วารุณีมองดูแววตาที่มุ่งมั่นของชายหนุ่ม ก็ขำพรืดออกมาทันที “จำคำพูดของคุณเอาไว้นะ”
“แน่นอน”นัทธีกอดเธอแน่น
วารุณีก็ยกมือขึ้น แล้วโอบไปที่เอวของชายหนุ่มด้วยเช่นกัน
ศรัณย์ที่อยู่ข้างๆเมื่อเห็นพี่สาวกับพี่เขยพลอดรักกัน มุมปากก็ยกหยักขึ้น
อะไรกัน นี่จะรังแกคนโสดอย่างเขาเหรอ ?
ไม่นาน หมอก็เดินออกมาจากห้องพักผู้ป่วยของสุภัทร
วารุณีคลายมือออกจากนัทธี แล้วเดินเข้าไปถาม “หมอ เขาเป็นยังไงบ้างคะ ? ”
“ผู้ป่วยได้รับความกระทบกระเทือนใจเป็นอย่างมาก อาการไม่สู้ดีเท่าไร ก่อนหน้านั้นผู้ป่วยยังอยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ แต่เมื่อครู่ผมได้ทำการตรวจและวินิจฉัย พบว่าการอยากมีชีวิตอยู่ต่อของผู้ป่วย แทบไม่เหลือเลย ดูท่าคงจะมีเวลาแค่เพียงเท่านี้แล้ว”หมอถอนหายใจแล้วตอบกลับ
เมื่อวารุณีได้ยิน ก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอะไร
เธอบอกเล่าเรื่องราวต่างๆกับสุภัทร หากสุภัทรยังคิดอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อ จิตใจก็แกร่งมากแล้ว
ไม่อยากมีชีวิตอยู่ นับว่าเป็นเรื่องปรกติ
เพราะสุภัทรรู้แล้วว่าตัวเองนั้นล้มเหลวแค่ไหน กับสุภัทรที่เป็นคนมีความมั่นใจในตัวเองสูงแบบนี้ ก็คงไม่มีหน้าอยู่ต่อไปได้อีก
“ทราบแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะคุณหมอ”วารุณีโค้งคำนับให้กับหมอเล็กน้อย
หมอโบกมือกลับ จากนั้นก็เดินจากไป
นัทธีมองดูวารุณี“หมอบอกสุภัทรคงมีเวลาแค่นี้ คุณอยากอยู่ที่นี่ไปก่อนไหม ? หากคุณอยากรอให้สุภัทรหมดลมหายใจก่อนแล้วค่อยกลับไปเข้าร่วมแข่งขัน ผมคุยกับทางผู้จัดการแข่งขันได้นะ ให้เขาพักการแข่งขันชั่วคราวไว้ก่อน ”
“ทำได้จริงๆเหรอคะ?”วารุณีเกิดความสนใจขึ้นมาเล็กน้อย
เธอเคยพูด ว่าสุภัทรมีส่วนให้พวกเธอได้เกิดมาบนโลกใบนี้ ในฐานะของคนเป็นลูก ก็จะรอส่งสุภัทรในลมหายใจสุดท้ายเช่นกัน
เพราะว่า ยังไงเขาก็เป็นพ่อของพวกเธอ
เธอไม่อยากจะผิดคำพูด
“ได้สิ งานแฟชั่นวีคประจำปีก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น นักออกแบบหลายคนก็คงอยากจะเข้าร่วม พักการแข่งขันไว้ก่อนแล้วเข้าร่วมงานแฟชั่นวีค คิดว่าพวกเขาก็น่าจะตอบตกลง ”นัทธีพยักหน้าและกล่าว
มุมปากวารุณียกหยัก “ ก็ได้ค่ะ งั้นรบกวนคุณแล้วนัทธี ”
“ไม่เป็นไร แล้วเราล่ะ?”นัทธีหันมองไปยังศรัณย์ที่อยู่ข้างๆ
ศรัณย์ยกยิ้ม “ผมก็ขออยู่ที่นี่ก่อน คอยดูสุภัทรด้วย เดี๋ยวผมจะลากับอาจารย์เอง”
นัทธีตอบอืมกลับมาคำหนึ่ง และไม่ได้ถามต่อ
หลังจากนั้น ทั้งสามคนก็ออกจากโรงพยาบาล แล้วกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลไชยรัตน์
ในช่วงค่ำ หลังจากทานอาหารมื้อค่ำเสร็จ วารุณีก็ได้รับสายจากทางโรงพยาบาล
จะพูดให้ถูก ต้องบอกว่าสุภัทรเป็นคนโทรมา
ช่วงบ่ายหลังจากที่สุภัทรฟื้น ก็ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง อัมพาต ร่างกายขยับเคลื่อนไหวไม่ได้เลย
ดังนั้นสุภัทรจึงได้ให้พยาบาลที่อยู่เวร ช่วยโทรหาวารุณีแทนเขา
“วารุณี”เสียงของสุภัทรดังขึ้น เทียบกับเมื่อตอนกลางวันแล้ว ก็ฟังดูอ่อนแรงลงมาก สองคำนี้ ก็เหมือนอ้าปากพะงาบออกมา
ในตอนนี้เอง วารุณีก็สัมผัสได้ ว่าเขาแก่มากแล้ว และใกล้จะไม่ไหวแล้ว
“มีธุระอะไรเหรอคะ?”วารุณีระงับความขมขื่นที่มีในใจ พยายามควบคุมเสียงให้เย็นชาแล้วถามออกไป
สุภัทรหลับตาลง“ ฉันอยากจะพูดขอโทษแกกับศรัณย์ ”
“ขอโทษ?”วารุณีหรี่ตาลง
สุภัทรถอนหายใจ “ใช่ ขอโทษ ฉันไม่ใช่พ่อที่ดี ฉันขอโทษแกกับน้องแกด้วย และขอโทษแม่แกด้วย ”
“ดังนั้นที่คุณโทรมาในตอนนี้ ก็เพื่ออยากจะบอกว่าคุณสำนึกผิดแล้ว เลยโทรมาขอโทษพวกเรา ? น่าเสียดาย ที่แม่ฉันตายไปแล้ว คำขอโทษของคุณท่านไม่ได้ยินหรอก!”วารุณีพูดเย้ยหยัน
สุภัทรนิ่งเงียบไปชั่วขณะ “ไม่ใช่ ฉันไม่ใช่แค่อยากจะโทรมาพูดขอโทษ แต่ฉันยังมีอีกเรื่องที่อยากจะบอกแกด้วย ”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...