“คุณมาได้ไงคะ” เมื่อผู้ชายคนนั้นเดินเข้ามาถึง วารุณีจึงเอ่ยถามขึ้น
นัทธีอมยิ้ม “ผมไปรับคุณที่บริษัท แต่คุณไม่อยู่และผมก็ติดต่อคุณไม่ได้ ผมเลยให้อารัณหาตำแหน่งของคุณจากเบอร์มือถือ คิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะอยู่ที่นี่”
“ขอโทษด้วยนะคะ ที่นี่สัญญาณโทรศัพท์ไม่ดี คุณเลยโทรมาไม่ติด” วารุณีหยิบมือถือออกมาแล้วกล่าวอย่างรู้สึกผิด
นัทธีเชิดคางขึ้นเล็กน้อย “ผมรู้ ว่าแต่คุณมาหาขยานีเหรอ”
“ค่ะ เธออยากพบฉัน ฉันเลยแวะมาสักหน่อย” วารุณีพยักหน้า
“จะกลับรึยัง” นัทธีถามขึ้นอีก
วารุณีตอบตกลง
นัทธีไม่ได้ถามเธอว่ามาคุยอะไรกับขยานี เพราะเขาไม่อยากรู้ ได้แต่โอบเอวของเธอแล้วพาเธอเดินไปที่รถ
ปาจรีย์เรียกคนทั้งสอง “ประธานนัทธี วารุณี ฉันไม่ไปกับพวกคุณแล้วนะคะ ไม่รบกวนแล้วค่ะ”
นัทธีส่งสายตา “รู้งานดีมาก” กลับไปให้เธอ
วารุณีเห็นอย่างนั้นก็ไม่รู้จะยิ้มหรือร้องไห้ดี ได้แต่หยิบกุญแจรถออกมาจากกระเป๋าแล้วส่งให้ปาจรีย์ “ขับรถฉันกลับไปละกัน”
“โอเค” ปาจรีย์รับกุญแจมาพร้อมรอยยิ้มและพยักหน้า
จากนั้นวารุณีกับนัทธีก็ขับรถออกไป
ระหว่างทาง วารุณีหันไปมองเขา “คุณมาหาฉันที่บริษัทมีเรื่องอะไรรึเปล่าคะ”
“อ่อ วันนี้เป็นวันไหว้ไงล่ะ ผมจะพาคุณไปไหว้บรรพบุรุษน่ะ” นัทธีตอบ
วารุณีตบหน้าผากตัวเอง “ฉันนึกออกแล้ว เมื่อวานป้าส้มบอกฉันแล้ว แต่ฉันดันลืมซะได้ ขอโทษด้วยนะคะ ฉัน......”
“ไม่เป็นไร นี่ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร เป็นแค่การพิธีเล็กๆ ไม่ใช่พิธีใหญ่ จริงๆ ไม่ไปยังได้เลย อีกอย่างผมก็มารับคุณแล้วนี่ไง” นัทธีตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
วารุณีเสยผม “ขอบคุณค่ะ”
“พวกเราไปที่คฤหาสน์ไชยรัตน์กันเถอะ อารัณกับไอริณล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ป้าส้มกับมารุตคอยอยู่ดูแลเด็กๆ อยู่ที่นั่น” นัทธีกล่าว
วารุณีได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้ารับรู้
ผ่านไปรวดเร็ว ก็มาถังคฤหาสน์ไชยรัตน์
เมื่อเด็กทั้งสองได้ยินเสียงรถก็รีบวิ่งออกมาจากด้านในเพื่อมาหาคนทั้งสอง “ปะป๊า หม่ามี๊ ถึงแล้วหรอฮะ”
นัทธีก้มลงไปอุ้มไอริณ “เป็นเด็กดีรึเปล่า”
“เป็นค่ะ ไอริณเป็นเด็กดี คุณย่าส้มไม่ให้พวกเราวิ่งเกะกะ พวกเราก็ไม่วิ่ง ปะป๊า หนูเก่งไหมคะ” ไอริณยิ้มสดใสให้เขา เผยให้เห็นฟันกระต่ายที่ทั้งน่ารักและน่าขำ
นัทธีหอมแก้มเธอหนึ่งที “อื้ม ไอริณเก่งมากเลย”
“ฮ่าๆๆ” ไอริณกอดคอนักทธีเอาไว้แล้วยิ้มอย่างร่าเริง
เวลาผ่านมาหลายวันแล้ว ไอริณอาการดีขึ้นไม่น้อยแล้ว นอกจากแขนที่ยังยืดไม่ได้มากนัก รอยแผลบนศีรษะแห้งไปแล้ว จึงสามารถกลับมาวิ่งเล่นได้เหมือนเดิมแล้ว
ช่วงเวลาเช่นนี้คือช่วงเวลาที่วารุณีมีความสุขที่สุด
“เอาล่ะ เข้าไปด้านในกัน” วารุณีจูงมืออารัณแล้วหันไปพูดกับสองพ่อลูกอย่างอบอุ่น
นัทธีเงยหน้า “ไป เข้าไปกันเถอะ”
ทั้งสี่คนเดินเข้าไปยังคฤหาสน์ไชยรัตน์
เมื่อเข้าไปในคฤหาสน์แล้ว ป้าส้มกับมารุตก็ทักทายนัทธี
นัทธีอุ้มไอริณแล้วนั่งลง “ผู้หญิงคนนั้นล่ะ”
วารุณีเองก็ดึงอารัณให้นั่งลงเช่นกัน
เธอรู้ว่าคำว่า “ผู้หญิงคนนั้น” หมายถึงคุณหญิงอัณณ์
แม้ว่าขงเบ้งจะโดนจับไปแล้ว แต่คุณหญิงอัณณ์ยังอยู่
นัทธีได้ตามสืบมาเรียบร้อยแล้วว่า คุณหญิงอัณณ์แค่เลี้ยงลูกสุนัขจิ้งจอกไว้ข้างนอก แต่ไม่ได้ทำเรื่องชั่วร้ายอย่างอื่น และยิ่งไม่ได้ข้องเกี่ยวกับคดีที่ขงเบ้งฆ่าพ่อแม่ของตน
ดังนั้นนัทธีจึงไม่ได้ทำให้เธอลำบากอะไรมาก เพียงแค่กักบริเวณเธอไว้ในคฤหาสน์ไชยรัตน์และห้ามออกไปไหนเท่านั้น
เมื่อขงเบ้งตายไปแล้วเท่านั้น เขาถึงจะปล่อยเธอออกมา
“อยู่ในห้องค่ะ ฉันกลัวว่าเธอจะทำร้ายเด็กสองคน เลยให้บอดี้การ์ดพาเธอกลับเข้าไปในห้อง” ป้าส้มตอบ
นัทธีพยักหน้าเล็กน้อย “ดี”
“พ่อจ๋า พวกเราต้องไปจุดธูปไหว้คุณปู่คุณย่าใช่ไหมคะ” ตอนนั้นเอง ไอริณถามเขาขึ้นมา
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...