“อื้ม นอกจากคนพวกนั้นก็ไม่มีใครแล้ว แต่ว่าเธออย่าถามแล้ว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ เธออย่ารู้จะดีกว่า” วารุณีตบไหล่ของเธอ
เชอรีนพยักหน้า “ฉันรู้แล้ว แต่ว่าเรื่องนี้จะจัดการยังไง?”
นิ้วมือที่สั่นของเธอชี้ไปทางกล่องกระดาษที่อยู่ไม่ไกล
กล่องกระดาษนั้นคว่ำอยู่ หลังจากที่เธอเห็นสิ่งของข้างในแล้ว ได้รับความตกใจจนโยนออกไปแบบนั้น
แต่ว่าโชคดีที่ของด้านในไม่ได้ตกออกมา ไม่เช่นนั้นจะน่าตกใจกว่า
วารุณีมองดูกล่องกระดาษ ขมวดคิ้วแน่น “ให้สาวใช้มาจัดการ และตรวจกล้องวงจรปิดด้วย ดูว่าเป็นใครกันแน่ และนำของมาใส่ในตู้จดหมายเมื่อไหร่”
เชอรีนอื้มไปคำหนึ่ง “ได้ ฉันไปเดี๋ยวนี้เลย”
หลังจากพูดจบ เธอก็เข้าไปในวิลล่าอย่างรวดเร็ว
วารุณีไม่ได้ไป แต่กลับยืนอยู่ที่เดิมมองไปรอบๆ หลังจากที่เห็นว่ารอบๆ ข้างไม่ได้มีจุดน่าสงสัยอะไร จึงจะหันหลังแล้วเดินกลับวิลล่า
ในไม่ช้าสาวใช้ก็จัดการกับพัสดุนี้จนเรียบร้อย ในขณะเดียวกันก็ได้ทำการฆ่าเชื้อทั้งด้านในและด้านนอกของวิลล่า
เชอรีนและวารุณีจึงจะรู้สึกโล่งใจไปที
ขณะนี้ สาวใช้ถือโน้ตบุ๊กเครื่องหนึ่งมา วางลงตรงหน้าของวารุณี “คุณนาย นี่คือกล้องวงจรปิดนอกวิลล่าค่ะ หนูได้เลื่อนออกแล้วค่ะ คุณนายลองดูนะคะ”
วารุณีพยักหน้าเล็กน้อย “ฉันรู้แล้ว เธอไปที่สถานีตำรวจ แล้วแจ้งความเรื่องพัสดุเมื่อกี้หน่อย”
พอเป็นเช่นนี้ หากครั้งหน้ายังมีพนักงานส่งพัสดุแบบนี้มาอีก หลังจากจับคนได้แล้ว โทษของคนคนนั้นก็จะหนักกว่าเดิม
“ได้ค่ะ” สาวใช้ตอบกลับไปประโยคหนึ่ง แล้วไปทำตามคำสั่ง
วารุณีนำโน้ตบุ๊กขยับมายังตรงกลางของตัวเองและเชอรีน จากนั้นจึงจะคลิกเปิดกล้องวงจรปิด
ในกล้องวงจรปิดเห็นเชอรีนพาเด็กสองกลับมาจากสนามบินไม่นาน ก็มีพนักงานส่งพัสดุใส่เสื้อสีฟ้าปรากฏอยู่ในกล้องวงจรปิด
เห็นเพียงแต่พนักงานส่งพัสดุคนนั้นเปิดกล่องจดหมายใหญ่ตรงข้างนอกวิลล่า หยิบพัสดุเมื่อกี้ออกมาจากหลังรถมอเตอร์ไซค์ ใส่เข้าไปในกล่องจดหมาย จากนั้นก็ปิดกล่องจดหมายแล้วจากไป
คลิปมาถึงตรงนี้ก็จบแล้ว
เชอรีนพูดด้วยความสงสัย “ทำไมถึงเป็นพนักงานส่งพัสดุคนนี้”
“เธอรู้จักเขา?” วารุณีมองเธอ
เชอรีนอื้มไปคำหนึ่ง “รู้จัก ฉันจองแฟชั่นรายสัปดาห์ไว้ไม่ใช่เหรอ ในทุกๆ วันจันทร์ เขาจะนำแฟชั่นรายสัปดาห์ของฉันใส่ไว้ในกล่องจดหมาย อีกอย่างเขาก็เป็นคนรับผิดชอบส่งพัสดุในเขตวิลล่านี้ ทำงานที่นี่มาหลายปี พูดตามหลักแล้ว เขาน่าจะไม่ทำเรื่องกลั่นแกล้งแบบนี้”
“ดังนั้นผลลัพธ์ชัดเจนมากแล้ว เขาก็แค่ช่วยส่งพัสดุ แต่ก็ไม่รู้ว่าในพัสดุคือสิ่งของอะไร” วารุณีเม้มปากแล้วพูด
เชอรีนยิ่งสงสัยไปใหญ่ “แต่ว่าบนพัสดุ ต้องมีข้อมูลของผู้ส่งพัสดุ แต่ว่าพัสดุเมื่อกี้ไม่มี เขาก็ช่วยคนอื่นส่งมา เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่านี่ทำผิดกฎ”
“สำหรับจุดนี้เป็นเพราะสาเหตุอะไร เชิญคนมาถามก็ได้แล้ว” วารุณีหรี่ตา
เชอรีนพยักหน้า “พูดถูก ฉันติดต่อกับบริษัทเขาเดี๋ยวนี้เลย ให้เขาเข้ามา”
พูดจบ เชอรีนก็ลุกขึ้นไปคุยโทรศัพท์
เธอพึ่งเดินไป วารุณีก็ได้รับคำเชิญวิดีโอคอลจากนัทธี
เวลานี้ในประเทศน่าจะเที่ยงคือ เขาหาเธอตอนเที่ยงคืน ดูเหมือนว่าเรื่องพัสดุเมื่อกี้ เขาจะรู้แล้ว
ถอนหายใจ วารุณีรับสายวิดีโอคอล
ในวิดีโอคอล ผู้ชายสวมชุดนอนสีดำ พิงอยู่บนหัวเตียงด้วยสีหน้าที่มืดมน เอ่ยปากถามว่า “พัสดุนั้นเกิดอะไรขึ้น?”
“บอดี้การ์ดเป็นคนบอกนายเหรอ?” วารุณีถามกลับไม่ตอบ
นัทธียกคางขึ้น “ใช่”
เขายังหลับอยู่ในฝัน ได้รับโทรศัพท์ที่บอดี้การ์ดโทรมา บอกกับเขาว่า วารุณีได้รับพัสดุที่น่าขยะแขยง ตกใจไปไม่น้อยเลย
ดังนั้น เขาจึงรีบวิดีโอคอลมาถาม
วารุณีนวดระหว่างคิ้ว “มีคนตั้งใจแกล้งฉัน”
“ใคร?” นัทธีขมวดคิ้ว “นิรุตติ์หรือนวิยา?”
เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า เขาคิดไปในทางเดียวกับเธอแล้ว
ต่างก็สงสัยว่าเป็นสองคนนี้
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...