วารุณีได้ยินชายหนุ่มไม่พอใจ ก็ปิดปากหัวเราะขึ้นมา “เอาล่ะค่ะ ฉันพูดแบบนี้กับคุณนี่แหล่ะ รีบไปพักผ่อนนะคะ คุณอายุสามสิบกว่าแล้ว ถ้าไม่รักษาดูแลสุขภาพ ถ้าหากวันไหนล้มไป ฉันกับลูกๆสองคนจะทำยังไง ไม่แน่นะคะว่าฉันจะพาลูกทั้งสองคนไปแต่งงานใหม่จริงๆก็ได้”
“คุณกล้า!” เสียงกังวานของนัทธีสูงขึ้น
วารุณีหัวเราะอย่างมีความสุขมากกว่าเดิม “คุณก็ดูสิคะว่าฉันจะกล้าหรือเปล่า?”
นัทธีเม้มปากเป็นเส้นตรงเส้นเดียว “คุณไม่มีโอกาสนั้นหรอก คุณเป็นของผมเท่านั้น”
“โอเคค่ะๆ ถ้าอย่างนั้นรีบไปพักผ่อนเถอะ ฉันเองก็คงต้องออกไปแข่งแล้ว แล้วเดี๋ยวก็ต้องไปรับศรัณย์อีก” วารุณีดูเวลาแล้วเอ่ยขึ้น
นัทธีตอบรับ “ครับ”
การคุยโทรศัพท์สิ้นสุดลง เขาวางโทรศัพท์มือถือ มองดูเอกสารตรงหน้าที่ยังจัดการไม่เสร็จ หลังจากที่เงียบไปไม่กี่วินาทีนั้น ในที่สุดก็ผลักไปทางด้านข้างแล้วลุกขึ้นยืน
ประโยคนั้นที่ว่าอายุสามสิบกว่าแล้วของวารุณี ทำให้เขารู้สึกเจ็บ
นอกจากนี้แล้ว ยังมีประโยคนั้นที่ว่าตายขึ้นมากะทันหัน แล้วจะพาลูกทั้งสองคนไปแต่งงานใหม่อีก ให้เด็กๆทั้งสองคนเรียกผู้ชายคนอื่นว่าพ่อ ยิ่งทำให้เขาโมโห
ฮึ่ย พักผ่อนก็พักผ่อน เขาจะไม่ให้โอกาสเธอได้ไปแต่งงานใหม่หรอก
นัทธีนวดคิ้ว แล้วเดินไปยังห้องของตัวเอง
ที่ต่างประเทศ วารุณีวางโทรศัพท์มือถือลงแล้วหัวเราะ “คนโง่”
เธอพอจะนึกออกถึงท่าทางของนัทธีที่อยู่ทางปลายสายในเวลานี้ จะต้องไปพักผ่อนอย่างว่าง่ายอย่างแน่นอน
อย่ามองว่าท่าทางภายนอกของเขาดูสูงส่งและเย่อหยิ่ง แต่หลังจากที่ได้มาเข้าใจเข้าจริงๆแล้ว จะพบว่าเขาก็มีความคิดเหมือนเด็ก แล้วก็เอาจริงเอาจังมากด้วย หรือแม้กระทั่งดูขี้งอนอยู่บ้างเสียด้วยซ้ำ
เธอคิดว่า ความจริงแล้วนั่นคงจะเป็นนิสัยที่แท้จริงของเขา เพียงแต่ได้รับการศึกษาที่ยอดเยี่ยมมาตั้งแต่เด็ก จึงเคยชินที่จะซ่อนนิสัยที่แท้จริงเอาไว้ภายใต้ความเย็นชาที่แสดงออกมาภายนอก มีเพียงแค่คนที่ใกล้ชิดที่สุดเท่านั้นถึงจะเปิดเผยออกมาให้เห็น
ส่วนเธอ ก็คือคนที่ใกล้ชิดมากที่สุดคนนั้น
หลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว วารุณีก็ส่งลูกทั้งสองคนให้กับคนรับใช้ แล้วออกไปเข้าร่วมการแข่งขันกับเชอรีน
ตามจำนวนรอบของการแข่งขันที่นับวันยิ่งมากขึ้น ผู้ได้รับการคัดเลือกที่ตกรอบไปก็ยิ่งมากขึ้น กฎเกณฑ์การแข่งขันก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน
อย่างเช่นการแข่งขันในครั้งนี้ ไม่ใช่การคัดออกสองคนสุดท้ายของกลุ่มไปทีละคน แต่เป็นการคัดออกทั้งกลุ่ม
ดังนั้นการแข่งขันครั้งนี้ เป็นการแข่งขันแบบทีม และกฎเกณฑ์การแข่งขันก็แปลกประหลาดมากเช่นกัน ทางผู้จัดได้จัดนางแบบที่มีรูปร่างที่ไม่สมบูรณ์ แล้วแบ่งไปให้กับแต่ละทีม ให้สองสามทีมนั้นออกแบบเสื้อผ้าให้กับนางแบบของกลุ่มตัวเอง เพื่อบดบังข้อบกพร่องของรูปร่างของนางแบบเหล่านี้ แล้วแสดงถึงจุดเด่นของพวกเธอออกมาทั้งหมด
นั่นก็คือ การแข่งขันครั้งนี้ นางแบบอย่างพวกเชอรีนนั้นถอนตัวออกไปก่อนเป็นการชั่วคาว ไม่ต้องเดินแบบแล้ว
เชอรีนมาข้างๆวารุณี “วารุณี การแข่งขันครั้งนี้ยากเกินไปแล้วหรือเปล่า”
วารุณีพยักหน้าลง “จริงๆนั่นแหล่ะ การแข่งขันครั้งนี้ไม่มีการกำหนดหัวข้อ ให้นักออกแบบได้แสดงความสามารถตามนางแบบที่ได้แบ่งไปให้ เพราะฉะนั้นเสื้อผ้าที่ออกแบบมา สไตล์ก็จะแปลกพิลึก ไม่สามารถทำให้ตรงกันได้ ถึงตอนนั้นถ้าหากผลงานของนักออกแบบเหล่านั้นไม่เหมาะสมกับนางแบบคนนั้นก็จะถูกหักคะแนน หลังจากนั้นก็จะดึงคะแนนของกลุ่มลงด้วย”
ถึงอย่างไรนักออกแบบก็มีรสนิยมที่สูงมากอยู่แล้ว พวกเขามีความภูมิใจเป็นของตัวเอง ออกแบบเสื้อผ้า ก็ไม่เคยพิจารณาถึงคนที่รูปร่างพิการจะไม่สามารถสวมใส่ได้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว แม้กระทั่งพวกเขาเองก็ไม่หวังที่จะเห็นผลงานของตัวเองถูกคนเหล่านั้นสวมใส่อยู่บนร่างกายด้วยเช่นกัน
เนื่องจากจะเป็นการทำลายเสื้อผ้า และที่สำคัญที่สุดคือ สังคมภายนอกก็จะหัวเราะเยาะเสื้อผ้าของพวกเขาด้วยที่ได้สวมใส่อยู่บนร่างของคนแบบนั้น ซึ่งเป็นการดึงระดับของพวกเขาให้ต่ำลงมากจริงๆ
ดังนั้นนักออกแบบในโลกนี้ ส่วนมาก จะไม่เคยออกแบบเสื้อผ้าให้กับคนที่มีรูปร่างที่พิการ ส่วนตอนนี้ปรากฏเกณฑ์ในการแข่งขันแบบนี้ขึ้น นักออกแบบหลายๆคนที่พากันขมวดคิ้ว เกิดความลำบากใจขึ้นมา
แม้แต่วารุณีเองก็ไม่เคยออกแบบให้กับคนที่มีรูปร่างพิการเหล่านี้ด้วยเช่นกัน รวมทั้งอาจารย์ของเธอด้วย อาจารย์เมอร์เซเดอเองก็เหมือนกัน
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...