เฉินอวิ๋นเจี่ยไม่ได้กล่าวสิ่งใด ทอดสายตามองไปยังเฉินอวิ๋นชูแล้วหมุนกายเข้าไป
เฉินอวิ๋นชูอับจนหนทาง ส่ายหัวแล้วก็นอนลงไป
ถึงแม้ฉีเฟยอวิ๋นช่วยชีวิตนางไว้ ทว่านางจะปล่อยอีกฝ่ายไม่ได้ เหตุเนื่องจากนางฉลาดปราดเปรื่องเกินไป เก็บไว้ไม่ดี
ฉีเฟยอวิ๋นออกจากตำหนักเฟิ่งอี๋ก็ไปยังศาลบรรพชน ซึ่งนอกศาลบรรพชนมีหนานกงเหยี่ยนกับจวินฉูฉู่คุกเข่าอยู่
ทั้งสองคนคุกเข่าเช่นนั้นตลอดเวลา ฉีเฟยอวิ๋นก็ถือว่าเคยรับรู้มาแล้ว
มันโหดร้ายกว่าโดนสังหารเสียอีก อาการยังคงเย็นอยู่บ้าง เรียกว่าอากาศอุ่นสักทีเดียวไม่ได้ การคุกเข่าที่อิฐหินด้านนอก ไม่พูดถึงเรื่องเย็นหนาว แค่ความแข็งของพื้นก็สามารถทำให้ผิวหนังถลอกได้แล้ว
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ถ้าได้คุกเข่าแค่หนึ่งถึงสองชั่วยามยังพอฝืนทน แต่ถ้าคุกเข้าจนกว่าพระพันปีจะออกมา เกรงว่าคงไม่เหลือชิ้นดีกันแล้ว
หนานกงเหยี่ยนกับจวินฉูฉู่คุกเข่าหันหน้าไปทางศาลบรรพชน ฉีเฟยอวิ๋นเดินเข้าไปมองปราดหนึ่ง
จากนั้นก็ตรงเข้าไปที่ศาลบรรพชน ไห่กงกงเห็นฉีเฟยอวิ๋นมาก็รีบเข้าไปต้อนรับ พร้อมกับถามขึ้นมาว่า "พระชายาเย่มีข่าวดีใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ?"
"ใช่ รบกวนกงกงรายงานเสด็จแม่ด้วย สองแม่ลูกปลอดภัยกันทั้งสองตำหนัก คำอธิษฐานของเสด็จแม่เป็นจริงแล้ว"
ไห่กงกงเกือบร้องไห้ออกมา รีบหมุนกายไปกราบทูล
พระพันปีค่อยๆลืมตาขึ้น มองไปยังป้ายบูชาบรรพบุรุษด้านบนด้วยความปลื้มปิติ "ขอบรรพบุรุษคุ้มครองให้แคว้นต้าเหลียงมั่งมีศรีสุข สืบทอดไปจนชั่วกัปชั่วกัลป์"
พระมเหสีหวารีบโขกศีรษะด้วยความรู้สึกสบายใจ
พระมเหสีหวาลุกขึ้น ก่อนจะประคองพระพันปีขึ้น "พี่สาว"
ถึงแม้พระพันปีไม่ใคร่จะชอบหน้าพระมเหสีหวา ทว่ายามนี้สามารถลดทิฐิต่อกันได้ พยักหน้ากล่าวว่า "ออกไปกันเถอะ"
"เพคะ"
ทั้งสองออกจากศาลบรรพชนพร้อมกัน ฉีเฟยอวิ๋นยอบกายคารวะ "หม่อมฉันถวายบังคมเสด็จแม่ ถวายบังคมพระมเหสีหวาเพคะ"
พระพันปีผงกศีรษะ "ลำบากอวิ๋นอวิ๋นแล้ว ตามสบายเถอะ"
พระพันปีใช้หางตาชำเลืองมองหนานกงเหยี่ยนกับจวินฉูฉู่ที่คุกเข่าอยู่บนพื้น พลางตรัสว่า "ร่างกายท่านอ๋องตวนไม่ดีตั้งแต่เด็ก ลุกขึ้นเถอะ"
"ขอบพระทัยเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ"
ท่านอ๋องตวนดีดตัวลุกขึ้นยืน
พระพันปีเห็นแก่หน้าพระมเหสีหวา ไม่ถือสาหนานกงเหยี่ยน ทว่าพระองค์จะไม่ปล่อยจวินฉูฉู่ไปง่ายๆอย่างนี้แน่
"พระชายาตวน เจ้ากับพระสนมเอกเซียวเป็นพี่น้องกัน เช่นนั้นเมื่อเกิดเรื่องขึ้นกับนาง เจ้าก็อย่าได้เพิกเฉย เจ้าขอพรให้นางที่นี่เถอะ"
พระพันปีกล่าวจบ ท่านอ๋องตวนก็อยากถือปลายกระโปรงคุกเข้าขอร้อง ทว่าพระมเหสีหวากลับส่งสายตาอันดุดันเหลือแสนมาให้ ท่านอ๋องตวนจึงจับชุดไว้ ไม่กล้ากระทำการบุ่มบ่าม
"หม่อมฉันขอบพระทัยเสด็จแม่เพคะ"
จวินฉูฉู่โขกศีรษะ พระพันปีจึงจะให้พระมเหสีหวาประคองเดินอ้อมผ่านไป
เมื่อทั้งสองพระองค์เคลื่อนขบวน ด้านซ้ายและขวามีนางกำนัลคอยปกป้อง ฉีเฟยอวิ๋นตามอยู่ด้านหลัง
ท่านอ๋องตวนยืนด้านข้างจวินฉูฉู่อย่างไม่ไหวติง
พระพันปีเดินจากไปสิบกว่าก้าวจึงสั่งการว่า "ท่านอ๋องตวน ข้าไม่ได้เจอเจ้านานแล้ว ข้ายังจำได้ว่าวัยเด็กเจ้าเป็นคนภักดีและซื่อสัตย์ มา ไปอยู่เป็นเพื่อนข้าเสียก่อน"
ท่านอ๋องตวนรีบหันกาย "ลูกรับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ"
ท่านอ๋องตวนไม่มีทางเลือก มองใบหน้าซีดขาวของจวินฉูฉู่ จากนั้นก็ไปที่ตำหนักเฉาเฟิ่ง
ระหว่างทางพระมเหสีหวากล่าวถ้อยคำสรรเสริญเยินยอเล็กน้อยก็ขอตัวกลับตำหนักหวาหยาง ส่วนฉีเฟยอวิ๋นกับท่านอ๋องตวนมุ่งหน้าไปยังตำหนักเฉาเฟิ่งต่อ
พระพันปีกลับถึงตำหนักเฉาเฟิ่งก็เข้าไปพักผ่อน ฉีเฟยอวิ๋นกับท่านอ๋องตวนยืนรออยู่ด้านนอก ท่านอ๋องตวนยืนเหม่อลอยแบบไม่กระดุกกระดิก
ส่วนฉีเฟยอวิ๋นนั้นนางยืนหลับตาอยู่ด้านข้าง
เมื่อร่างกายนางโยก ไห่กงกงเห็นแล้วก็อกสั่นขวัญแขวน หากหลับลึกขึ้นมาแล้วหัวฟาดพื้นจะทำอย่างไรดี
ไห่กงกงไม่กล้าไปไหน จับตามองฉีเฟยอวิ๋นอย่างใจหายใจคว่ำ
ไห่กงกงดูไปสักพักก็รู้สึกไม่เหมาะสม เรียกขันทีน้อย พลางกระซิบสั่งการไม่กี่ประโยค ซึ่งสั่งให้ไปเชิญท่านอ๋องเย่มา หากเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจะแบกรับไม่ไหว
ยามที่หนานกงเย่มาถึง ฉีเฟยอวิ๋นกำลังก้มหน้าหลับ
หลังเดินเข้าไปใกล้ หนานกงเย่ก็อุ้มนางขึ้นมา ไห่กงกงอยากทำความเคารพ ทว่ากลับถูกหนานกงเย่โบกมือห้ามปราม
ฉีเฟยอวิ๋นรู้ว่าหนานกงเย่มาแล้ว จึงรู้สึกหลับสบายใจมากขึ้น
หนานกงเย่อดยิ้มไม่ได้ "ยืนยังหลับได้ ข้านับถือจริงๆ"
ฉีเฟยอวิ๋นไม่ได้ลืมตาขึ้น ภายในตำหนักเหลือหนานกงเย่กับหนานกงเหยี่ยนสองคน หนานกงเหยี่ยนกล่าวว่า "สุขภาพฉูฉู่ไม่ดี เจ้าขอเสด็จแม่ปล่อยนางกลับไปเถอะ"
"เรื่องนี้พี่สองไม่เอ่ยถึงจะดีกว่า หลังจากที่พระชายาตวนไม่อยู่กับพี่สองเป็นเวลาหนึ่งก้านธูป นางเคยไปที่ตำหนักจิ่นซิ่ว ซึ่งมีคนรายงานเรื่องนี้แก่เสด็จแม่แล้ว เสด็จแม่ไม่ได้ประณามถือว่าเป็นเมตตาสูงสุดแล้ว เรื่องนี้ก็พอแค่นี้เถอะ
หากปล่อยไปง่ายๆ เกรงว่าคงไม่เหมาะ"
หนานกงเย่ลั่นวาจานี้ออกมา หนานกงเหยี่ยนรีบหันไปมอง "เจ้ารู้ตั้งนานแล้ว ไยไม่กราบทูลฝ่าบาท?"
"พี่สองรู้ได้อย่างไรว่า ฝ่าบาทไม่รู้?" หนานกงเย่กล่าวเย็นเยียบ
หนานกงเหยี่ยนอึ้ง "ฝ่าบาทรู้หรือ?"
"พี่สอง ฝ่าบาทก็คือฝ่าบาทไม่ผิดแน่ แต่เขาก็เป็นพี่ใหญ่ของพวกเรา พี่สองยังจำได้ไหม ตอนเด็กพวกเราไปล่าสัตว์ที่ป่า แล้วไม่ระวังกลิ้งตกเขา เป็นพี่ใหญ่ที่อุ้มพวกเราไว้ พวกเราจึงสามารถรักษาชีวิตไว้ได้"
หนานกงเย่กล่าวถึงเรื่องนี้ หนานกงเยี่ยนก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดอีก
ฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกประหลาดใจ ยังมีเรื่องอย่างนี้ด้วยหรือ
บุรุษทั้งสองไม่คุยกันอีก ทั้งสามคนยืนรออยู่ที่ตำหนักเฉาเฟิ่ง
พระพันปีไม่รับสั่ง ทั้งสามก็ไม่กล้าถอยกลับ พวกเขายืนรอสามวันเต็มๆ
ถึงแม้จะเป็นขุนนางมีผลงาน ทว่าฉีเฟยอวิ๋นก็มีเนื้อหนังมังสา เมื่อไม่มีอาหารตกท้องสามวัน ใบหน้าก็ผอมซูบ
สีหน้าหนานกงเย่วิตกกังวล ถามจนแล้วจนรอด ไห่กงกงก็เฉไฉไปเรื่องอื่น
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ