ร้องไห้ไปประมาณสองสามนาที วารุณีจึงค่อยๆหยุดลง
เชอรีนจูงเธอออกไปจากโรงพยาบาล ให้เธอนั่งลงข้างแปลงดอกไม้ ส่วนตัวเองไปร้านชานมใกล้ๆ ซื้อชานมร้อนมาสองแก้ว
“ให้”เชอรีนเอาหนึ่งแก้วในนั้นยื่นให้วารุณี
วารุณียื่นมือไปรับ ขอบคุณอย่างไร้เรี่ยวแรง
เชอรีนนั่งอยู่ข้างเธอ“วารุณี เด็กคนนี้เป็นอะไรกันแน่?”
มือสองข้างของวารุณีถือนมไว้ นมร้อนมาก อุ่นไปยังฝ่ามือของเธอ แต่กลับไม่สามารถอบอุ่นในใจของเธอตอนนี้ได้
เธอสูดหายใจลึกๆ ตอบกลับเสียงขมขื่น:“หมอบอกว่า เด็กในท้องฉันเติบโตผิดปกติ คลอดออกมาไม่แขนขาพิการ ก็อาจจะมีอวัยวะไม่ครบ หรือไม่ก็อยู่ในสภาพผัก หรือว่าภาวะตายคลอด แนะนำให้ฉันเอาออก”
“อะไรนะ?”เชอรีนตะลึง
อาการหนักขนาดนี้เชียว!
“วารุณี เธอตกลงไหม?”เชอรีนมองท้องของวารุณีแล้วถาม
วารุณีส่ายหน้า“ฉันทำไม่ได้ ดังนั้นเลยไม่ตกลงไป แต่อาการของเด็กคนนี้ ไม่รับปากตกลงก็ไม่ได้”
“นั่นก็ใช่”เชอรีนกัดริมฝีปากพยักหน้าลง
วารุณีหลับตา“เชอรีน เธอว่าตอนนี้ฉันทำอย่างไรดี ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะบอกนัทธีอย่างไร ถ้าเขารู้ว่าเด็กเป็นแบบนี้ เขาจะว่าฉันไหม?”
ยังไงเด็กในท้องเธอกลายเป็นแบบนี้ ก็เป็นเพราะว่าเธอทำ
เธอกลัวจริงๆว่าจะเห็นสายตาต่อว่าของนัทธี
เชอรีนตบหลังมือของวารุณี“ฉันว่าประธานนัทธีไม่ทำอย่างนั้นแน่ เขารักเธอขนาดนั้น ถ้ารู้อาการของเด็ก มีแต่จะสงสารเธอ”
“จริงเหรอ?”วารุณีเงยมองเธอ
ดวงตาเชอรีนสั่นคลอนอย่างร้อนตัว หัวเราะตอบกลับไปว่า:“เอ่อ......ฉันก็ไม่รับประกันนะ ยังไงฉันก็ไม่เข้าใจประธานนัทธีดี แต่เป็นไปได้ที่จะเป็นจริง วารุณีเธออย่ากังวล”
วารุณียิ้มอย่างขมขื่น“ช่างเถอะ ถึงเขาจะโทษฉันก็สมควรแล้ว ยังไงฉันก็ทำลูกเป็นแบบนี้เอง แค่ฉันไม่เข้าใจว่า ก่อนหน้านี้ลูกยังดีๆอยู่ ทำไมจู่ๆก็เกิดปัญหาแบบนี้ได้”
เชอรีนกะพริบตา“หรือโรงพยาบาลมั่ว?”
“คงไม่มั้ง หมอเมื่อวานกับหมอเมื่อกี๊ต่างบอกว่าเด็กมีปัญหา ไม่น่าจะมั่วได้”วารุณีส่ายหน้า
แต่เธอกลับหวังว่าจะวินิจฉัยมั่ว
แต่ตอนนี้เป็นไปไม่ค่อยได้แล้ว
แต่ว่าเชอรีนไม่ยอมรับชะตากรรม ดึงวารุณีขึ้นมา“ไม่มีอะไรที่แน่นอนหรอก ถ้าพวกเขามั่วจริงๆล่ะ ไป พวกเราไปดูโรงพยาบาลอื่นเถอะ,”
พูดไป เธอก็จูงวารุณีขึ้นรถ
สองชั่วโมงถัดมา เชอรีนพาวารุณีที่สีหน้าซีดขาวออกมาจากโรงพยาบาลแห่งที่สาม
เชอรีนในตอนนี้ พูดไม่ออกอีกต่อไป ว่าโรงพยาบาลจะวินิจฉัยมั่ว
โรงพยาบาลทั้งสองแห่งมั่ว งั้นถ้าโรงพยาบาลทั้งห้าแห่งล่ะ?
“วารุณี......”เชอรีนมองวารุณีอย่างกังวล
วารุณีส่ายหน้าอย่างเหนื่อยล้า“ฉันไม่เป็นไร เด็กคนนี้เหมือนอย่างที่คุณหมอปีเตอร์บอกทุกอย่าง ดูเหมือนว่าจะไว้ไม่ได้จริงๆ ก็แค่ฉันไม่รู้จะบอกนัทธีอย่างไรดี”
“ก็พูดตรงๆไง ฉันว่าประธานนัทธีต้องเข้าใจแน่”เชอรีนถอนหายใจ
ริมฝีปากของวารุณีขยับ ไม่ตอบ
ตอนกลางคืน วารุณีโทรหาเบอร์ของนัทธี
ตอนนี้ในประเทศกำลังเช้าอยู่พอดี และฟ้าเพิ่งสว่าง
นัทธีได้ยินเสียงโทรศัพท์ แขนข้างหนึ่งยื่นออกไปจากผ้าห่ม หยิบโทรศัพท์ที่หัวเตียง ไม่มองสักนิด ก็เอาไว้ข้างหู “ฮัลโหล?”
ได้ยินเสียงอ่อนล้าของชายหนุ่มที่ยังไม่ตื่น วารุณีจึงกัดริมฝีปาก“ฉันเอง ปลุกคุณหรือเปล่า?”
นัทธีลืมตาอย่างรวดเร็ว เอาโทรศัพท์มาดูตรงหน้า แน่ใจว่าเป็นวารุณี จึงลูบขมับ แล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ:“เปล่า ทำไมโทรหาผมเช้าขนาดนี้ล่ะ?”
“คิดถึงคุณไง”วารุณีนั่งพูดบนโซฟา
รูม่านตาของนัทธีหดลง วางหูทันที แล้ววิดีโอคอลไป
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...