เข้าสู่ระบบผ่าน

นับเวลาสามสิบวัน ฉันจะเป็นอิสระ นิยาย บท 7

ซูมั่วเงยหน้าพลางจ้องเขาเขม็ง เธอกำมือแน่น

เฮอะ...

เพื่อให้คนที่เขารักได้กินข้าว ถึงกับให้ตัวเธอที่เจ็บหนักลงครัว เธอดูเบาฟู่อี้ชวนแล้วจริง ๆ เขาไม่มีความเป็นคนเลยสักนิด

“พวกนายสั่งดิลิเวอรี่ไม่เป็นหรือไง? ถ้าคิดว่าไม่ดี ภัตตาคารก็นำอาหารมาส่งให้ได้ นายก็ไม่ได้ขาดแคลนเงินสักหน่อย” ซูมั่วเอ่ยปาก

ฟู่อี้ชวนเม้มปากเล็กน้อย ดึงสายตาออกมาจากหลังเท้าของซูมั่ว เขาหยิบโทรศัพท์ออกมา เป็นตอนนั้นเองที่เย่ซินหย่าพูดออกมา

“เดิมทีฉันตั้งใจมาเยี่ยมมั่วมั่ว เลยอยากทำกับข้าวให้เธอกิน ถ้าสั่งกับข้าวมาจากภัตตาคารก็ดูจะไม่จริงใจเท่าไรน่ะสิ...”

“งั้นเธอทำ?” ซูมั่วว่ากลับไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ฉันไม่ค่อยคุ้นกับครัวแบบในประเทศ เมื่อกี้นี้ก็ทำจานแตกไปใบแล้ว ทำให้อี้ชวนต้องเป็นห่วงฉันอยู่ตั้งนาน” เย่ซินหย่าพูดอย่างใสซื่อพลางกะพริบตาปริบ ๆ

“เอาอย่างนี้แล้วกันมั่วมั่ว เดี๋ยวฉันเป็นลูกมือ คอยช่วยส่งผักส่งของให้เธอ แบบนี้ก็เหมือนฉันทำเองแล้วได้ไหม?”

เธอแย้มยิ้มสดใส ทว่าในสายตาของซูมั่วแล้วกลับดูเสแสร้งเหลือเกิน

ดูแล้ววันนี้ เย่ซินหย่าคนนี้อยากจะทรมานเธอให้ได้สักรอบหนึ่งเป็นแน่ ด้วยการให้เธอเข้าครัวทั้งที่มีบาดแผล

“ไม่จำเป็น เดี๋ยวฉันทำให้เธอเอง” ซูมั่วว่า

กินเสร็จก็รีบกลับไปซะ จะให้ดีที่สุดก็ออกไปทั้งหญิงร้ายชายชั่วเลย เธอไม่อยากจะวนเวียนอยู่รอบ ๆ พวกเขาอีก

“ไม่เอาสิ ฉันช่วยเธอเอง พวกเราทำด้วยกันนะ” เย่ซินหย่าว่า หลังจากนั้นก็ออกคำสั่งกับฟู่อี้ชวนอีกครั้ง

“อี้ชวน นายไปตั้งโต๊ะ~ แล้วก็เทน้ำผลไม้ไว้นะ~”

เธอจัดแจงอย่างชัดเจน ราวกับว่าเธอต่างหากที่เป็นคุณผู้หญิงของบ้านหลังนี้ ส่วนซูมั่วเป็นแค่แม่บ้านทำอาหารคนหนึ่ง

เมื่อก่อนซูมั่วต้องเจ็บปวดและหึงหวงแน่ ทว่าตอนนี้เธอไม่เป็นแบบนั้นแล้ว มีเพียงสีหน้าเรียบเฉยเท่านั้น

ตั้งแต่ชั่วขณะที่เย่ซินหย่ากลับประเทศ และฟู่อี้ชวนวิ่งแจ้นไปหา ในใจของเธอก็สูญสิ้นความรู้สึกต่อเขาแล้ว

ที่ด้านหลัง ทั้งสองคนพูดจาจู๋จี๋กัน เธอไม่ได้หันกลับไปมอง ฟู่อี้ชวนว่าง่ายกับเย่ซินหย่าจริง ๆ เขาจัดโต๊ะกินข้าว ทั้งสองจู๋จี๋หวานชื่น

เย่ซินหย่าออดอ้อน พลางเอื้อมมือไปคล้องแขนฟู่อี้ชวนไว้ เธอต้องการให้ซูมั่วเห็น ให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าคนที่ฟู่อี้ชวนรักก็คือตัวเธอเอง

ข้าง ๆ กัน ฟู่อี้ชวนก้มหน้า ดึงมือออกอย่างเงียบเชียบ

“ขอโทษนะอี้ชวน พอฉันได้อยู่ข้าง ๆ นายแล้วมักจะนึกถึงเมื่อก่อนที่เรายังคบกันอยู่ เลยไม่รู้ตัวอยากคล้องแขนนายขึ้นมา” เย่ซินหย่ากัดปากพลางกล่าวขอโทษ

“ไม่เป็นไร” ฟู่อี้ชวนว่า

เขามองเข้าไปด้านในห้องครัว เห็นว่าซูมั่วไม่ได้เอียงตัวเลยสักนิด ราวกับว่าไม่ได้ยินบทสนทนาของพวกเขาสองคน

เย่ซินหย่าเข้าไปในครัวแล้ว ขณะที่เธอล้างผักก็พูดจ้อเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวันไปเรื่อง พลางกำชับซูมั่วเกี่ยวกับเรื่องรสชาติที่ฟู่อี้ชวนชอบ

พอคำพูดนี้ไปเข้าหูฟู่อี้ชวน ก็รู้สึกเหมือนกำลังบอกให้ซูมั่วเรียนรู้วิธีเอาใจเขา ในใจพลันเกิดความเอือมระอาขึ้นมา

“ไม่ต้องบอกฉันหรอก ฉันทำข้าวให้เขากินมาสองปีแล้ว” ซูมั่วตอกกลับไปอย่างสุดจะทานทน

เธอจะไม่รู้เรื่องรสชาติที่ฟู่อี้ชวนชอบ? จนต้องให้เย่ซินหย่ามาบอกเชียวเหรอ?

ภายนอกดูเหมือนจะเป็นการกำชับด้วยความหวังดีไม่มีพิษมีภัยอะไร ทว่าในความจริงแล้วกลับกำลังโอ้อวดถึงช่วงเวลาสามปีที่เธอกับเขาคบกันให้อีกฝ่ายฟังต่างหาก

ทันทีที่คำพูดนี้ถูกกล่าวออกมา เย่ซินหย่าก็มีสีหน้าเจ็บปวด เธอมองไปทางฟู่อี้ชวน พลางพูดอย่างปวดใจ

“ขอโทษนะ ฉันลืมไป อี้ชวนคงจะคุ้นกับรสชาติอาหารที่เธอทำนานแล้ว...”

“จะเป็นไปได้ยังไง!” ฟู่อี้ชวนพูดตัดบทเธอ แล้วรีบร้อนคัดค้านเสียงดังทันที

ฟู่อี้ชวนตะคอกออกมาเสียงดังลั่น ในน้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่เขาก็ไม่ทันรู้ตัว ทั้งยังรู้สึกร้อนรนไปพร้อม ๆ กัน

ซูมั่วมองผู้ชายที่บ้าคลั่งตะโกนออกมาด้วยความเดือดดาล แล้วพูดขึ้นอีกครั้งว่า

“นายชอบเย่ซินหย่าไม่ใช่หรือไง? พอหย่าแล้ว นายก็จะได้แต่งงานกับเธอ”

เดิมทีคิดว่าจะรอให้ถึงสองสามวันสุดท้ายก่อนถึงกำหนดสัญญาเสียก่อนค่อยพูด วันนี้กลับได้จังหวะพูดถึงเรื่องนี้พอดี

พูดไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็มีประโยชน์ดี จะได้จัดก่อนล่วงหน้า ถึงเวลานั้นจะได้ไม่เสียเวลา ทว่าเธอนึกไม่ถึงเลยว่าฟู่อี้ชวนจะปฏิเสธ ทั้งยังโกรธเกรี้ยว และมันก็ทำให้เธอไม่ค่อยเข้าใจนัก

“เลิกคิดเรื่องหย่าไปได้เลย จะบอกให้เธอรู้ไว้นะ ต่อให้ตาย เธอก็อย่าคิดว่าจะได้อิสระ!” ดวงตาของทั้งสองข้างของฟู่อี้ชวนเคร่งขรึมระคนเย็นชา เขาพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม

ซูมั่วกัดริมฝีปาก ในใจรู้สึกเศร้ารันทด

ที่แท้ การไม่หย่าก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง...

ที่จะได้ทรมานเธอไปชั่วชีวิต กักขังเธอไว้เป็นวัวเป็นม้ารับใช้อยู่ข้างกายเขา ขณะเดียวกันก็ต้องมองเขานอกกายนอกใจ ไปพลอดรักกับเย่ซินหย่า...

ซูมั่วหมุนตัวกลับไป ขอบตาร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่อยู่

ฟู่อี้ชวนเกลียดชังเธอถึงขั้นไหนกันนะ สองปีมานี้ ถึงจะไม่มีความดีแต่ก็มีความชอบอยู่ไหม?

เขาถึงกับ... เกลียดเธอเข้ากระดูกดำขนาดนี้

ข้างกันนั้น เย่ซินหย่าได้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง เธอไม่นึกเลยว่าฟู่อี้ชวนจะไม่ยอมหย่า ทั้งยังตะโกนเสียงดังลั่น แม้ว่าสิ่งที่พูดออกไปจะเป็นคำพูดร้ายกาจ ทว่ากลับดูเหมือนจะไม่ยอมปล่อยซูมั่วไปเลยสักนิด

เธอเกร็งไปหมดทั้งตัว อดตัวสั่นสะท้านไม่ได้เพราะความโกรธและความกลัว เธอกลัวว่าฟู่อี้ชวนจะหลงรักซูมั่วเข้าจริง ๆ

“อี้ชวน อย่าโมโหสิ ต้องโทษที่ฉันไม่ดี เป็นฉันที่พูดผิดเอง ฉันไม่ได้อยากแยกพวกเนายสองคนออกจากกันเลยนะ” เย่ซินหย่ามองชายหนุ่มพลางพูดขอโทษด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: นับเวลาสามสิบวัน ฉันจะเป็นอิสระ