ท่าทางอ่อนแอน่าสงสารแบบนี้ของเธอทำให้ฟู่อี้ชวนได้สติกลับมาทันที เขารีบก้าวเข้าไปปลอบ
“ไม่เกี่ยวกับเธอเลย ไม่ต้องร้องนะ”
เย่ซินหย่าสะอึกสะอื้น ฟู่อี้ชวนประคองเธอไปนั่งลงที่ห้องรับแขก น้ำเสียงที่กล่าวปลอบประโลมนั้นช่างอบอุ่นอย่างถึงที่สุด
ภายในห้องครัว ซูมั่วได้ยินแล้วก็ยิ่งรู้สึกแสลงหู น้ำเสียงอ่อนโยนทั้งยังนุ่มนวลแบบนั้น ฟู่อี้ชวนไม่เคยแสดงออกกับเธอมาก่อน
ทว่าตอนนี้เธอไม่ต้องการมันแล้ว แค่อยากจากไปให้เร็วที่สุดเท่านั้น
ครั้นปรับสภาพอารมณ์เรียบร้อย เธอก็ขยับมือผัดกับข้าวต่อไป
การหย่ายากกว่าที่เธอคิดเอาไว้ เดิมทีคิดว่าฟู่อี้ชวนจะเซ็นชื่อหย่าให้ง่าย ๆ ไม่ขัดอะไร ตอนนี้ดูท่าแล้วเธอคงต้องคิดหาทางอื่น
ไม่รักก็คือไม่รัก แต่ไม่มีผลอะไรกับการที่ฟู่อี้ชวนคิดจะทรมานเธอเลย นี่เป็นกรรมที่เธอต้องชดใช้ เป็นกรรมต่อความโลภที่เธอมีเมื่อสองปีก่อน
ในห้องรับแขก
เย่ซินหย่าถูกปลอบประโลมอยู่พักหนึ่ง เธออิงอยู่บนหน้าอกของฟู่อี้ชวน สัมผัสความอ่อนโยนของชายหนุ่ม ราวกับว่าความรักที่เขามีให้เธอไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป
ในเมื่อเป็นแบบนี้ แล้วทำไมเขาถึงไม่ยอมหย่า? ทั้งที่ซูมั่วเป็นคนพูดขึ้นเองแล้วแท้ ๆ
เธอเงยหน้ามอง ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่ได้ถามสิ่งที่อยากถามออกไป ถ้าพูดออกไปแล้วจะดูจงใจเกินไป ไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ที่เธอสร้างไว้
ทางข้างบน ฟู่อี้ชวนลูบแผ่นหลังของหญิงสาวเบา ๆ ทว่าดวงตากลับล่องลอยออกไปไกล
ไม่คาดคิดเลยว่าซูมั่วจะพูดเรื่องหย่าออกมา แถมท่าทีก็ยังเฉยเมยเย็นชาขนาดนั้น
เกิดความกระวนกระวายไม่เป็นสุขขึ้นในใจเขาราง ๆ ราวกับบางสิ่งบางอย่างกำลังจะหายไป ทว่าท้ายที่สุดแล้วเขาก็สงบสติอารมณ์ พลางกำมือแน่น
ซูมั่วรักเขาขนาดนั้น จะหย่ากับเขาจริง ๆ ได้ที่ไหน? ก็แค่จงใจเรียกร้องความสนใจจากเขาเท่านั้น
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงกว่า ตอนที่ซูมั่วทำกับข้าวเกือบจะเสร็จแล้ว เย่ซินหย่าก็เดินเข้ามาในตอนนี้เอง พลางแสร้งทำเป็นพูดว่า
“มั่วมั่ว ฉันช่วยเธอยกกับข้าวนะ”
“ไม่จำเป็น” ซูมั่วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เย่ซินหย่ากระตุกยิ้มเย็นชาที่บริเวณมุมปาก หางตาเหลือบไปเห็นชายเสื้อ เลยจงใจก้าวเข้าไปจะหยิบจาน
จานที่จะยกมานั้นเป็นหมูตุ๋นน้ำแดงจานหนึ่ง เพิ่งออกมาจากหม้อ กำลังร้อน ๆ เธอจงใจเอื้อมมือผ่านหน้าซูมั่วไปยกมา
ซูมั่วจะถอยหลังหลบ สุดท้ายแล้วเป็นตอนนั้นเองที่จานพลันหลุดจากมือเย่ซินหย่า หมูตุ๋นน้ำเดินพลันร่วงหล่นลงพื้น กระแทกเข้ากับหลังเท้าของซูมั่ว
ชั่วพริบตานั้น ซูมั่วเจ็บจนน้ำตาไหลพราก ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไร เย่ซินหย่าก็กรีดร้องขึ้นมาเสียก่อน
“กรี๊ด...”
“มือฉัน เลือดออกแล้ว!”
ฟู่อี้ชวนพุ่งเข้าไปในครัวแทบจะทันที ในสายตาของเขา มือขวาของซูมั่วกำลังยกมีดขึ้น มันบาดลงไปบนมือของเย่ซินหย่าอย่างรุนแรง
“ซูมั่ว! ฆ่าคนอื่นมันผิดกฎหมายนะ เธออยากติดคุกหรือไง!” ฟู่อี้ชวนระเบิดโทสะตะโกนออกมา ฝ่ามือใหญ่ดันเจ้าตัวให้ออกไป
เดิมทีซูมั่วก็ถูกของร้อนลวกเท้าจนเจ็บยากจะทานทนอยู่แล้ว ตอนนี้ก็มาถูกดันอีก ตัวจึงกระแทกเข้ากับมุมกำแพง จากนั้นก็ล้มลงไปกองที่พื้น
แต่เดิมก้นกบก็ได้รับบาดเจ็บ ทั้งยังไม่ทันหายดี แล้วต้องมาเจ็บซ้ำอีก เธอส่งเสียงร้องไห้ออกมาทันที
ตุ่มน้ำเล็ก ๆ ถูกจานกระแทกจนส่วนใหญ่แตกหมดแล้ว น้ำซุปกับสายน้ำกระทบเขากับผิวบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ มันเจ็บจนเธอกระตุกไปทั้งตัว
ทว่าความเจ็บที่กายสู้ความเจ็บในใจไม่ได้เลย เธอหลับตาลง นึกถึงภาพที่ฟู่อี้ชวนผลัดเธอออกอย่างรุนแรง
เธอคิดว่าการที่ไม่รักฟู่อี้ชวนแล้วเป็นขีดจำกัดอย่างถึงที่สุดของเธอ แต่ตอนนี้ เธอเริ่มจะเกลียดเขาแล้วละ
เธอเกลียดเหลือเกิน!
ทำไมต้องทรมานเธอขนาดนี้ด้วย? ทำไมยังจะต้องพาเย่ซินหย่ามาร่วมทรมานเธอด้วย? เธอทำผิดถึงขนาดที่ต้องตายเป็นหมื่น ๆ ครั้งเลยเหรอ!!
น้ำตาไหลรินจากหางตาร่วงหล่นสู่พื้น เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว เป็นตอนนี้เองที่มีใครคนหนึ่งเดินมาทางด้านหลัง แล้วพูดขึ้นว่า
“เธอ...”
เพิ่งพูดออกไปได้เพียงคำเดียว ชั่วพริบตานั้น ซูมั่วก็หมุนตัวไป และกรีดร้องอย่างเจ็บปวดจนใจแทบขาด
“ออกไป! ไปให้พ้น!”
ขณะที่ถูกตะคอกใส่ ฝักบัวก็พุ่งเข้ามาด้วย ฟู่อี้ชวนยกมือขึ้นบัง ความเดือดดาลแล่นขึ้นหัวทันที
“เธอเป็นบ้าอะไร! เสียสติไปแล้วหรือไง!”
สิ่งที่ตอบเขากลับมานั้นเป็นของหลายอย่างที่พุ่งเข้ามาแทน ทั้งอ่าง หัวฝักบัว มีกระทั่งแปรงขัดส้วม ในที่สุดฟู่อี้ชวนก็ถูกบังคับให้ถอยออกไปอย่างอับจนหนทาง เขากระแทกประตูปิดด้วยความโกรธ ปากก็ด่าไปด้วยว่า
“เธอมันยัยบ้า!”
เขาอุตส่าห์มาดูด้วยความหวังดี สุดท้ายก็ถูกด่าทอทั้งยังถูกสาดน้ำ เขาเกิดความคิดอยากจะฆ่าซูมั่วขึ้นมาจริง ๆ ด้วยซ้ำ!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: นับเวลาสามสิบวัน ฉันจะเป็นอิสระ