ทีแรกเธออยากถาม ตอนนี้นวิยายังมีชีวิตอยู่ไหม
ทว่าพอนึกถึงแบบนี้ไม่มีมารยาท จึงเปลี่ยนเป็นถามว่านวิยาไม่เป็นไรใช่ไหม
นัทธีอยากรู้คำตอบนี้มาก มองไปยังมารุต
มารุตตอบกลับ "คุณนวิยาไม่เป็นอันตรายใดๆ ยามสังเกตเห็นตรงเวลาพอดี ตอนที่สังเกตเห็นเธอ เธอยังกรีดข้อมือได้ไม่นาน"
ได้ยินแบบนี้ ใบหน้าบึ้งตึงของนัทธีก็ดีขึ้นมาก
ถึงแม้ตอนนี้เขาจะเกลียดนวิยาอย่างมากก็ตาม
ทว่ากลับไม่อยากให้นวิยาตาย
วารุณีก็ได้ยินคำตอบของมารุต ก็รู้สึกโล่งอก "ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว"
เธอกลับไม่ได้สนใจนวิยา เธอแค่เป็นห่วงว่านวิยาตาย นัทธีต้องรับผิดชอบชีวิตหนึ่งชีวิต
ยังไงคนที่กักขังนวิยาก็คือเขา
"ผมจะไปดูเธอก่อน ค่อยคุยกันตอนดึกนะ" นัทธีนวดขมับ แล้วคุยกับคนที่อยู่ในสาย
วารุณีตอบอืม "ได้ คุณไปเถอะ"
พอคุยจบ นัทธีวางมือถือลง เงยหน้าเดินไปที่ประตูใหญ่ออฟฟิศ
มารุตก็ตามไป
ไม่นาน ก็ถึงวิลล่าตระกูลแก้วสุทธิ
นัทธีลงจากรถ มียามคนหนึ่งเดินมา ก็คือคนที่สังเกตเห็นวิยาด้วยตัวเอง
"คนล่ะ?" นัทธีเดินไปด้านในวิลล่าไปด้วย และก็ถามด้วยเสียงเย็นชา
ยามตามหลังเขา แล้วตอบกลับด้วยความเคารพ "คุณนวิยากินยาแล้ว ตอนนี้น่าจะหลับไปแล้ว"
นัทธีพยักหน้าเล็กน้อยแล้วถามขึ้นอีกครั้ง "ตอนที่นายเห็นเธอฆ่าตัวตาย เธอเป็นยังไงบ้าง?"
"น่ากลัวมากครับ" ยามสั่นไปทั้งตัว แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว "ตอนที่ผมเข้าไปในห้องอาบน้ำ เห็นเลือดเต็มพื้น คุณนวิยาพิงอยู่ขอบอ่าง มือข้างที่ถูกกรีดแช่ไว้ในอ่างที่เต็มไปด้วยน้ำ ทำให้น้ำกลายเป็นสีแดงขึ้นมาทันที"
นัทธีทำสีหน้าหม่นหมอง "ฉันรู้แล้ว นายกลับไปเฝ้าไว้ก่อนเถอะ"
"ครับ" ยามตอบกลับสั้นๆ ยืนอยู่ตึกล่างไม่ยอมไปไหน
นัทธีและมารุตขึ้นตึก
เดินถึงบนตึก มารุตก็ช่วยเขาเปิดประตูห้อง
ไฟของห้องเปิดออก นัทธีเข้าไปด้านใน ก็เห็นนวิยาบนเตียงนอน
นวิยาไม่ได้เหมือนยามที่หลับไปแบบนั้น แต่พึงอยู่บนหัวเตียงด้วยสีหน้าซีดเซียว ตาทั้งสองข้างมองประตูด้วยความหม่นหมอง
พอเห็นนัทธีเข้ามา นัยน์ตาของนวิยาเปล่งประกาย ทว่าไม่นานก็หายไปทันที ในน้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยการดูหมิ่น "นายมาเจอฉันแล้วเหรอ?"
นัทธีไม่พูดไม่จา เดินหน้าไปข้างเตียงทันที แล้วก้มหน้าเล็กน้อย ดูข้อมือของเธอที่ทำแผลเสร็จแล้ว "ทำไมต้องฆ่าตัวตายด้วย?"
นวิยายกข้อมือที่กรีด แล้วพูดอย่างเย้ยหยัน "ทำไม นายยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ฉันในตอนนี้ ไม่มีแรงขับเคลื่อนที่จะอยู่ต่อเลยสักนิด
"อ้อ?" นัทธีหรี่ตาลง "เธอไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม?"
"ใช่" นวิยาวางมือลง "ชาตินี้ฉันรักแค่นายคนเดียว นายเป็นความหวังและแรงขับเคลื่อนให้ฉันมีชีวิตต่อ แต่ตอนนี้นายเกลียดฉันแล้ว ไม่ได้รักฉันและเป็นห่วงฉันเหมือนแต่ก่อน ดังนั้นฉันจะมีชีวิตอยู่ต่อไปทำไม?"
นัทธีเม้มริมฝีปากบางขึ้น "ที่แท้เธอคิดแบบนี้เองเหรอ เธอเอาชีวิตตัวเองฝากไว้กับคนอื่น หรือว่าเธอไม่เคยคิดจะพึ่งพาตัวเองเลยเหรอ หรือว่าในความคิดของเธอ ชีวิตนี้มีแค่ความรัก ไม่มีอย่างอื่นเลยเหรอ?"
นวิยาหลับตาลง "ไม่มี ชาตินี้ฉันเห็นความรักสำคัญมากๆ มากจนฉันเดินออกมาไม่ได้ ดังนั้นนัทธี นายก็อย่ากล่อมฉันอะไรเลย ให้ฉันไปตายเถอะ แบบนี้ ฉันจะได้ไม่ต้องคอยขัดขวางนายกับคุณวารุณี"
นัทธีทำสีหน้าหม่นหมอง "เธอกำลังข่มขู่ฉันอยู่เหรอ?"
"ฉันไม่ได้ข่มขู่นาย ฉันพูดความจริง ฉันที่เสียนายไป ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ"
พูดถึงตรงนี้ นัยน์ตาที่ชุ่มน้ำตาของนวิยามองเขาอยู่ "ดังนั้ยนัทธี ถ้านายอยากให้ฉันอยู่ต่อ นายทำเหมือนแต่ก่อนกับฉันได้ไหม ฉันรู้ว่าผิดไปแล้ว ฉันไม่หวังว่านายจะอยู่กับฉัน ฉันแค่หวังว่าฉันจะสามารถเป็น้องสาวของนายได้อีก"
"เธอคิดว่ามีความเป็นไปได้หรือไง?" นัทธีมองเธอด้วยความเย็นชา "คำพูดแบบนี้ ก่อนที่เธอกับพิชิตจะคบกันก็ได้บอกแล้ว ดังนั้นฉันเลยไม่ค่อยระมัดระวังกับเธอมาตลอด แต่สุดท้าย เธอก็ทำยังไงอีก ดังนั้นฉันจะเอาอะไรมาเชื่อเธออีก อีกอย่างทำไมฉันต้องอภัยให้คนที่วางยาฉัน และจ้องจะหาเรื่องฉันด้วย"
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...