“เรื่องอะไร?”นัทธีขมวดคิ้วและมองไปยังวารุณี
ภายใต้สายตาของผู้ใหญ่จำนวนหนึ่งกับเด็กน้อยอีกสองคน วารุณีก็บอกเล่าเรื่องที่ติ๊นาเตือนให้ฟัง
เชอรีนถึงกับอุทาน“ ดังนั้นวารุณี เธอสงสัยว่านวิยาจะลงมือจัดการกับเธอในรอบชิงชนะเลิศเหรอ?”
“ใช่ เพราะนอกเหนือจากนี้ ฉันนึกความเป็นไปได้อื่นไม่ได้อีก ”วารุณีพยักหน้าและพูดตอบ
ลีน่ามองไปที่เธอ แล้วมองไปที่เชอรีน “ นวิยาเป็นใครเหรอ ?”
“เป็นศัตรูของวารุณี และเป็นผู้หญิงที่ชั่วช้าเลวทรามมากคนหนึ่ง” เชอรีนตอบด้วยความรังเกียจ
ลีน่าพยักหน้าให้เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ“ แบบนี้เองเหรอ ”
“นัทธี คุณคิดว่าอย่างไร”วารุณีมองไปที่นัทธี
นัทธีเม้มริมฝีปากแน่น“ผมจะไปคุยกับทางผู้จัด ให้พวกเขาเฝ้าระวังมากขึ้น แต่ต่อให้จะเป็นแบบนั้น หากมีนักออกแบบคิดที่จะลงมือทำอะไร เราก็ป้องกันไม่ได้ เพราะตอนนี้นอกจากเราจะรู้ว่ามีเจสัน คนหนึ่ง ก็ไม่รู้ว่านักออกแบบคนอื่นๆจะตกปากรับคำด้วยหรือเปล่า ดังนั้นก็ทำได้แค่ป้องกัน และหากทำการป้องกันก็ไม่แน่ว่าจะป้องกันมันได้ทั้งหมด”
“ประธานนัทธีหมายความว่า ต่อให้จะระวังตัวแค่ไหน ก็มีนักออกแบบที่จะหาช่องโหว่เพื่อจัดการกับวารุณีใช่ไหมคะ ?”เชอรีนกล่าวพร้อมมือลูบคางไปมา
นัทธีพยักหน้าให้ “ถูกต้อง ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ คุณแค่ให้ความร่วมมือกับทางผู้จัดในการตรวจสอบ ที่เหลือ ผมจะจัดการแทนคุณเอง”
“ได้ค่ะ”วารุณีพยักหน้า
“ส่วนเจสัน เอาไว้ก่อน ครั้งนี้เราไม่จัดการอะไรกับเขา เขาก็จะได้ใจไม่คิดระวังตัว คิดว่าเราทำอะไรเขาไม่ได้ และเขาก็จะลงมือกับคุณอีก ถึงตอนนั้นเราค่อยจับเขาแบบคาหนังคาเขา ก็ยังดีกว่าจับเขาตอนนี้โดยไม่มีหลักฐานอะไร ”นัทธีหรี่ตาลง และพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือก
ลีน่าปรบมือ “ความคิดนี้ไม่เลว แต่ประธานนัทธี การจะจับเขาให้ได้แบบคาหนังคาเขามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องคอยจับตาดูเขาตลอด ติดตามเขา และต้องรู้ถึงแผนการล่วงหน้าของเขาด้วย”
“เรื่องนี้ไม่ได้ยากสำหรับผม ผมจะจัดการเอง” นัทธีพูดเสียงเรียบ
ลีน่าตบไปที่หน้าผาก“ ใช่ ประธานนัทธีเป็นถึงประธานของบริษัท ไชยรัตน์ กรุ๊ป ดูความจำของฉันสิ เรื่องแค่นี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับประธานนัทธีเลย”
“อารัณ สองวันนี้ มีร่องรอยอะไรของนิรุตติ์จากกล้องวงจรปิดไหม ?”นัทธีมองไปยังเด็กน้อย แล้วถามขึ้น
อารัณส่ายหัว “ไม่มีครับ เหมือนเมื่อก่อน พวกเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่รู้จริงๆว่าพวกเขาไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหน”
“ไม่เป็นไร คอยจับตาดูต่อไป”นัทธีลูบไปที่ศีรษะของเขา
อารัณพยักหน้าให้ แล้วตอบอืมกลับมาคำหนึ่ง
วันรุ่งขึ้น วารุณีและลีน่าพร้อมด้วยเชอรีนทั้งสามคนไปยังตลาดพลอย เพื่อหาซื้อหินออบซิเดียน
นัทธีกับเด็กทั้งสองคนไม่ได้ตามไปด้วย
นัทธีมีประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ หากพาเด็กๆไปด้วย วารุณีกลัวมีคนตามไปเยอะเกินไป ดูแลกันไม่สะดวก ก็จึงปล่อยให้อยู่ที่บ้าน
“วารุณี เธอดูหินออบซิเดียนนี่สิเป็นยังไง?”เชอรีนถามแล้วชี้ไปที่หินออบซิเดียนในร้านที่มีขนาดเท่าลูกบาสเกตบอล
วารุณีเดินเข้าไปดูใกล้ๆ แล้วส่ายหัว“ฉันดูไม่เป็น ให้ลีน่ามาดูเองดีกว่า ”
พูดจบ ลีน่าก็เดินเข้ามาหา “เกิดอะไรขึ้น?”
“จะให้เธอมาลองดูหินออบซิเดียนนี้”วารุณีพูดด้วยรอยยิ้ม
ลีน่าหันมองดู และส่ายหัว “ชิ้นนี้ยังดำไม่พอ หินออบซิเดียนก็มีหลายชนิด อันที่ดี และมีค่ามีราคา คือหินออบซิเดียนที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ”
“ดังนั้นที่เราจะซื้อก็คือหินออบซิเดียนจากภูเขาไฟ?”เชอรีนกะพริบตาปริบๆ
ลีน่าพยักหน้าให้“ ใช่ แต่ดูเหมือนว่าร้านนี้จะไม่มี เราไปดูร้านอื่นกันเถอะ”
ทั้งสามคนเดินออกจากร้านขายพลอยดิบ แล้วไปยังอีกร้านหนึ่ง
ถนนสายนี้ ขายแต่พลอยดิบ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีร้านให้เดินเลือกซื้อ
เดินเข้าออกร้านแล้วร้านเล่า ลีน่าก็เลือกหินออบซิเดียนที่ถูกใจไม่ได้ หินออบซิเดียนจากภูเขาไฟมีไม่มาก การขุดของทุกปีก็มีจำนวนจำกัด หากจะหาซื้อหินออบซิเดียนแบบที่วาดหวังได้ ก็ต้องพึ่งโชคแล้วเท่านั้น
“ยังมีอีกสองร้านสุดท้าย หากสองร้านนี้ไม่มี ฉันคงต้องไปถามรุ่นพี่และอาจารย์แล้วล่ะ ”ลีน่าพูดแล้วคลึงไปที่ขมับ
วารุณีพยักหน้า “เข้าไปดูข้างในกันเถอะ”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...