พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ นิยาย บท 300

“ผมรู้ เราไม่ได้ไปรับเด็กๆที่โรงเรียนอนุบาล”นัทธีใช้จังหวะที่รอสัญญาณไฟจราจร หันมองไปยังวารุณีแล้วตอบกลับ

วารุณีเอียงศีรษะด้วยความสงสัย“ไม่ไปโรงเรียนอนุบาล แล้วเด็กๆจะทำยังไงละคะ ? ”

“คุณแม่ท่านโทรหาผม ว่าท่านจะไปรับเอง ให้เรากลับบ้านได้เลย ” นัทธีตอบกลับแล้วหมุนพวงมาลัยตาม

เมื่อได้ยินคำว่าแม่จากปากของเขา ในใจของวารุณีก็รู้สึกแปลกๆ

นี่เพิ่งจะผ่านไปได้แค่คืนเดียว เขาก็เอ่ยเรียกแม่อย่างคุ้นเคยแล้ว

“กำลังคิดอะไรอยู่ ? ” จู่ๆนัทธีก็ถามออกมา

วารุณีได้สติ ก็ส่ายหัวให้“ ไม่มีอะไร ฉันแค่คิด......”

ยังพูดไม่ทันจบ จู่ๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา ขัดจังหวะการพูดของเธอ

ไม่มีทางเลือก เธอจึงหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า เมื่อเห็นสายที่โทรเข้ามา คิ้วสวยๆของเธอก็ขมวดขึ้น “นัทธี ผู้อำนวยการนิรุตติ์โทรมา”

“นิรุตติ์?”นัทธีเหล่มอง

วารุณีพยักหน้าให้“ ไม่รู้ว่าเขาโทรมาทำไม รับดีไหม ?”

เธอถามเขา

นัทธีพยักพเยิดหน้าให้ “รับสิ”

เขาก็อยากจะรู้จุดประสงค์ที่นิรุตติ์โทรมาหาเธอเช่นกัน

เมื่อวารุณีได้ยินที่นัทธีพูด ก็ไม่ลังเล กดรับสาย แล้วเปิดลำโพง “ผู้อำนวยการนิรุตติ์ โทรหาฉันมีธุระอะไรเหรอคะ?”

เสียงกวนๆของผู้อำนวยการนิรุตติ์ก็ดังขึ้น“ ได้ข่าวว่าคุณแต่งงานกับนัทธีแล้วเหรอ ยินดีด้วยนะ ”

วารุณีหันมองไปที่นัทธี มุมปากยกหยัก “ขอบคุณค่ะผู้อำนวยการนิรุตติ์”

“ยังเรียกผมผู้อำนวยการนิรุตติ์อีกเหรอ ตอนนี้คุณควรเปลี่ยนคำเรียกขานได้แล้วนะ ต้องเรียกผมว่าพี่ใหญ่แล้ว ?”นิรุตติ์พูดหยอกกลับ

นัทธีขมวดคิ้ว ท่าทีดูไม่พอใจเล็กน้อย

วารุณีมองออก และรู้ถึงความขัดแย้งไม่กินเส้นกันของสองคนพี่น้องนี้ ตัวเขาเองก็ไม่เคยเรียกนิรุตติ์ว่าพี่ใหญ่เลยสักครั้ง

หาเธอเรียกแบบนั้น ก็เท่ากับเธอช่วยเขายอมรับว่านิรุตติ์เป็นพี่ใหญ่

ดังนั้นวารุณีก็แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดนี้ของนิรุตติ์ ใบหน้ายิ้มแย้ม“ผู้อำนวยการนิรุตติ์พูดมาตรงๆเถอะค่ะ โทรหาฉันมีธุระอะไรคะ ?”

“เฮ้อ ไม่สนุกเลย” นิรุตติ์เองก็ฟังออกว่าวารุณีไม่อยากจะเรียกเธอว่าพี่ใหญ่เหมือนกัน แกล้งทำเป็นถอนหายใจออกมาด้วยความเสียใจ แต่ใบหน้า กลับไม่มีความเสียใจใดๆเลย ดันกรอบแว่นแล้วพูดว่า“ตอนนี้คุณอยู่กับนัทธีไหม?”

วารุณีมองไปที่นัทธี

นัทธีส่ายหน้าให้เล็กน้อย

วารุณีก็พยักหน้าให้อย่างรู้กัน แล้วตอบกลับไปว่า“ไม่ค่ะ ตอนนี้ฉันกำลังขับรถไปรับเด็กๆอยู่ มีอะไรหรือเปล่าคะ ?”

“ไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ดี ” นิรุตติ์ก็ไม่ได้สงสัยในคำพูดของเธอ จ้องมองแผนที่บนหน้าจอคอม หรี่ตาลงแล้วพูดว่า “เรื่องพินัยกรรม มีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?”

มือที่ถือโทรศัพท์อยู่ของวารุณีก็กำแน่น “เรื่องพินัยกรรม......ฉันยังไม่ได้ถามอะไรเลย”

“ยังไม่ได้ถามอะไรเลย?”นิรุตติ์ขมวดคิ้ว เห็นชัดว่าไม่พอใจในคำตอบของเธอ “นี่มันก็นานมากแล้วนะ คุณกำลังทำอะไรอยู่?”

น้ำเสียงของเขากระวนกระวายเล็กน้อย แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับเรื่องพินัยกรรมนั้นด้วยเช่นกัน

นัทธีหลุบตาลงต่ำ

ดูแล้ว นิรุตติ์คงรู้รายละเอียดพินัยกรรมของคุณปู่แล้ว ว่ามันคืออะไร

“ผู้อำนวยการนิรุตติ์ ต้องขอโทษจริงๆ” วารุณีสูดหายใจ“ แต่ฉันหาวิธี จะหลอกถามเรื่องพินัยกรรมกับนัทธีไม่ได้เลย หากฉันถามเขาไปตรงๆ เขาจะต้องสงสัยแน่ๆ”

เมื่อได้ยินดังนั้น นิรุตติ์เองก็ต้องยอมรับ ที่เธอพูดมามันก็มีเหตุผลจริงๆ

คนอย่างนัทธี เป็นคนที่ขี้สงสัย

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ