ท่านแม่ทัพฉีกล่าวอย่างอิ่มเอิบใจว่า “ตอนที่พ่อมา เห็นครอบครัวชนบทที่หนึ่งเลี้ยงหมู ห่างจากพวกเราไม่ได้ไกลมาก พ่อว่า ช่วงเช้าพ่อจะไปซื้อกลับมา วันหนึ่งฆ่าหนึ่งตัว เอาตับหมูมาให้เจ้าบำรุงร่างกาย อย่างอื่นก็เอาให้ผู้อื่นกิน”
“หนึ่งตัวพอคนมากมายกินหรือเจ้าคะ?”ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวถามอย่างไม่เข้าใจ
“จะให้พอนั้นมันไม่พอหรอก แต่ว่าในกองกำลังทหารมีพ่อครัวออกไปซื้ออาหาร ทุกวันมีเนื้อที่เพียงพอกิน ชายแดนฝั่งนี้มิสู้กับตอนที่พ่อไปสู้รบเมื่ออดีต พ่อเลี้ยงหมูได้ดีด้วย จะต้องปกป้องชายแดน ต้องรู้จักพอเพียง ปรารถนาฝ่าบาทประทานให้ นั่นต้องรอจนถึงเมื่อไหร่กัน”
“ยังเป็นท่านพ่อที่มีความสามารถมากเจ้าค่ะ”ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวด้วยสีหน้าที่อิ่มเอิบภาคภูมิใจ ท่านพ่อของเธอเก่งมาก
ท่านแม่ทัพฉีรีบดึงหน้ากล่าวว่า “ต่อให้เจ้าพูดดียังไง พ่อก็ไม่ยินยอมให้เจ้าไปหรอกนะ”
ฉีเฟยอวิ๋นสับสนมึนงง เป็นเวลานานถึงได้มีสติปฏิกิริยาตอบโต้กลับมา ท่านพ่อของเธอยังคิดเรื่องช่วยเจ้าแห่งอีกาอยู่เลย
งั้นฉีเฟยอวิ๋นเลยพูดอีกทำให้ท่านแม่ทัพฉีตกใจเล่น เพื่อกลั่นแกล้งหยอกล้อไปเลยดีกว่า
ฉีเฟยอวิ๋นจงใจกล่าวออดอ้อนว่า “ท่านพ่อ เจ้าแห่งอีกามีบุญคุณต่อข้า ข้าจะไม่สนใจเขาได้อย่างไรกันเล่า”
“เช่นนั้นเจ้าก็ให้ผู้อื่นไป ”ท่านแม่ทัพฉียืนกรานไม่เห็นด้วย
“เชอะ เช่นนั้นข้าจะลักลอบแอบออกไป”
“พ่อจะดู จะดูว่าเจ้าจะออกไปอย่างไร?”
กินอิ่มแล้วสองพ่อลูกได้ถกเถียงกันอยู่ด้านในกระโจมขึ้นมา ตอนที่อวิ๋นหลัวฉวนรอคนมานั้นฉีเฟยอวิ๋นก็กำลังเริ่มถกเถียงอย่างไม่สบอารมณ์เช่นกัน
จนมีคนเข้ามารายงานฉีเฟยอวิ๋นถึงได้เก็บอาการมากขึ้น
ฉีเฟยอวิ๋นนั่งลง เมื่ออวิ๋นหลัวฉวนมองแล้วรู้สึกว่าแปลก ตอนที่เข้ามาได้ยินชัดเจนว่ามีเสียงคนถกเถียงกัน แต่ตอนนี้ท่านพี่เสียนเฟยคล้ายดั่งคนที่มีความสุข หน้าตานั้นคือยิ้มอย่างสดใสมาก
ส่วนท่านแม่ทัพฉีไม่กล้าพูดเลย เขานั่งอยู่ด้านนั้นคล้ายดั่งว่าท้องฟ้าจะตกล่วงลงมา ใบหน้าอึมครึม คล้ายดังคลื่นที่โหมซัดอย่างบ้าคลั่ง น่ากลัวเป็นอย่างมาก
“ท่านพี่เสียนเฟย เมื่อคืนท่านบอกว่าอยากไปช่วยเรื่องเจ้าแห่งอีกา ท่านคิดอย่างไรบ้างแล้ว ท่านดูว่าจะส่งผู้ใดไปหรือ?”
แม้อวิ๋นหลัวฉวนจะเป็นบุคคลที่มีความสามารถด้านการเป็นผู้นำ มีความสามารถจัดการกองกำลังทหาร แต่ทว่ากลับเป็นคนที่รู้สถานการณ์ แน่นอนว่ามาที่กระโจมของฉีเฟยอวิ๋นกับท่านพ่อของฉีเฟยอวิ๋น นางจะต้องฟังการเตรียมการของพวกเขา
ฉีเฟยอวิ๋นชำเลืองมองท่านแม่ทัพ แล้วจงใจกล่าวว่า “พวกเจ้าไม่สามารถสนทนาแลกเปลี่ยนกับเจ้าแห่งอีกาได้ ข้าว่าข้าไปเอง”
“เจ้าเด็กคนนี้ ทำให้พ่อโมโห พูดดีไม่น่าฟัง ห้ามไป หากว่าเจ้าไป พ่อจะไปตาย!”ท่านแม่ทัพฉีกล่าวด้วยความโมโห กระทืบเท้าตึงตัง พอเขาตะคอก คนทั้งกระโจมต่างพากันชะงักงัน
ท่านแม่ทัพจะไปตายหรือ?
พอฉีเฟยอวิ๋นเห็นว่าท่านพ่อของเธอโกรธจริงแล้ว เลยได้แกล้งเป็นกังวลห่วงใย ลุกขึ้นกล่าวปลอบประโลมเกลี้ยกล่อมว่า“เช่นนั้นข้าไม่ไปแล้ว พอใจหรือยังเจ้าคะ?”
ฉีเฟยอวิ๋นหยอกล้อเพียงพอแล้ว และก็เอาพ่อของเธอมากลั่นแกล้งบ่อยมากไม่ได้หรอก
ท่านแม่ทัพฉีมองบุตรสาวด้วยความหงุดหงิดกล่าวว่า “พูดแล้วนะว่าไม่ไป เกี่ยวก้อยแปะโป้งสัญญากัน!”
ท่านแม่ทัพฉียอกมือใหญ่ขึ้น คนกลุ่มหนึ่งเบิกตากว้างมองท่านแม่ทัพฉี อีกนิดหนึ่งเกือบจะล้มแล้ว
ภายในใจของฉีเฟยอวิ๋นมีเพียงความตื้นตันใจ
เธอยกมือขึ้นให้แก่ท่านแม่ทัพฉี และกล่าวว่า “เช่นนั้นเกี่ยวก้อยแปะโป้งสัญญา ข้าไม่ไปเจ้าค่ะ”
“หนึ่งร้อยปีห้ามเปลี่ยนแปลง”ท่านแม่ทัพฉีดึงสองครั้ง แล้วกดนิ้วหัวแม่มือลงที่หัวแม่มือของฉีเฟยอวิ๋น ทอดถอนหายใจอกมาอย่างโล่งใจถึงได้ปล่อยมือออกจากฉีเฟยอวิ๋น
เขาไม่ได้กลัวคนหัวเราะเยาะ จากนั้นท่านแม่ทัพฉีได้เดินไปนั่งอีกด้านทันใดนั้นหน้าก็เคร่งขรึมขึ้นมา
“ในเมื่ออวิ๋นอวิ๋นไม่ไปแล้ว เช่นนั้นก็เลือกคนในกลุ่มของพวกเจ้าไปเถอะ”พอท่านแม่ทัพพูดประโยคนี้ออกมา ทุกคนล้วนเสียความรู้สึกว่าท่านแม่ทัพไร้จิตใจความรู้สึก ห่วงใยบุตรสาวของตนเองเกรงว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น แต่ทว่ากลับให้พวกเขาเลือกคนออกมาเพื่อไปที่ฝั่งทหารของศัตรูช่วยชีวิตของเจ้าแห่งอีกา
ไร้จิตใจความรู้สึก ไร้จิตใจความรู้สึกเสียจริง!
แต่แม้ว่าท่านแม่ทัพจะไร้จิตใจความรู้สึกแค่ไหน ก็ยังมีคนลุกขึ้นมา
“ท่านแม่ทัพ ข้ายอมที่จะไปสถานที่นั้นขอรับ”เฉินอวิ๋นเจี๋ยแบกหน้ารับเป็นคนแรก
ท่านแม่ทัพฉีมองแล้วลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นกล่าวว่า “เจ้าสู้รบก็พอได้ แต่วู่วามอยู่บ้าง สุขุมไม่พอ”
เวลานี้ฉีเฟยอวิ๋นมีสีหน้าปกติขึ้นมากแล้ว เธอรู้สึกว่าสายตาของท่านพ่อเฉียบแหลมเป็นอย่างมาก คิดไม่ถึงเลยว่าจะพูดสั่นสะเทือนแทงใจดำของเฉินอวิ๋นเจี๋ยได้
ฉีเฟยอวิ๋นก็รู้สึกว่าจะมีบางครั้งที่เฉินอวิ๋นเจี๋ยผู้นี้วู่วามเช่นกัน
หากว่ามีประสบการณ์มากมาย จะต้องเป็นบุคคลที่มีความสามารถล้ำอย่างแน่นอน
เฉินอวิ๋นเจี๋ยก้มศีรษะลงเล็กน้อย กล่าวว่า “คนอื่นไปข้าก็ไม่วางใจขอรับ”
“เลอะเทอะ หากว่าข้าไปเอง เจ้าก็ไม่วางใจหรือ?”
“............................ท่านแม่ทัพ”เฉินอวิ๋นเจี๋ยกล่าวด้วยสีหน้าตะลึงงัน
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: องค์ชายวายร้ายอยากเป็นพ่อ