ภายในห้อง
เดิมทีซูมั่วหลับสนิทไปแล้ว ทว่าถูกเสียงทุบประตูและเสียงตะโกนโหวกเหวกปลุกให้ตื่น เธอขมวดคิ้ว พลางลุกขึ้นไปเปิดไฟ เดินกะเผลกไปทางประตู
“ซู...” ด้านนอกประตู ฟู่อี้ชวนตบประตูอย่างแรงอีกครั้ง สุดท้ายมือก็ทุบลงบนความว่างเปล่า
“นายกลับมาทำไม เป็นบ้าอะไรขึ้นมาถึงได้มาทุบประตูตอนดึกดื่นค่อนคืนแบบนี้” ซูมั่วพูดน้ำเสียงไม่เป็นมิตร ทั้งยังแฝงความรำคาญไว้ด้วย
ฟู่อี้ชวนมองท่าทีแบบนี้ของเธอแล้ว ก็ยิ่งพาลโมโห เขายื่นมือออกไปคว้าแขนของเธอไว้ในทันที พลางพูดอย่างเกรี้ยวกราดว่า “ฉันกลับมาทำไมน่ะเหรอ? ฉันกลับมาบ้านตัวเองมันผิดปกติตรงไหน?”
ไฟที่เกิดจากความหงุดหงิดของซูมั่วเมื่อครู่นี้หายวับไปทันที เธอก้มหน้าพลางขมวดคิ้ว เผยสีหน้าเจ็บปวดออกมา
ฟู่อี้ชวนคิดว่าเพราะเขาตะคอกใส่ เธอจึงมีท่าทางว่าง่ายขึ้นมาแบบนั้น ทว่าสุดท้ายเมื่อมืออีกข้างหนึ่งของอีกฝ่ายกลับจับข้อมือของเขาออก ในที่สุดเขาก็สัมผัสได้ในตอนนี้เองว่าความรู้สึกจากกลางฝ่ามือของเธอดูไม่ปกติ
เขาเป็นฝ่ายปล่อยมือออกเอง แล้วมองฝ่ามือ...
เลือด?
ฟู่อี้ชวนบีบแรง บาดแผลของซูมั่วถูกบีบจนเจ็บไปหมด หยาดน้ำตาร่วงหล่น เธอถลึงตาจดจ้องผู้ชายที่ทำตัวบ้าคลั่งกลางดึกแบบนี้
“เธอบาดเจ็บเหรอ?” ฟู่อี้ชวนอยากเข้าไปดูแขนของเธอ แต่อีกฝ่ายกลับหลบเขาด้วยท่าทีเย็นชา
“นายถามฉัน? นี่ไม่ใช่ฝีมือนายหรือไง?” ซูมั่วถามกลับ
ฟู่อี้ชวนชะงักไปเล็กน้อย ทันใดนั้นก็นึกถึงภาพเหตุการณ์ที่ตัวเขาเองโยนเธอลงข้างทาง
เคลื่อนสายตาไปอีกทาง บนข้อศอกของซูมั่วผิวถลอกเป็นปื้นใหญ่ และเพราะแรงบีบของเขา เลือดถึงได้เริ่มไหลออกมาอีกครั้ง
ไม่เพียงเท่านั้น ฟู่อี้ชวนเลื่อนสายตามองลงไป นอกจากตุ่มน้ำบนหลังเท้าแล้ว ที่ข้อเท้าของซูมั่วก็ถูกพันเอาไว้ ซึ่งด้านบนมีเลือดซึมอยู่ด้วย
ริมฝีปากสั่นไหว เขาอยากพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่ซูมั่วกลับหมุนตัวและจะปิดประตู
“ปล่อย” ซูมั่วปิดประตูไม่ได้ จึงขมวดคิ้วพลางกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
สุดท้ายแล้วฟู่อี้ชวนก็พูดคำว่าขอโทษไม่ออก ทว่ากลับโพล่งออกมาว่า
“ทำไมไม่รับสายฉัน? เธอรู้ไหมว่าฉัน...”
ซูมั่วได้ยินแบบนั้นก็กระตุกมุมปาก เหอะ ๆ ที่แท้ที่เขาเกิดบ้ามาทุบประตูห้องกลางดึกแบบนี้เพราะไม่รับสายเขา?
ช่างเป็นเหตุผลที่แสนจะสำคัญเหลือเกิน
เธอกะเผลก ๆ ไปทางหัวเตียง ฟู่อี้ชวนมองแผ่นหลังของเธอ พลันเกิดความอึดอัดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“โทรศัพท์ตกพื้นจนหน้าจอแตกยับ มันพังจนเปิดเครื่องไม่ได้ เหตุผลนี้นายพอใจหรือยัง?” ซูมั่วคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาพลางทำทียื่นให้ฟู่อี้ชวน
มองหน้าจอที่แตกละเอียด ฟู่อี้ชวนก็ไม่มีคำใดจะพูดออกมาได้แล้ว
“ซูมั่ว...” เขาเอ่ยปาก ทว่าประตูห้องกลับปิดลงดังปังในทันที เขาถูกกันไว้ด้านนอกประตูทั้งอย่างนั้น
สุดท้ายหลังยืนนิ่งอยู่หน้าประตูนานหลายวินาที ฟู่อี้ชวนถึงได้ค่อย ๆ หมุนตัวเดินจากไป
ภายในห้อง ซูมั่วที่ถูกปลุกให้ตื่นรู้สึกหงุดหงิดมาก เธอนึกถึงที่ฟู่อี้ชวนบอกว่าโทรศัพท์มาหาเธอจึงเปิดเครื่องโทรศัพท์ดู ซึ่งก็มีการโทรศัพท์เข้ามาสามสิบสี่สิบสายจริงๆ
เขาคิดจะไปปลุกให้เจ้าตัวลุกขึ้นมาทำให้ใหม่อีกครั้งโดยไม่รู้ตัว ทว่าทันใดนั้นเขาก็ชะงักฝีเท้าอีกครั้ง
เม้มปากเงียบไปเล็กน้อย ฟู่อี้ชวนจะไปเปิดกล่องปฐมพยาบาลควานหายามากิน แต่ก็ต้องมาเจอว่ากล่องปฐมพยาบาลหายไป
ขณะที่กำลังขมวดคิ้วนั้น เขาพลันนึกขึ้นมาได้ว่าตอนอยู่หน้าประตูห้องเขาเหลือบไปเห็นหัวเตียงของเธอ กล่องปฐมพยาบาลอยู่ที่นั่น
อาจจะเป็นเพราะมโนธรรมที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด เขาจึงไม่ได้ทุบประตูอีก แต่ไปหากุญแจห้องสำรองมา พอหาเจอก็เอาไปไขเปิดประตู
ลูกบิดประตูขยับเบา ๆ เสียง “แกร๊ก” ทำเอาฟู่อี้ชวนอดสูดลมหายใจไม่ได้ เขาวางฝีเท้าเบา ๆ
สุดท้ายเขาก็รู้สึกว่าตัวเองช่างน่าขันเหลือเกิน บ้านของเขาแท้ ๆ แต่กลับต้องทำตัวเหมือนขโมย
ภายในห้องมืดสลัว กลิ่นน้ำหอลอยอบอวลจาง ๆ ขณะเดียวกันก็พ่วงมาด้วยกลิ่นยา
คนบนเตียงกำลังนอนตะแคงข้าง คลุมตัวไว้ด้วยมุมผ้าห่มบาง ๆ เพียงมุมเดียว ฟู่อี้ชวนไม่ได้มองนานนัก เขาเตรียมหยิบกล่องปฐมพยาบาลแล้วก็ออกไป
ทว่ายามยืดตัวขึ้นนั้น หางตาพลันเหลือไปเห็นบริเวณหลังเอวของคนบนเตียงที่ถูกแสงไฟที่ลอดมาจากทางประตูส่องเข้ามาพอดิบพอดี
ปลายเสื้อม้วนขึ้นมาเล็กน้อย รอยช้ำสีม่วงปื้นใหญ่ปรากฏอยู่บนผิว แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางแสงสลัว ๆ แต่ยังคงปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
การเคลื่อนไหวของฟู่อี้ชวนหยุดชะงักเล็กน้อย สายตาหยุดอยู่ที่เดิมสองวินาที ทว่าสุดท้ายแล้วก็ยังยืดตัวขึ้นเดินออกไป และปิดประตูห้องเบา ๆ
มันก็แค่บาดแผลภายนอกเท่านั้น ไม่ได้ถึงแก่ชีวิตอะไรสักหน่อย
และถ้าเธอไม่ได้อิจฉาซินหย่า ไม่ทำให้หลังเท้าของตัวเองบาดเจ็บจากการถูกลวกแบบนั้น แล้วเขาจะไปอุ้มเธอทำไม? แล้วเธอจะล้มลงไปจนบาดเจ็บแบบนั้นได้ที่ไหน?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: นับเวลาสามสิบวัน ฉันจะเป็นอิสระ