เข้าสู่ระบบผ่าน

นับเวลาสามสิบวัน ฉันจะเป็นอิสระ นิยาย บท 6

ฟู่อี้ชวนนอนหลับไม่สนิทจนถึงฟ้าสาง ตอนนี้กระเพาะของเขาถูกบำรุงอย่างดีจนเรื่องมากไปเสียแล้ว ทำให้พอกินยาก็ทำได้แค่บรรเทาอาการเล็กน้อย ไม่ถึงขึ้นเป็นปกติหรือสบาย

เขาตาลุกขึ้มาตั้งแต่ก่อนนาฬิกาปลุกจะดังนานแล้ว สุดท้ายในตอนที่จะเปิดประตูก็เจอกับซูมั่วที่เปิดประตูจากห้องเยื้อง ๆ กันเข้าพอดี

“เธอจะทำอะไรน่ะ?” เขาถามออกไปโดยไม่รู้ตัว

“ข้าวเช้า” ซูมั่วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ปิดประตูแล้วเดินโซเซไปทางห้องครัว

ฟู่อี้ชวนได้แต่ชะงักอยู่กับที่ เมื่อก่อนเขาตื่นมาก็กินเลย ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายต้องตื่นขึ้นมาเตรียมให้ตั้งแต่ตีห้า

มองแผ่นหลังของซูมั่วที่เดินขากะเผลกแล้ว เขาจึงพูดออกไป “...ไม่ต้องทำแล้ว”

ซูมั่วหยุดฝีเท้า พลางหันหน้าไปมองด้านหลัง

เธอคอยปรนนิบัติฟู่อี้ชวนมาสองปี เมื่อก่อนต่อให้เป็นไข้สูงก็ต้องถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาทำกับข้าว หาวิธีมาทรมานเธอ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาบอกไม่ให้เธอทำ

ก้มหน้ามองเท้าของตัวเอง คิดว่าฟู่อี้ชวนเกิดใจดีขึ้นมาเพราะเขาเป็นคนทำให้เธอเจ็บตัวแบบนี้ ที่ไหนได้อีกฝ่ายกลับพูดขึ้นมาอีกว่า

“ข้าวเย็นก็ไม่ต้องทำ ฉันจะออกไปกินกับซินหย่า”

ขณะเดียวกันกับที่พูดจบ เขาก็ก้าวออกจากประตูไปโดยไม่หันมามอง

ซูมั่วมองไปทางประตู กระตุกมุมปากเล็กน้อย พลางคิดเย้ยหยันตัวเอง

เหอะ ๆ เกิดใจดีขึ้นมาที่ไหนกัน เธอคิดมากไปเองชัด ๆ

ไม่ต้องทำกับข้าวก็ดี เธอจะได้อยู่ว่าง ๆ สบาย ๆ อย่างมีความสุข ก็คอยปรนนิบัติดูแลจนรำคาญนานแล้วนี่นะ

หลังกลับไปนอนหลับมาอีกตื่น ตอนแปดโมงก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนยาที่แผลบนตัว ท้ายที่สุดจึงเห็นว่ายาแก้โรคกระเพาะในกล่องปฐมพยาบาลหายไป

เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย นึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อเช้าตอนเปิดประตูไม่ได้ปลดล็อก เมื่อวานนี้ลืมล็อกอย่างนั้นเหรอ? ส่วนยาแก้โรคกระเพาะก็หายไปก่อนหน้านี้นานแล้ว?

เธอไม่ได้คิดอะไรมาก หลังเปลี่ยนยาเสร็จก็หอบหิ้วแล็บท็อปไปนั่งอยู่บนพรมในห้องรับแขก

ช่วงเช้าซูมั่วเข้าระบบเว็บไซต์การศึกษาเพื่อทบทวนเนื้อหาที่เคยเรียนในมหาวิทยาลัย ช่วงบ่ายจึงเริ่มฝึกจริงด้วยการเขียนโค้ด ขณะเดียวกันก็ออกแบบตัวละครและสร้างฉากบนแท็บเล็ตวาดภาพ

ตลอดระยะเวลาสองปีมานี้ เธอไม่ได้รับอนุญาตให้ไปโผล่หน้าในแวดวงสังคม ทำให้อาจจะลืมเลือนความรู้ทางสาขาวิชาที่ค่อนข้างซับซ้อนไปบ้าง แต่ฝีมือการวาดภาพไม่ได้ตกไปไหน ยิ่งไปกว่านั้นเธอได้รับรายได้พิเศษจากการรับคำสั่งซื้อของลูกค้าเป็นบางครั้งบางคราว และสะสมจำนวนแฟนคลับไว้จำนวนหนึ่ง

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวเดียวก็ตะวันตกดินแล้ว ซูมั่วลุกขึ้นไปรินน้ำ เตรียมสั่งดิลิเวอรี่ ตอนนี้เองที่กลอนประตูดังขึ้น

เธอหันไปมอง วินาทีถัดมา บานประตูถูกผลักออก ใบหน้าของเย่ซินหย่าโผล่มาอยู่เบื้องหน้าเธอ

“มั่วมั่ว ฉันมาเยี่ยมเธอแล้วนะ~ อาการบาดเจ็บของเธอดีขึ้นบ้างหรือยัง?” เย่ซินหย่าฉีกยิ้มให้ ฟู่อี้ชวนเดินตามอยู่ด้านหลังเธอ ในมือยังคงถืออาหารไว้

ซูมั่วเผยสีหน้าเย็นชา หมุนตัวไปทางอื่น

ต้องขอบคุณใครบางคนเสียจริง ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเย่ซินหย่า เธอจะถูกลวกจนบาดเจ็บเหรอ สุดท้ายตอนนี้ยังมีหน้ามาถึงบ้านอีก เป็นหวังดีด้วยมีเจตนาแอบแฝงเหรอ?

“มั่วมั่ว...” เห็นว่าซูมั่วไม่สนใจตัวเอง เย่ซินหย่าจึงพูดออกมาอย่างน้อยใจ

“นี่มันท่าทีแบบไหนกัน ซินหย่าหวังดีมาเยี่ยมเธอ แถมยังจะมาทำกับข้าวมาให้เธอกิน อย่ามาทำตัวไม่รู้จักดีรู้จักชั่วนะ” ฟู่อี้ชวนขมวดคิ้ว พลางกล่าวตำหนิ

ซูมั่วหันกลับไป ยิ้มเย็นชาพลางว่า

“พวกเธอตามสบายเลย ฉันไม่อยากอาหาร ไม่กิน”

เดิมทีคิดอยากจะดูวิดีโอการศึกษาต่ออีกอย่างเงียบสงบ ทว่าตอนนี้พลันมีเกิดเสียงร้องตกใจ

ซูมั่วใส่เฮดโฟนด้วยความรำคาญ ทว่าบานประตูกลับถูกตบจนเสียงดังปึงปัง

“ซูมั่ว ออกมา” ฟู่อี้ชวนเรียกเธอ

ซูมั่วกำหมัดแน่น เธออุตส่าห์ปลีกตัวออกมาให้พื้นที่พวกเขาสองคนแล้วไง ทำไมยังจะตามมากวนเธออยู่ได้?

เสียงทุบประตูยังคงดังต่อไป ดูเหมือนว่าถ้าเธอไม่ออกไป ฟู่อี้ชวนก็จะไม่เลิกรา

ซูมั่วลุกขึ้นยืน สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ อยู่หลายครั้ง พลางคิดในใจเงียบ ๆ ว่า

ยังเหลืออีกยี่สิบแปดวัน อดทนอีกนิดเดี๋ยวก็ผ่านไปแล้ว...

เมื่อเปิดประตู ประโยคแรกที่ฟู่อี้ชวนพูดก็คือ

“ลงไปทำกับข้าวที ซินหย่าไม่คุ้นกับเตาในประเทศ จานกระเบื้องหล่นแตกจนเกือบบาดเธอแล้ว”

ซูมั่วหมดคำจะพูด สองอย่างที่พูดออกมานี่มันเกี่ยวกันไหม? ทำจานของเธอแตก ได้รับบาดเจ็บเลยมาหาเธอ?

“ฉันก็เจ็บตัวอยู่นะ” ซูมั่วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ในที่สุดตอนนี้ฟู่อี้ชวนก็ดูเหมือนจะนึกขึ้นมาได้ เขาก้มหน้ามองเท้าของซูมั่ว

เธอคิดว่าเขาจะรู้จักดีชั่ว พอจะยังมีมนุษยธรรมกับเขาอยู่บ้าง เพราะอย่างไรแล้วเมื่อเช้านี้เขาก็บอกเธอแล้วว่าไม่ต้องทำกับข้าว ทว่ากลับได้ประโยคต่อมาแทนเสียนี่

“มือเธอไม่ได้บาดเจ็บนี่ ยืนทำกับข้าวอยู่ตรงนั้นเฉย ๆ ไม่ได้หรือไง?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: นับเวลาสามสิบวัน ฉันจะเป็นอิสระ