นัทธีได้ยินแล้วก็เห็นด้วย “พี่ชายของหนูพูดถูก ดอกไม้ช่อนั้นไม่ใช่ของที่หนูต้องแย่ง ไม่ต้องคิดเลยนะ โตแล้วก็ไม่ได้เหมือนกัน”
ท่าทางที่เขาเตือนลูกสาวด้วยสีหน้าเข้มงวดแบบนั้น วารุณีเห็นแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้
อย่าคิดว่าเธอไม่รู้นะ พ่อลูกสองคนนี้ ไม่อยากให้ไอริณโตมาแล้วแต่งงาน
ทุกคนต่างก็แย่งกัน สุดท้ายช่อดอกไม้ก็ตกอยู่ในมือของปาจรีย์
เธอก็ไม่คิดเลยว่าสุดท้ายแล้วคนที่ได้ช่อดอกไม้จะเป็นตัวเอง แต่พอเห็นสายตาที่อิจฉาของคนอื่นมองมา เธอก็ตั้งสติแล้วชูช่อดอกไม้ขึ้นให้วารุณีดู จากนั้นก็ยิ้มอย่างดีใจ
วารุณีก็ยิ้มให้กับเธอแล้วพูดว่า “ยินดีด้วยนะ เจ้าสาวคนต่อไป”
“ขอบใจนะ” ปาจรีย์ยิ้มแล้วพยักหน้า
พงศกรที่นั่งอยู่บนที่นั่งได้ยินวารุณีพูดแบบนี้ แล้วมองไปยังใบหน้าที่มีรอยยิ้มสดใสของปาจรีย์ แววตาของเขาก็มืดมนลง
เธออยากเป็นเจ้าสาวขนาดนั้นเลยเหรอ หรือว่ามีแฟนแล้วเหรอ?
คิดได้แบบนี้ พงศกรก็รู้สึกโมโหขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ
แต่เขาก็ไม่ได้จริงจังอะไรมากนัก ไม่นานก็ข่มอารมณ์ไว้ได้ เขาลุกขึ้นแล้วเดินออกจากงานไปเงียบๆ
เพราะคนในงานมีไม่เยอะ วารุณีกับนัทธีก็ยืนอยู่บนที่สูง จึงเห็นตอนที่เขาเดินออกไป
วารุณีมองดูแผ่นหลังของเขาแล้วถอนหายใจเบาๆ
สำหรับพงศกรแล้ว เธอไม่มีอะไรจะพูดจริงๆ
เธอแค่หวังว่า เขาจะปล่อยวางได้เร็วๆ ไม่เสียเวลาที่ตัวเธออีก
และนัทธีก็ลดสายตาลงอย่างเร็ว อนุญาตให้พงศกรเดินออกไป โดยไม่พูดอะไร
พูดตามตรง ถ้าไม่ใช่เพราะพงศกรเคยช่วยวารุณีและเด็กๆสองคนไว้เมื่อห้าปีก่อน งานแต่งนี้ เขาไม่มีทางเชิญพงศกรมาหรอก
ตอนนี้พงศกรจะไป เขาไม่คิดจะชวนพงศกรอยู่ต่อเลย
คนที่เห็นพงศกรเดินออกไปยังมีปาจรีย์ด้วย
เพราะยังไงพงศกรก็เป็นคนที่เธอแอบรักอยู่ เธอก็ต้องสนใจที่ตัวเขาอยู่แล้ว
มองดูแผ่นหลังของเขา แววตาปาจรีย์ก็เป็นประกาย ไม่รู้คิดอะไรอยู่
ไม่นาน พอได้ยินว่าจะถ่ายรูป เธอก็ลดสายตาลง ไม่ไปสนใจพงศกรอีก
งานแต่งจบลงแล้ว
หลังจากที่ส่งแขกกลับไปจนหมด นัทธีกับวารุณีก็นั่งรถกลับคฤหาสน์ตระกูลไชยรัตน์กัน
มารุตก็กลับบริษัท ไชยรัตน์ กรุ๊ป จัดการเรื่องของจุ๊บแจง
ส่วนปาจรีย์เชอรีนและลีน่าสามคน ก็ต่างบอกลากันแล้วค่อยแยกย้าย
เชอรีนไปที่พักของมารุต ลีน่าก็กลับไปพักโรงแรมที่วารุณีเตรียมไว้ให้เธอ
และปาจรีย์ก็ไปตามหาพงศกร
นี่เป็นครั้งที่สองที่เธอไปตามหาเขา
เมื่อกี้ตอนเห็นเขาเดินออกไป เธอรู้สึกไม่สบายใจมาก เลยอยากไปดูหน่อย
แต่ทว่าปาจรีย์ตามหาพงศกรอยู่นานมาก ก็ยังหาตัวเขาไม่เจอ
โรงพยาบาล ที่อยู่ของเขา เธอก็ไปตามหามาหมดแล้ว เขาไม่กลับไปโรงพยาบาลและไม่ได้อยู่ในที่พัก ไม่รู้ว่าไปอยู่ไหนกันแน่
ทำให้ปาจรีย์ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากยิ่งขึ้น
เธอกลัวจริงๆว่า เขาจะถูกกระตุ้นเพราะวารุณีกับประธานนัทธีแต่งงาน แล้วทำอะไรที่ถึงขั้นคอขาดบาดตาย เช่นการฆ่าตัวตาย หรืออาการจิตกำเริบ แล้วไปทำร้ายคนอื่นเข้า
ดังนั้น เธอจะต้องตามหาเขาให้เจอ
แต่ที่น่าเสียดายคือ ตามหาจนถึงดึก ปาจรีย์ก็ยังหาพงศกรไม่เจอ โทรหาพงศกร โทรศัพท์เขาก็ปิดเครื่องอีก ทำให้เธอตกอยู่ในสภาวะมืดแปดด้าน ไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี
เธออยากให้วารุณีกับนัทธีช่วย แต่ไม่นานเธอก็ตัดความคิดนี้ออกไป
วันนี้เป็นคืนวันแต่งงานของพวกเขา เธอจะไปรบกวนพวกเขาได้ยังไง
ในตอนที่ปาจรีย์นั่งอยู่ตรงหน้าคอนโดของพงศกร กอดเข่าอย่างหมดหนทาง โทรศัพท์ที่เธอวางอยู่บนพื้นก็ดังขึ้น
เธอเงยหน้าขึ้น แล้วดูอย่างไม่มีอารมณ์ พอเห็นว่าเป็นพงศกรโทรมา เธอก็รีบตั้งสติแล้วรีบถือโทรศัพท์ไว้
หรือว่าพอเขาเปิดเครื่องมา เห็นเธอส่งข้อความหาเขา ดังนั้นเลยโทรมางั้นเหรอ?
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...