“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้มีรถหรูมากันเยอะขนาดนี้ ? ”
“ไม่รู้เหมือนกัน เดาว่าคงมีคนร่ำรวยที่ไหนสนใจพื้นที่ในหมู่บ้านของเรา อยากซื้อไว้แล้วพัฒนาทำเป็นบ้านไร่รีสอร์ต ก่อนหน้านั้นที่หมู่บ้านสตาร์เรดก็เป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอ ? รื้อถอนทั้งหมู่บ้าน น่าอิจฉาพวกเขาจะตาย ”
“อาจจะมาท่องเที่ยวกันก็ได้ เพราะว่าบรรยากาศและทิวทัศน์ในหมู่บ้านของเราก็สวยงามมาก”
“คนรวยมาเที่ยวชนบทที่ทุรกันดารของพวกเรา ? สมองมีปัญหาแล้วมั้ง ?”
มารุตลงจากรถก่อน ได้ยินการสนทนากันของชาวบ้าน ก็ไม่ได้สนใจอะไร เดินตรงไปยังรถลีมูซีนคันกลาง แล้วเปิดประตูออก
“คุณผู้หญิง ถึงแล้วครับ ลงรถกันเถอะครับ”มารุตพูดอย่างสุภาพ
วารุณีตอบอืมกลับมาคำหนึ่ง วางมือลงบนมือของเขา ภายใต้การประคองของเขาและลงจากรถไป
“บ้านของจุ๊บแจงอยู่ไหนเหรอ ? ”เมื่อวารุณียืนนิ่งแล้ว ก็ดึงมือกลับแล้วถาม
มารุตปิดประตูรถ “อยู่ด้านหน้าครับ ต้องเดินเข้าไปอีกประมาณสองนาที”
“อ๋อได้”วารุณีพยักหน้า
จากนั้นมารุตก็เดินนำ อยู่ทางด้านหน้า และวารุณีก็เดินตามหลังเขา
ส่วนทางข้างหลังเธอ ก็มีบอดี้การ์ดอีกจำนวนหนึ่งและเหล่าทีมแพทย์ รวมๆกันแล้วก็เป็นกลุ่มคนขนาดใหญ่ ดูแล้วสะดุดตามาก
และชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งก็เดินตามอยู่ไม่ไกล อยากดูว่าคนรวยเหล่านี้จะไปที่ไหนกัน
ตามอยู่ไม่นาน ชาวบ้านก็รู้จุดหมายปลายทางของวารุณีและพวก นั้นคือบ้านของยัยสาวตระกูลจิรดำรงค์
เพราะคนรวยเหล่านี้ หยุดลงตรงที่ประตูหน้าบ้านของยัยสาวตระกูลจิรดำรงค์
“พวกแกคิดว่า พวกเขามาที่บ้านของยัยสาวตระกูลจิรดำรงค์กันทำไม ?”
“ไม่รู้เหมือนกัน หรือยัยสาวตระกูลจิรดำรงค์นั้นจะเป็นลูกคนรวย ดังนั้นพวกเขาก็เลยมารับตัวยัยสาวตระกูลจิรดำรงค์กลับไป ที่ในละครทีวีก็มีให้เห็นกันอยู่บ่อยๆไม่ใช่เหรอ ?”
“จะบ้าเหรอ บรรพบุรุษของยัยสาวตระกูลจิรดำรงค์ล้วนอาศัยอยู่ที่นี่มาชั่วอายุคนแล้ว ยัยสาวตระกูลจิรดำรงค์หน้าตาก็เหมือนพ่อแม่ซะขนาดนั้น จะไปเป็นลูกคนรวยได้ยังไง ให้ฉันเดานะ คนพวกนี้มาที่บ้านของยัยสาวตระกูลจิรดำรงค์เพราะชายหนุ่มที่เธอพามาด้วยแน่ๆ ”
แม้การพูดคุยของชาวบ้านจะไม่ได้ดังมาก แต่ทุกอย่างก็เข้าหูของวารุณี
วารุณีเห็นประตูที่ถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนา ก็รู้ว่าเจ้าของบ้านไม่อยู่ และไม่เป็นการสมควรหากจะงัดมันเข้าไป เธอจึงหันหลังแล้วเดินไปหาชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้น
หลังจากที่เข้ามาใกล้ ชาวบ้านต่างก็เห็นใบหน้าของเธอ พากันสูดหายใจเข้าลึก อึ้งไปชั่วครู่จากนั้นก็กลับมาได้สติ
“แม่เจ้า ผู้หญิงคนนี้สวยจริงๆ ดาราที่อยู่ในจอทีวียังไม่มีใครสวยเท่าเลยมั้งนี่?” มีป้าคนหนึ่งอุทานออกมา
คนอื่นๆก็พากันพยักหน้าตาม
ทันทีที่วารุณีได้ยิน ก็หัวเราะออกมาเสียงเบา “คุณป้าค่ะ เมื่อครู่ป้าบอกว่า เจ้าของบ้านหลังนี้ได้ช่วยชีวิตชายคนหนึ่งเอาไว้ใช่ไหมคะ ? ”
“ใช่ ผู้ชายคนนั้นหน้าตาหล่อเหลามาก ฉันอยู่มานานขนาดนี้ ยังไม่เคยเห็นใครที่หน้าตาดีแบบนี้มาก่อน ไม่รู้ว่ายัยสาวตระกูลจิรดำรงค์ไปพาตัวมาจากที่ไหน เออนี่แม่หนู หนูถามเรื่องนี้ทำไมเหรอ ? พวกหนูคงไม่ได้ มาที่นี่เพราะผู้ชายคนนั้นจริงๆหรอกนะ ”ป้าถาม
ทุกคนต่างก็จ้องมองไปที่วารุณี
วารุณีพยักหน้า “ใช่ค่ะ เขาเป็นสามีของหนู ก่อนหน้านั้นสามีของหนูประสบอุบัติเหตุ และหายตัวไป เราตามหาตัวเขามาโดยตลอด สุดท้ายก็พบว่าเขาได้รับการช่วยเหลือจากผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อจุ๊บแจงพอทราบข่าวเราก็จึงได้รีบตามมา เพื่อมารับตัวเขากลับค่ะ ”
“ผู้ชายคนนั้นเป็นสามีของหนูเหรอ ? ”คุณป้าแปลกใจมากยิ่งขึ้น
วารุณีตอบ “ใช่ค่ะ”
“แล้วทำไมยัยสาวตระกูลจิรดำรงค์ถึงบอกว่าชายหนุ่มคนนั้นเป็นแฟนของเธอล่ะ ? ”ป้าพึมพำ
เมื่อวารุณีได้ยิน รอยยิ้มบนใบหน้าก็จางลง
จุ๊บแจงบอกว่านัทธีเป็นแฟนของเธองั้นเหรอ ?
หรือว่า จุ๊บแจงจะชอบนัทธี ?
แต่เรื่องนั่นก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หน้าตาของนัทธีไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้หญิงสาวตกหลุมรักในครั้งแรกที่เจอได้
หากเป็นแบบนั้น ก็พอจะอธิบายได้ว่าทำไมเมื่อคืนจุ๊บแจงถึงตัดสายเธอ เพราะไม่อยากให้เธอมาพาตัวนัทธีกลับไปนี่เอง
แน่นอนว่า วารุณียังไม่ปักใจเชื่อแบบนั้น ที่ว่าจุ๊บแจง บอกว่านัทธีเป็นแฟนของเธอ ก็จะคิดเอาเองว่าเธอชอบนัทธี
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...