ตอนที่16 คำถามสองข้อ

"ผมมีคำถามสองข้อที่จะถามคุณ"

"คุณพูดมาสิ" เฉียวอวี่ถงกับฉินลี่เยี่ยขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น มันเป็นความรู้สึกอึดอัดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ความรู้สึกนั้นก็ได้เกิดขึ้นแล้ว

"คุณอยากแต่งงานกับเฉินเฉิงรึเปล่า?"

เฉียวอวี่ถงส่ายหน้า "ไม่อยาก"

"พวกเราแต่งงานกันดีไหม?"

คำถามนี้ถูกถามขึ้นเป็นครั้งที่สองในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน แล้วคำตอบล่ะ?

“คุณคิดให้ดีแล้วให้คำตอบผมก่อนคืนพรุ่งนี้ แต่ไม่ว่ายังไงผมก็จะหาวิธีที่พาคุณไป” ฉินลี่เยี่ยพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "ผมต้องไปแล้ว"

เฉียวอวี่ถงไม่ตอบสนองอยู่เป็นเวลานาน

แต่งกับใครดี?

เธอไม่เคยคิดเรื่องนี้เลย

……

ตระกูลตู้

"แกกลับมาทำไม?"

"ผมอยากแต่งงาน!"

"กับใคร?" คุณพ่อตู้ประหลาดใจมากเพราะนอกจากหญิงสาวตระกูลเฉียวคนนั้นแล้ว ตู้โป๋เหวินก็ไม่ได้สนิทสนมกับผู้หญิงคนอื่นอีก "ลูกสาวตระกูลไหน?"

แม้ตู้โป๋เหวินจะเป็นบุตรนอกสมรสแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะแต่งงานได้ตามอำเภอใจ

ลูกหลานของตระกูลใหญ่มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการส่งเสริมกิจการของตระกูล

"เฉียวอวี่ถง"

เมื่อคุณพ่อตู้ได้ยิน ก็หมดความสนใจไปในทันที

ตอนนี้ข่าวการแต่งงานระหว่างตระกูลเฉียวกับตระกูลเฉินนั้นกำลังเป็นที่ฮือฮา แล้วจะให้เขาเข้าไปสอดตรงกลาง จะไม่ให้เกิดปัญหาตามมาได้ยังไง?

"ฉันไม่เห็นด้วย ฉันอยากให้แกเป็นโสดไปก่อน" คุณพ่อตู้ใช้มือยันโต๊ะเพื่อยืนขึ้น "ผู้หญิงดีดีมีตั้งมากมาย แกไม่จำเป็นต้องผูกมัดตัวเองเอาไว้ผู้หญิงตระกูลเฉียวนั่น เธอเป็นดอกไม้ที่มีเจ้าของแล้ว การเข้าไปขวางทางรักของผู้อื่นเป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรม"

ตู้โป๋เหวินหัวเราะหึๆ "ศีลธรรมเหรอ พ่อ พ่อไม่คิดว่าหัวข้อนี้ไม่เหมาะสำหรับพ่อหรอกหรือ?"

“ฉันไม่เห็นด้วย พวกแกไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ ตระกูลเฉียวไม่เหมือนคนอื่น มันเป็นเรื่องของอิทธิพลของตระกูล”

ตอนนี้ต่อให้พูดอะไรไปก็ไร้ผล เพราะเรื่องของความยุ่งยากบางประการ "อย่าพยายามให้เสียเวลาอีกเลย"

พ่อลูกพยายามทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน "พูดคำขอของคุณมาเถอะ"

ก่อนที่จะตกปากรับคำอะไรออกมาย่อมต้องมีข้อแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อ คุณพ่อตู้เองก็ไม่ปฏิเสธเรื่องนี้

"มาทำงานให้บริษัทตระกูลตู้ จากนี้ไปบริษัทตระกูลตู้จะซื้อบริษัทของแก และแกจะเป็นเพียงแค่ผู้บริหารของบริษัทเท่านั้น"

ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด เมื่อสบโอกาสก็ใช้ยาแรงอย่างได้อย่างเหมาะเจาะ

หลังจากนี้ไม่ว่าตู้โป๋เหวินจะเก่งแค่ไหน เขาก็ได้แค่ทำงานให้กับสองพี่น้องพ่อเดียวกันต่างแม่ตลอดไป ไม่มีปากเสียงใดๆได้อีก...........

"ได้" ใช้เวลาเพียงสิบวินาทีตู้โป๋เหวินก็ตัดสินใจได้แล้ว

ไม่ว่ายังไง เฉียวอวี่ถงก็สำคัญที่สุด

"เฮ้อ ... แกยังเด็กเกินไปก็เลยถูกผู้หญิงจับ แล้วแบบนี้จะทำงานใหญ่ได้ยังไงไ!" คุณพ่อตู้ทำเป็นทอดถอนใจ แต่ก็เห็นๆกันอยู่ว่างานนี้ได้กำไรเห็นๆ

"พรุ่งนี้ผมจะไปที่บ้านตระกูลเฉียว"

หลังจากออกจากตระกูลตู้แล้ว ตู้โป๋เหวินก็ไปเลือกซื้อแหวนเพชรอย่างพิถีพิถัน ซึ่งอาจจะดูเหมือนรีบร้อนเกินไปและเฉียวอวี่ถงอาจจะไม่เห็นด้วย แต่เพื่อหัวใจของเขาเองมันก็ช่วยไม่ได้

……

"ในที่สุดก็ถึงเวลาแล้วสินะ?" กู้เจ๋ออวี่กำลังรอรอให้ฉินลี่เยี่ยหาเขาเพื่อหารือกันเรื่องแผนการช่วยเหลือเฉียวอวี่ถง

"เวลาอะไร? นายพูดอย่างกับว่าฉันจะไปก่อการร้าย"

บ้านตระกูลเฉียวเป็นวิลล่าธรรมดาๆสำหรับนักธุรกิจ จะว่าไปแล้วก็ไม่ได้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดอะไร แต่ตอนนี้ห้องของเฉียวอวี่ถงกลับมีคนเฝ้าอยู่ตลอดเวลา และคนเฝ้าก็เป็นแม่บ้านธรรมดาๆ ไม่ได้ช่วยป้องกันอะไรได้เลย

"รอ"

"แค่ต้องรอ!" ฮ่องเต้ย่อมไม่รีบร้อน

ฉินลี่เยี่ยพยักหน้า "ดูก่อนว่าเธอตัดสินใจอย่างไร"

"... เลือกพวกเขาคนใดคนหนึ่ง!"

วันนี้เฉียวอวี่ถงกินข้าวไม่ลงอีกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ที่ในหัวของเธอมีแต่เรื่องให้คิดเต็มไปหมด

เธอจะไม่ยอมแต่งงานกับเฉินเฉิง แต่ตราบใดที่เธอยังไม่ได้แต่งงานตระกูลเฉียวและตระกูลเฉินก็คงจะไม่ยอมรามือ แต่ให้เธอหนีออกไปได้ ก็ไม่อาจจะอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆได้ตลอดไป

นี่คงเป็นโชคชะตาของเธอใช่ไหม?

"ฉันจะแต่งงานกับคุณ พาฉันไปได้แล้ว" เฉียวอวี่ถงส่งข้อความ "ยิ่งเร็วได้เท่าไหร่ยิ่งดี"

"สิบเอ็ดโมงครึ่ง ผมจะไปให้ตรงเวลา"

เฉียวอวี่ถงไม่ได้สงสัยในคำพูดของฉินลี่เยี่ย เธอเชื่อเขาโดยไม่มีเงื่อนไข

เธอนอนอยู่บนเตียงอย่างเงียบๆ ในห้องมีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาเท่านั้น

"ป่าปี๊โกหก!"

"พ่อจะไปเจอแม่ของลูกในตอนเย็น พวกเราไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่ากันเถอะ" ฉินลี่เยี่ยจำได้ว่าเขาสัญญาอะไรไว้กับลูกชายของเขาในตอนเช้า แต่ถึงแม้ว่าเขาจะทำมันยังไม่สำเร็จแต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่เลวนัก "ลูกกลับไปที่ห้องแล้วเก็บของซะ"

"ผมอายุแค่สี่ขวบ!"

"หืม?" ฉินลี่เยี่ยหัวเราะแล้วพูดว่า "งั้นลูกจะไม่ไปกับพวกเราเหรอ?"

ดูเหมือนว่าเสี่ยวจิ่นจะถูกเฉียวอวี่ถงตามใจซะจนเสียนิสัย ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขายังจัดการเรื่องต่างๆได้ด้วยตัวเองอยู่เลย

"ผมจะกลับไปที่ห้องเดี๋ยวนี้เลยครับป่าปี๊"

"อืม"

……

"เปิดหน้าต่าง"

ตรงเวลามาก

ฉินลี่เยี่ยปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าต่างทำให้เฉียวอวี่ถงรีบวิ่งไปที่ระเบียง

"พวกคุณ ... "

นอกจากฉินลี่เยี่ยกับกู้เจ๋ออวี่แล้วยังมีคนหน้าตาดีอีกสองคน

"คุณต้องการแบบนี้จริงๆใช่ไหม?"

เมื่อได้รับการเตือนสติ เฉียวอวี่ถงก็คิดได้ว่าจากนี้ไปเธอจะไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ไขอะไรได้อีก

สำหรับเธอแล้วมีสิ่งของสำคัญไม่มากนัก แค่กล่องเล็กๆ ก็เพียงพอที่เก็บอดีต เก็บความทรงจำ และเก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอมี

"ใช่"

ห้องพักของเธออยู่บนชั้นสามซึ่งอยู่สูงจากพื้นดินมากกว่าแปดเมตร

"จับผมไว้แน่นๆ!" ฉินลี่เยี่ยเป็นทหาร แม้ว่าจะต้องอุ้มเฉียวอวี่ถงเอาไว้ด้วย เขาก็สามารถโหนเชือกลงมาได้อย่างง่ายดาย

มีรถยนต์คันหนึ่งติดเครื่องรออยู่ไม่ไกล

"ขอบคุณพวกคุณจริงๆ"

"พี่สะใภ้ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ พวกเราก็แค่ทำสิ่งที่ควรทำ หากวันหน้ามีอะไรให้พวกเราช่วยก็บอกมาได้เลยนะ"

กู้เจ๋ออวี่ช่างเป็นคนที่พูดมากที่สุดเสมอ

"ฮ่าฮ่า" คงได้แค่ทำแบบนี้เท่านั้นถึงจะลดความเก้อเขินลงได้

"ขับรถดีดี" กู้เจ๋ออวี่เป็นคนขับรถ เขาจึงไม่มีทางเลือกมากนัก

ฉินลี่เยี่ยบอกแผนการที่เขาคิดเอาไว้ให้เฉียวอวี่ถงฟัง "พวกเราจะไปพบกับเสี่ยวจิ่นที่สถานีรถไฟแล้วจะกลับไปที่บ้านเกิดของผม"

"หืม?"

"เพื่อป้องกันไม่ให้ตระกูลเฉียวกับตระกูลเฉินหาคุณพบ พวกเราจะไปอยู่ที่นั่นสักพัก"

"ก็ดี" หลายวันมาแล้วที่เฉียวอวี่ถงนอนไม่หลับ เมื่ออยู่ในรถได้สักพักเธอก็ผล็อยหลับไป ไม่ทันได้บอกตู้โป๋เหวิน..........

ตอนเช้า ณ สถานีรถไฟ

"หม่ามี๊!"

"เสี่ยวจิ่น วันนี้เป็นเด็กดีรึเปล่า?"

“แน่นอนครับ แต่ผมคิดถึงหม่ามี๊มากๆเลย ป่าปี๊โกหกผมว่าหม่ามี๊จะกลับมาเร็วๆนี้ แต่ผมรออยู่ตั้งนาน!”

ในที่สุดหลังจากที่ได้เจอเฉียวอวี่ถง เสี่ยวจิ่นก็ระบายความขมขื่นในใจออกมา

เฉียวอวี่ถงหันไปสบตากับฉินลี่เยี่ยที่กำลังมองมาพอดี แล้วฉินลี่เยี่ยก็เป็นฝ่ายหลบสายตาก่อน

"หม่ามี๊ ต่อไปหม่ามี๊จะไม่ไปไหนแล้วใช่มั้ยครับ ที่บ้านของปู่กับย่าก็สนุกดีนะครับ"

"อืม ไม่ไปไหนแล้ว"

ที่เบาะหนังสีเขียวบนรถไฟ

"แล้วนายจะไปด้วยทำไม?" ฉินลี่เยี่ยนึกไม่ถึงว่ากู้เจ๋ออวี่ก็จะซื้อตั๋วและขึ้นรถไฟไปด้วย

นี่ตั้งใจจะสอดรู้สอดเห็นไปถึงไหนกัน

"ฉันเองก็ไม่ได้ไปเยี่ยมคุณลุงคุณป้านานแล้ว และช่วงนี้ฉันก็ไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่ เลยกะว่าจะไปเยี่ยมพวกท่านซักหน่อย"

ตอนนี้เจ้านายกำลังยุ่งอยู่กับการออกเดท ส่วนเรื่องในบริษัทก็ดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยดี เขาจึงสามารถไปพักผ่อนได้

"พวกเขาไม่อยากเห็นนายหรอก นายกลับไปได้แล้ว"

"ไหนๆก็มาแล้วน่า นอกจากนี้อากาศในภูเขาต้าซานยังสดชื่นจะตายไป ฉันก็อยากได้รับของขวัญจากธรรมชาติบ้าง"

เฉียวอวี่ถงได้ยินคำว่าภูเขาต้าซานสองคำนี้ โชคดีที่เธอรู้จักกับฉินลี่เยี่ยมาสักพักแล้ว ไม่อย่างนั้นเธอคงคิดว่าเธอถูกหลอกมาขาย...........

Bình Luận ()

0/255