มันไม่สมเหตุสมผลเลยที่ไอริณเป็นลูกสาวแท้ๆของพ่อ แต่เขาไม่ใช่ลูกชายแท้ๆของพ่อ
เขากับไอริณเป็นฝาแฝดกัน จะเป็นไปได้ยังไงว่าพ่อของเขากับไอริณ จะไม่ใช่คนเดียวกัน ?
เหตุการณ์แบบนี้ใช่ว่าจะไม่เคยมีมาก่อน แต่หม่ามี๊ไม่มีทางเป็นคนแบบนั้นแน่ๆ
ทันทีที่คำพูดของเด็กน้อยโพล่งออกมา ผู้ใหญ่ทั้งสามคนที่ยืนอยู่ต่างก็เงียบไป
จากนั้นไม่นาน พิชิตก็พูดพึมพำว่า“ จริงด้วย ไอริณเป็นลูกสาวของนัทธี งั้นอารัณก็น่าจะต้องเป็นลูกชายของเขา แต่ทำไมผลการตรวจทั้งสองครั้งถึงได้......”
ใบหน้าของนัทธีดำดิ่ง ราวกับกำลังหักห้ามใจอะไรบางอย่าง
เขามองไปที่อารัณ“อารัณ ยินดีที่จะตรวจกับพ่ออีกรอบไหม?”
“ยินดีครับ”อารัณพยักหน้าให้อย่างจริงจัง
เขาก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าตัวเองเป็นลูกของพ่อหรือเปล่า
นัทธีอุ้มอารัณไปยังแผนกตรวจสอบ
ทางแผนกตรวจสอบก็กำลังเร่งทำการตรวจผลดีเอ็นเอของนัทธีกับไอริณอยู่
ตอนนี้ทางฝ่ายตรวจสอบก็ได้ยินว่านัทธีจะขอตรวจของเด็กอีกคนหนึ่งเพิ่ม ก็ดึงเส้นผมของพวกเขาที่อยู่ตรงหน้า แล้วทำการตรวจให้ทันที
การรอคอยที่แสนยาวนาน
ป้าส้มกลับไปที่หน้าห้องผ่าตัด และเฝ้ารอดูไอริณต่อ
เพราะปล่อยเด็กน้อยให้อยู่ที่ห้องผ่าตัดเพียงลำพัง เธอก็ไม่วางใจ
นัทธีกับพิชิตและอารัณสามคน ก็รออยู่หน้าห้องตรวจ
อารัณเอ่ยพูดว่า“ตอนที่ผมเจอพ่อครั้งแรก เพราะหน้าตาที่ละม้ายคล้ายกัน จึงสงสัยว่าพ่อเป็นพ่อแท้ๆของผม จากนั้นก็เอาเส้นผมสองเส้นของพ่อ กับเส้นผมของผมเองไปตรวจ”
“ใช่ครั้งแรกที่ไปคอนโดของเราใช่ไหม เราเอาของเล่นนั้นมาแล้วดึงผมไป ? ” นัทธีมองไปยังเด็กน้อย
เด็กน้อยพยักหน้าให้อย่างรู้สึกผิด “ครับ ใช่ ขอโทษครับ ผมแค่......”
“ไม่เป็นไร”นัทธีลูบไปที่ศีรษะของเขา จากนั้นก็พูดว่า“ผลที่ออกมา เราไม่ได้เป็นพ่อลูกกันใช่ไหม?”
“ใช่ครับ”อารัณตอบกลับมาคำหนึ่ง“ ดังนั้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ไม่เคยคิดอีก ว่าพ่อจะเป็นพ่อแท้ๆของเรา”
นัทธีเม้มปาก “พ่อก็เคยเอาไปตรวจอยู่สองครั้ง ”
อารัณกะพริบตาปริบๆ“ผมรู้ ก่อนหน้านั้นตอนที่พ่อกับหม่ามี๊ทะเลาะกัน ผมได้ยิน การตรวจทั้งสองครั้ง ยืนยันว่าเราไม่ใช่พ่อลูกกัน”
“ใช่ นอกจากจะยืนยันว่าเราไม่ใช่พ่อลูกกันแล้ว ก็ยังยืนยันว่าพ่อกับไอริณไม่ใช่พ่อลูกกันด้วย”นัทธีหรี่ตาลง
การตรวจทั้งสองครั้ง เขาไม่เพียงแค่ตรวจของตัวเองกับอารัณ ของไอริณเขาก็ตรวจด้วย ผลที่ออกมาก็ระบุว่าไม่ใช่ลูกของเขา
แต่ตอนนี้ทางโรงพยาบาลกลับบอกเขาว่า ไอริณน่าจะเป็นลูกสาวแท้ๆของเขา นี่มันหมายความว่ายังไง
มันหมายความว่าการตรวจที่ผ่านมาทั้งสามครั้งนั้น มีปัญหา
“พิชิต การตรวจสองครั้งของฉัน นายเป็นคนตรวจให้ ฉันอยากรู้ ว่านายทำมันขึ้นมาตบตาฉันใช่ไหม ? ”นัทธีเงยหน้าขึ้นแล้วจับจ้องมองไปที่พิชิต สายตาเฉียบคม ราวกับจะมองคนให้ทะลุได้
“ฉันไม่ทำอะไรแบบนั้นแน่นอน” พิชิตขมวดคิ้วแล้วตอบกลับทันที“ตอนที่ฉันทำการตรวจให้ ไม่ได้หลอกอะไรนาย และไม่ได้เล่นตุกติกอะไรด้วย ”
ดังนั้นนี่จึงเป็นสิ่งที่เขาคิดไม่ตก
การตรวจดีเอ็นเอของเขา ไม่มีทางเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้แน่ ผลของยีนสามตัว ไม่มีความสัมพันธ์กันในสายเลือด
แต่ตอนนี้ภาวะเม็ดเลือดแดงแตกของไอริณทำให้เขาเข้าใจว่า ระหว่างไอริณกับนัทธีไม่มีความสัมพันธ์กันทางสายเลือดนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย
ดังนั้น เกิดอะไรขึ้นกับเรื่องทั้งหมด ?
เมื่อเห็นว่าพิชิตไม่ได้พูดโกหก นัทธีก็เงียบไปชั่วครู่ แล้วจึงพูดขึ้นว่า“นายไม่ได้เล่นตุกติก ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคนทำ แต่ผลตรวจจะมีใครทำอะไรกับมันหรือไม่ รอผลของทางนี้ออกก็รู้”
หลังจากที่พูดจบ เขาก็หลุบตาลง และไม่ได้พูดอะไรอีก
พิชิตมองดูสองมือที่ประสานกันแน่นของเขา รู้ว่าเขาในตอนนี้กำลังประหม่า
ตื่นเต้นกับผลการตรวจที่กำลังจะรู้งั้นเหรอ ?
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...