้องน้ำ

ถูกขวางกั้นไว้ด้วยประตูหนึ่งบาน ทว่าเสียงพูดคุยกันของหญิงร้ายชายเลวคู่นี้ล้วนดังลอดเข้ามาได้ทั้งหมด ซูมั่วนั่งกอดเข่าอยู่ที่พื้น เธอกัดปากและกำมือแน่น ความเกลียดชังกระจายออกมาทั่ว

ฟู่อี้ชวนทั้งน่ารังเกียจทั้งน่าเอือมระอา เย่ซินหย่าก็น่าสะอิดสะเอียน ช่างเป็นคู่ชายหญิงเลว ๆ ที่เหมาะสมกัน เหมือนกับสวรรค์สรรค์สร้างก็ไม่ปาน น่าจะจับมัดให้ติดกันไปเลย!

เมื่อสองปีก่อนเธอไม่ควรแทรกเข้ามาเลย ไม่ควรทำตามความชอบในวัยเยาว์เลย ตอนนี้เธอได้ลิ้มลองกับผลของกรรมอันเลวร้ายทั้งหมดแล้ว...

น้ำเย็นชโลมลงมามอบความเย็นให้กับบาดแผล ดวงตาทั้งสองข้างของซูมั่วเลื่อนลอย สะอึกสะอื้นอย่างไม่อาจควบคุม หัวใจด้านชาไปหมดทั้งดวง น้ำตาก็หลั่งรินจนแห้งเหือดไปหมด

ห้องนอนใหญ่

ฟู่อี้ชวนกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า ตอนนี้เองที่ประตูห้องถูกผลักออก เย่ซินหย่าเดินเข้ามาจากด้านนอก

เขาหันไปมอง พลางรีบกลัดกระดุมเสื้อเชิ้ตโดยไม่รู้ตัว

เย่ซินหย่าก้าวไปหาเขาช้า ๆ แววตาอ่อนโยนระคนมีเลศนัย เธอแย้มยิ้มแสนมีเสน่ห์ แล้วพูดเบา ๆ ว่า

“จะอายไปทำไม ฉันเคยเห็นมาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือไง?”

แม้ว่าสิ่งที่เธอพูดจะเป็นเรื่องจริง ทว่าฟู่อี้ชวนยังคงรู้สึกกระดากอายนิดหน่อยอยู่ดี เขาหันหน้าไปทางอื่นพลางพูดขึ้น

“รอฉันอยู่ข้างนอกก็พอแล้ว”

เย่ซินหย่าไม่ตอบเขา ตอนนี้เธอเดินมาตรงหน้าของชายหนุ่ม ยื่นมือออกไปช่วยเขาผูกเน็กไท

“นี่ฉันเคยไปเรียนมาเพื่อนายโดยเฉพาะเลยนะ คิดว่าวันข้างคงจะได้ช่วยนายผูกเน็กไททุกวัน” น้ำเสียงของเย่ซินหย่าเบาหวิว ทั้งยังแฝงไปด้วยความอ้างว้างและความเสียใจ

ฟู่อี้ชวนก้มหน้ามองเธอ ทั้งคู่สบตากันและกัน ดวงตาฉ่ำวาวคู่นั้นเต็มตื้นไปด้วยความน้อยใจและความหึงหวง เธอเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง

“สองปีมานี้ เป็นซูมั่วที่คอยช่วยนายผูกเน็กไทใช่ไหม?”

“เปล่า ฉันไม่ให้เขาแตะต้องตัวฉัน” ฟู่อี้ชวนเอ่ยปากพูดออกไปในทันที

“ห้องนี้ก็มีฉันอยู่คนเดียว ฉันไม่ได้นอนห้องเดียวกับซูมั่ว” เขาเสริมเข้ามาอีกประโยค

เย่ซินหย่าแย้มยิ้ม จนดวงตาโค้งเป็นสระอิ เธอเงยหน้าขึ้นพลางเคลื่อนตัวเข้าไปหาช้า ๆ

เธอมองสำรวจตั้งแต่เข้ามาในห้องนอนใหญ่แล้ว ภายในไม่มีร่องรอยของผู้หญิงอยู่เลย เธอพอใจกับมันมาก

“ได้ มีร้านปิ้งย่างเกาหลีเปิดใหม่ร้านหนึ่งพอดี เดี๋ยวฉันพาเธอไปลองกิน” ฟู่อี้ชวนดึงสายตากลับมา แล้วพาเย่ซินหย่าเดินจากไป

เสียงประตูใหญ่ที่ห้องรับแขกดังขึ้น ตามมาด้วยความเงียบสงบอันไร้ที่สิ้น

ไม่นานนัก ประตูห้องน้ำก็เปิดออกจากด้านใน ซูมั่วที่เปียกปอนไปทั้งตัวเดินออกมา สายตาของเธอเย็นชา กลับไปยังห้องนอนของตัวเอง

เธอใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัวให้แห้งอย่างลวก ๆ เปลี่ยนเสื้อ แล้วเดินกะเผลกออกไปโรงพยาบาล

ยามเดินผ่านห้องครัว ซึ่งบานประตูยังคงเปิดคาไว้ ไอร้อนจากอาหารทั้งห้าจานมลายไปหมดสิ้น มันวางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวอย่างเดียวดาย

ซูมั่วกระตุกปากยิ้มเย้ยหยันออกมา แล้วเดินจากไป

เหอะ ๆ ชายหญิงชั่วช้าคู่นั้นให้เธอทำกับข้าวให้ สุดท้ายก็ไม่กินเลยสักคำ พวกเขาแค่ต้องการทรมานเธอมาตั้งแต่แรกแล้ว

กดโทรศัพท์ที่หน้าจอแตก ๆ โทรไปหาฝ่ายทำความสะอาดของส่วนกลาง เพื่อให้คนเข้าไปทำความสะอาดครัว ซูมั่วขึ้นไปนั่งบนแท็กซี่ มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

“คุณนายคะ ไม่ทราบว่ากับข้าวที่ทำเสร็จแล้วจะให้ทิ้งไปหมดเลยไหมคะ?”

หลังจากที่คุณป้าฝ่ายทำความสะอาดไปถึง เห็นว่าอาหารบนเคาน์เตอร์ครัวยังไม่ถูกแตะเลยแม้แต่นิด จึงโทรกลับไปถามอีกครั้ง

“ค่ะ ถ้ารู้สึกว่าเปลือง ก็เอาไปโยนให้หมาจรจัดกินได้เลยค่ะ” ซูมั่วกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และวางสายไป

ให้หมากิน ก็ยังดีกว่าให้ฟู่อี้ชวนกินนั่นแหละ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: นับเวลาสามสิบวัน ฉันจะเป็นอิสระ