ตอนที่18 หนีตามคนรัก

"คนอยู่ไหน!" เฉียวเข่อซินตะโกนอย่างตื่นตระหนก "ฉันให้พวกแกเฝ้าเฉียวอวี่ถง! แล้วตอนนี้มันหายไปได้ยังไง"

พี่เลี้ยงนอกประตูก็ตื่นตระหนกเช่นกัน พวกเขาทุกคนออกมากินข้าว แต่เมื่อเห็นอารมณ์ของเฉียวเข่อซินแล้ว คาดว่าแม้ในอนาคตจะไม่สูญเสียชามข้าว แต่ชีวิตก็คงจะยากลำบากซะแล้ว

"มีอะไร?" เมื่อได้ยินเสียงโวยวายดังมาจากข้างบนเขาก็รีบวิ่งขึ้นมา

คุณพ่อเฉียวตอนนี้เป็นกังวลขึ้นมาจริงๆ

ไม่ว่าเฉียวอวี่ถงจะแต่งงานกับใคร ตระกูลเฉียวก็ล้วนแต่ได้รับผลประโยชน์ทั้งสิ้น แต่เมื่อเธอหายตัวไปแบบนี้ เขาย่อมจะไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆเลย ถ้าไก่ที่จับไว้บินหนีไปแล้วจะมีประโยชน์อะไร เมื่อคิดได้ว่าจะต้องเสียผลประโยชน์ไปเขาก็อดที่จะโมโหไม่ได้

ผู้คนพากันขึ้นไปชั้นบน

"กล่องสมบัติของถงถงหายไปแล้ว" ตู้โป๋เหวินรู้สึกได้ว่ามีเรื่องร้ายแรงบางอย่างเกิดขึ้น "ครั้งก่อนเธอไม่ได้เอากล่องสมบัติไป"

นั่นก็หมายความว่า ตอนนี้เฉียวอวี่ถงไม่มีอะไรให้ห่วงเกี่ยวกับตระกูลเฉียวอีกแล้ว

ดวงตาของคุณพ่อเฉียวเบิกกว้าง เขาพูดไม่ออก

"คุณหนูใหญ่หายไปได้ยังไง? เธอออกไปได้ยังไง!"

พี่เลี้ยงรีบอธิบายอย่างรวดเร็ว “นายท่าน ฉันไม่รู้จริงๆค่ะ ฉันเฝ้าอยู่ที่ประตูตลอด ไม่ได้ไปไหนเลยค่ะ” งานที่ไม่มีความเสี่ยงใดๆแบบนี้ทุกคนที่นี่ต่างก็คิดว่าเป็นเรื่องง่าย แค่นั่งเฝ้าหน้าประตูให้พ้นไปวันๆก็ได้เงินแล้ว ใครจะไปนึกฝันว่าเฉียวอวี่ถงจะหนีไป

"ลุงเฉียวครับ แล้วตอนนี้จะทำยังไง?"

เฉียวอวี่ถงหนีไปแล้ว อารมณ์ของเขาในตอนนี้ซับซ้อนมาก ถ้าหากว่าเธอยังอยู่ที่นี่ บางที่พวกเขาอาจจะได้แต่งงานกัน แต่พอคิดอีกที การที่เธอหนีไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เธอจะได้ไม่ต้องแต่งงานกับเฉินเฉิง

"โป๋เหวิน คุณกลับไปก่อนเถอะ ฉันต้องไปตามหาอวี่ถง ไม่ว่าเธอจะหนีไปไหนก็ตามเธอก็ยังเป็นลูกสาวตระกูลเฉียวของฉัน!" สิ่งนี้ฟังดูน่าขันมากในสายตาตู้โป๋เหวิน ถ้าเฉียวอวี่ถงที่ได้ยินคำว่า "ลูกสาวของตระกูลเฉียว" เธอคงจะไม่ชอบใจนัก เพราะถ้าไม่ใช่เพื่อตระกูลเฉียวแล้ว เธอก็สามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นได้

"พี่โป๋เหวิน เป็นไปได้ไหมว่าพี่สาวของฉันจะหนีตามชายคนรักไป?" เฉียวเข่อซินแค่ต้องการลดคุณค่าเฉียวอวี่ถง "มีผู้ชายคนหนึ่งมาหาเธอเมื่อวานนี้ แต่ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาคุยกันเรื่องอะไร ..."

"ลุงเฉียว ถ้างั้นตอนนี้ผมคงต้องขอตัวกลับก่อนนะครับ" ในเมื่อเฉียวอวีถงหนีไปแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องอยู่บ้านตระกูลเฉียวอีกต่อไป "ถ้าได้ข่าวเกี่ยวกับถงถงแล้ว หวังว่าคุณจะแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ"

เฉียวเข่อซินที่ถูกเมินอย่างสมบูรณ์แบบ ก็รู้สึกว่าความภาคภูมิใจในตัวเองถูกเหยียบย่ำอย่างแรง

ในบางครั้งที่เธอมักจะชอบเปรียบเทียบตัวเองกับเฉียวอวี่ถง เธอจะคิดอยู่เสมอว่าเธอเหนือกว่าเฉียวอวี่ถงทุกด้าน แต่ในสายตาของตู้โป๋เหวินแล้วเธอไม่ได้มีความหมายอะไรเลย

ตู้โป๋เหวินจากไปแล้ว

คุณพ่อเฉียวและเฉียวเข่อซินยังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น

ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันสักคำ

คนหนึ่งเป็นเพราะการจากไปของเฉียวอวี่ถง ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นเพราะความเฉยเมยของตู้โป๋เหวิน

"พวกคุณสองคนเป็นอะไร?" ฉินซู่ซู่เพิ่งกลับมาจากการเล่นไพ่นกกระจอกกับบรรดาคุณหญิงคุณนายทั้งหลาย

"ทำไมไม่พูดล่ะ? เข่อซิน ลูกทำให้คุณพ่อโกรธรึเปล่า?"

"จะเป็นใครได้อีกล่ะ! ถ้าไม่ใช่เพราะเฉียวอวี่ถง!" ต่อหน้าคุณพ่อเฉียว เธอไม่ค่อยเรียกชื่อของเฉียวอวี่ถง ไม่ว่าเธอจะโกรธแค่ไหนก็ตาม เพื่อแสดงให้เห็นภาพลักษณ์ที่เอื้ออาทรของเธอที่คิดเสมอว่าเฉียวอวี่ถงเป็นพี่สาวของเธอ

"เธออาศัยจังหวะที่พวกเราเผลอหนีไปแล้วน่ะสิ!"

ใบหน้าของฉินซู่ซู่แปรเปลี่ยไปเป็นบิดเบี้ยว "จะเป็นได้ยังไง!"

ตอนที่เฉียวอวี่ถงถูกขังอยู่ที่บ้านพวกเขาเองก็รู้สึกอับอาย จึงไม่ได้กำชับคนให้ดี หากว่าคราวนี้หาเฉียวอวี่ถงไม่พบอีกล่ะก็ความสูญเสียที่เกิดขึ้นคงไม่สามารถบรรยายได้ นอกจากจะสูญเสียฟันแล้วยังต้องกลืนมันเข้าไปด้วย

"เมื่อกี้พี่โป๋เหวินมาที่นี่"

"แล้วเป็นยังไง?" ฉินซู่ซู่มักจะรู้ว่าลูกสาวของเธอคิดอะไรอยู่เสมอ "คุณคะ ฉันคิดว่าโป๋เหวินเองก็เป็นเด็กดีนะคะ"

คุณพ่อเฉียวพยักหน้า "แน่นอน เขาบอกว่าเขาจะแต่งงานกับอวี่ถง"

"อะไรนะ!"ฉินซู่ซู่ตกตะลึงหลายครั้งติดต่อกัน

นี่จะต้องเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เฉียวเข่อซินหงุดหงิด

"ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดของเราคือการตามหาอวี่ถง ไม่เช่นนั้นเราจะอธิบายตระกูลเฉินว่ายังไง!"

พวกเขาอยากจะตามหาเธอก็จริง แต่ตราบใดที่ฉินลี่เยี่ยยังอยู่กับเฉียวอวี่ถงและพวกเขาไม่ต้องการถูกพบ พวกเขาจะไม่มีวันพบแน่นอน

……

ทันทีที่ตู้โป๋เหวินออกมาจากประตูบ้านตระกูลเฉียว เขาก็โทรหาเฉียวอวี่ถงอย่างบ้าคลั่ง แต่ทุกครั้งที่เขาก็ได้รับแค่คำตอบเดียวกัน

เสียงตอบรับอัตโนมัติที่ดังซ้ำแล้วซ้ำเล่า "หมายเลขที่คุณเรียกถูกปิดอยู่ โปรดโทรออกอีกครั้งในภายหลัง

The subscribe you dialed is power off, please later again dial.”

ตู้โป๋เหวินไม่รู้ว่ากลับบ้านไปแล้วจะทำยังไงต่อดี

สถานการณ์ของเฉียวอวี่ถงทำให้เขาตื่นตระหนก

พวกเขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด นอกจากเขาแล้ว เฉียวอวี่ถงไม่มีเพื่อนคนอื่นในเมืองนี้อีก...........

แต่ตอนนี้ เป็นไปไม่ได้ที่เฉียวอวี่ถงจะหนีไปโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือ

"หรือว่าจะเป็นฉินลี่เยี่ย?" ทันทีที่ความคิดนี้โผล่ออกมา ตู้โป๋เหวินก็รีบสลัดทิ้งไป เขาเป็นแค่คนทำความสะอาด

มีเหตุผลมากมายที่ผู้คนจะโอ้อวดความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของตัวเอง แต่เรื่องที่ใครบางคนจะแกล้งจนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

หลังจากคิดถึงเรื่องนี้อยู่นาน ก็ไม่พบเบาะแสอะไรเลยว่าเฉียวอวี่ถงหายไปไหน

……

ในเวลานี้ ณ หมู่บ้านเล็กๆที่เฉียวอวี่ถงไม่คุ้นเคย

มีคนหลายคนมาเยี่ยมตระกูลฉิน

“ได้ยินมาว่าลูกชายคนโตของคุณพาลูกสะใภ้กลับมาด้วย พวกเราทุกคนก็เลยอยากเห็น" เพื่อนบ้านมีความกระตือรือร้นอย่างมากและวิถีชาวบ้านนั้นก็แสนเรียบง่าย

คุณแม่ฉินยิ้มไม่หุบ เมื่อก่อนเธอเคยได้แต่ไปดูเหมือนคนอื่นๆ ในที่สุดลูกชายก็ทำให้เธอสมหวัง ชั่วขณะหนึ่งเธอก็รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจราวกับหัวใจได้รับการเยียวยา

"ทุกคนไม่ต้องร้อนใจ นั่งรอแป๊บนึงนะ ฉันจะไปเรียกคนมา"

ตระกูลฉินดีกว่าตระกูลเฉินตรงที่มีห้องรับแขกที่ใหญ่มาก

ด้วยความที่เป็นหมู่บ้านในชนตอนที่ห่างไกลจากความเจริญ เฉียวอวี่ถงจึงไม่แปลกใจนักที่พวกเขาจะมีบ้านหลังใหญ่โต

"ถงถง เพื่อนบ้านพากันมาเยี่ยม ฉันจะพาคุณออกไปพบพวกเขา"

"เอ่อ..........."

ฉินลี่เยี่ยหัวเราะเบาๆ เขาได้คุยกับสองผู้เฒ่าแล้วว่า ตราบใดที่ไม่ได้เปิดเผยเรื่องสำคัญๆออกไป จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น

"ลี่เยี่ย ลูกก็ตามพวกเราออกมาด้วยสิ ถงถงยังไม่คุ้นเคยกับทุกคน ลูกก็มาช่วยแนะนำเธอหน่อย"

'คู่รัก' ปรากฏตัวขึ้นที่ประตูห้องนั่งเล่น

"อุ๊ยตาย ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันจริงๆ หนุ่มหล่อสาวสวย ช่างสมกันอย่างกับสวรรค์สร้างอะไรอย่างนี้! ไม่มีเรื่องมงคลในหมู่บ้านมานานแล้ว! จริงสิ พวกเรามาถือโอกาสนี้เฉลิมฉลองกันเถอะ!"

ใบหน้าของเฉียวอวี่ถงเปลี่ยนเป็นสีแดง

"ใช่แล้ว ดื่มเหล้ามงคล ไชโย ไชโย"

ทุกคนพูดคุยกันเสียงดังล้วนแต่ใส่ใจคนทั้งคู่

ฉินลี่เยี่ยก้มหน้าลงมาคุยกับเฉียวอวี่ถง "ไม่อย่าใส่ใจเลย คนชนบทก็เป็นแบบนี้แหละ"

"ไม่ ไม่เป็นไร"

ในเมื่อเธอตัดสินใจที่จะแต่งงานกับฉินลี่เยี่ยแล้ว แต่งกับไก่ก็เป็นไก่ แต่งกับสุนัขก็ต้องเป็นสุนัขไปด้วย

แต่ตั้งแต่มาถึงที่นี่ พวกเขายังไม่เคยได้คุยกันถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ในเมื่อฉินลี่เยี่ยไม่ได้พูดถึงมัน เฉียวอวี่ถงก็อายที่จะพูดขึ้นก่อน

มองไปทางไหนก็เห็นแต่สามนางหกแม่เต็มไปหมด นี่ก็แม่ นั่นก็ป้า นู่นก็ภรรยา โน่นก็ยาย นั่นก็อา........

ช่างเป็นเครือข่ายความสัมพันธ์ขนาดใหญ่ ดูเหมือนว่าทุกคนในหมู่บ้านจะเป็นญาติกันหมด

"สวัสดีครับพี่สะใภ้!" ฉินลี่หยางพาเสี่ยวจิ่นกลับมาจากตลาด

"ลี่หยาง นายอายุเท่าไหร่?" เขายังดูเด็กมาก แต่เขาก็สามารถขับเองได้แล้ว แถมยังเป็นถนนบนภูเขาที่ดูแล้วไม่ง่ายเลย

"สิบห้า"

"อะไรนะ? แต่อายุสิบห้ายังไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถไม่ใช่เหรอ? นายยังไม่เป็นผู้ใหญ่ ขับรถมันผิดกฎหมายนะ" เฉียวอวี่ถงหน้ามืดตามัวจนพูดสะเปะสะปะไปคนละทิศละทาง "แถมนายยังพาเสี่ยวจิ่นไปด้วยอีก แล้วไหนจะที่ไปรับพวกเราเมื่อวานนี้อีก....โอ้พระเจ้า!"

ดีนะที่เธอรอดพ้นจากความตายมาได้ น่ากลัวจริงๆ

ฉินลี่หยางรู้สึกประหลาดใจ "พี่สะใภ้ ผมขับรถไม่ดีเหรอครับ? อีกอย่าง พี่ใหญ่ของผมก็ขับรถตอนอายุสิบห้า ..."

Bình Luận ()

0/255