พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ นิยาย บท 518

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ๆ เขาก็ถามด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งว่า“แกไม่ได้โกหกฉันใช่ไหม ? ”

“คุณกำลังจะตายแบบนี้ ทำไมฉันต้องโกหกคุณด้วย? ”วารุณีหัวเราะเบาๆ

สุภัทรเอามือปิดตา“ แกรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“รู้นานแล้ว แต่เพิ่งได้รับการยืนยันเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนที่จะแต่งงานกับนัทธี ฉันไปเจอปวิชกับขยานีที่สถานีโทรทัศน์ ได้ยินพวกเขาคุยกันเรื่องของพิชญา บอกว่าพิชญาเป็นลูกสาวของพวกเขา ตอนนั้นฉันไม่ได้เชื่อมันทั้งหมด จนเมื่อเร็วๆนี้ ฉันเห็นผลเลือดของพิชญา จากนั้นก็ได้ตรวจดีเอ็นเอของพิชญากับปวิช”

คำพูดต่อจากนี้ วารุณีไม่ได้พูดมันต่อ เพราะมันไม่จำเป็น

จู่ๆสุภัทรก็หัวเราะออกมา เสียงหัวเราะเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยตนเองและความเศร้าเสียใจ“น่าขำ ช่างน่าขำจริงๆ ไม่คิดว่าชีวิตของนายสุภัทร ก็จะมองคนพลาดได้ เอาลูกชู้มาเป็นลูกตัวเองแล้วฟูมฟักอยู่ยี่สิบกว่าปี ”

อันที่จริงแล้วตั้งแต่ทีแรกเลย เขาก็ไม่ได้รักใคร่อะไรพิชญาขนาดนั้น เพราะพิชญาเป็นลูกนอกสมรสของเขา เขาเป็นผู้ชายหัวโบราณมีความคิดว่าผู้ชายนั้นเหนือกว่าผู้หญิง ก็จึงไม่เห็นคุณค่าของลูกนอกสมรสเท่าไร ต่อให้ลูกคนนั้นจะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเองก็ตาม

แต่พิชญาเป็นคนปากหวาน อ้อนเก่ง ไม่เหมือนวารุณีกับศรัณย์ ตั้งแต่เด็กวารุณีก็ถูกวรยาเลี้ยงในแบบกุลสตรี ไม่เหมือนพิชญาที่คอยแต่ตามติดคนเป็นพ่ออย่างเขาแจ และยิ่งไม่มีการออดอ้อนเอาใจคนเป็นพ่ออย่างเขา กับศรัณย์เองก็เจ็บออดๆแอดๆอยู่ตลอด อะไรนิดหน่อยก็ต้องเข้าโรงพยาบาลแล้ว เขาก็จึงยิ่งไม่อยากเข้าใกล้

ดังนั้นเมื่อนานวันเข้า เขาก็จึงยิ่งรักพิชญามากขึ้น เพราะถ้าเทียบกับวารุณีและศรัณย์ที่เอาแต่ร้องหาคนเป็นแม่อย่างวรยาแล้ว เขาก็ย่อมต้องรักและเอ็นดูพิชญาที่เข้าหาคนเป็นพ่ออย่างเขามากกว่า

แต่ที่คิดไม่ถึงก็คือ ลูกสาวที่เขารักนักรักหนามากว่ายี่สิบปี กลับไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆของเขา

เขาเลี้ยงลูกชู้มายี่สิบกว่าปี เพื่อลูกชู้คนนี้แล้ว เขาถึงกับไล่ลูกแท้ๆสองคนของตัวเองออกจากบ้านไป

ฮ่าๆ ยังมีเรื่องที่น่าขำ และที่น่าหัวเราะเยาะกว่านี้อีกไหม ?

“ฉันมันโง่ ฉันมันงี่เง่าจริงๆ!”สุภัทรด่าตัวเองแล้วทุบไปที่หน้าอกของตัวเอง

วารุณีกลับหัวเราะออกมา “คุณมันโง่จริงๆ คุณคิดว่าคุณสวมเขาให้แม่ฉันมายี่สิบกว่าปี แทบไม่รู้ตัวว่าก็มีคนอื่นสวมเขาให้คุณมายี่สิบกว่าปีเช่นกัน ในขณะที่คุณไล่พวกเราออกจากบ้านเพราะขยานีกับพิชญา ไม่แน่ว่าขยานีกับปวิชก็คงหัวเราะเยาะคุณอยู่ข้างหลังที่ตัดหนทางของตัวเอง ดังนั้นไม่เรียกโง่แล้วจะเรียกอะไรได้อีก”

สุภัทรไม่ได้พูดตอบ

เขาจะพูดอะไรได้อีก?

ที่เธอพูดมันถูกทุกอย่าง เขามันโง่ ไล่ลูกแท้ๆของตัวเองออกจากบ้าน ทำร้ายจิตใจของคนเป็นลูก ไม่ใช่การฆ่าตัวเองหรอกเหรอ ?

“แล้วก็ ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง”เมื่อวารุณีเห็นเขายังไม่อกแตกตาย ก็จึงคิดว่าจะบอกทุกอย่างให้เขาได้รู้ เพราะดูจากสภาพเขาแล้ว เขาน่าจะยังรับมันได้อีก

“อันที่จริงแล้วคุณยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกสิบปีหรือยี่สิบปีนะ ”วารุณีมองไปยังสุภัทร

เหมือนสุภัทรจะคิดอะไรขึ้นมาได้ ร่างทั้งร่างก็สั่นเทิ้มขึ้นมา“แก......ฉัน......”

ราวกับรู้ว่าเขาอยากจะพูดอะไร มุมปากวารุณียกหยัก“ขยานีคงไม่ต้องการที่จะทนอยู่กับคุณอีกต่อไปแล้ว เธอร่วมมือกับปวิชวางยาคุณ อยากให้คุณตายไปอย่างเงียบๆ หากเป็นแบบนี้ ทรัพย์สมบัติของคุณก็ย่อมต้องตกเป็นของคู่สมรสอย่างขยานีไปโดยปริยาย ดังนั้นตอนนี้คุณเข้าใจหรือยัง ว่าทำไมจู่ๆคุณถึงได้ล้มป่วยอย่างกะทันหัน ? และเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว?”

ดวงตาของสุภัทรจ้องเขม็งไปที่เพดาน ราวกับบนเพดานมีขยานียังไงอย่างนั้น

“นังงูพิษ นังอสรพิษ !”

ที่แท้เขาไม่ได้ป่วย แต่เพราะถูกวางยา

เป็นขยานีที่ต้องการชีวิตของเขา

ผู้หญิงคนนี้ ไม่เพียงสวมเขาให้เขามานานกว่ายี่สิบปี ยังเอาลูกชู้มาให้เขาเลี้ยงดูนานกว่ายี่สิบปีด้วย ตอนนี้ก็ยังอยากจะฆ่าเขาอีก

ในตอนนี้เอง สุภัทรก็ทั้งโกรธและเสียใจ และยังหวาดกลัวมากด้วย

ใช่ เขาหวาดกลัว

ที่แท้คนที่ร่วมเตียงเคียงหมอนกับเขา ก็ช่างใจดำอำมหิตแบบนี้ และเขาเองก็อยู่กินกับงูพิษนี้มานานกว่ายี่สิบปี

แม้เขาจะไม่ได้รักขยานีมากมายอะไรนัก แต่เวลาก็เนิ่นนานมาจนป่านนี้แล้ว เขาก็เห็นขยานีเป็นเหมือนคนใกล้ชิดสนิทคนหนึ่งไปแล้ว

เขายังเคยคิด ว่าขยานีอายุอ่อนกว่าเขาสิบปี ยังไงก็ต้องตายหลังเขาแน่นอน หากเขาตายแล้ว ต่อไปไม่มีคนดูแลเธอ ก่อนที่เขาจะตายจะจัดแจงเรื่องบ้านพักคนชราให้เธอเอาไว้ให้เรียบร้อย ไม่ทิ้งเธอไว้โดยไร้คนดูแล

แต่เธอกลับ......

สุภัทรทุบไปที่หน้าอกตัวเอง “เวรกรรม กรรมตามสนองแล้ว!ฮ่าฮ่าๆๆ......”

หัวเราะและร้องไห้อยู่อย่างนั้น สุดท้ายก็เงียบไป

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ