คิดถึงตรงนี้ สีหน้าของนัทธียิ่งอยู่ยิ่งตึงเครียด กลิ่นไอรอบตัวก็ยิ่งอยู่ยิ่งหนาวเย็น จนสุดท้าย เขาได้เปลี่ยนจากเดินเร็วมาเป็นวิ่งโดยตรง
ไม่นานก็ได้มาถึงห้องควบคุมกล้องวงจรปิด นัทธีเรียกร้องขอตามหาคน ตอนแรกคนของห้องควบคุมกล้องวงจรปิดยังไม่ตอบตกลง สุดท้ายพอนัทธีบอกฐานะของตัวเองออกมา ทางห้องควบคุมกล้องวงจรปิดถึงตอบตกลง จากนั้นถึงได้ค้นหากล้องวงจรปิดของแถวห้องน้ำ แล้วตามหาวารุณี
ปาจรีย์กับลีน่าและเชอรีนพวกเธอก็อยู่ที่ห้องกระจายเสียง ใช้การกระจายเสียงตามหาวารุณี
ถ้าเกิดวารุณีไม่ได้หายตัวไป แต่ได้ไปที่ไหนสักแห่ง หลังจากที่ได้ยินเสียงประกาศของพวกเธอจะต้องกลับมาทันทีแน่นอน
ดำเนินการทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน แต่แล้วผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่ดีเลย
ทางฝั่งปาจรีย์ใช้การกระจายเสียงแจ้งไปหลายรอบแล้ว วารุณีก็ไม่มีการตอบสนองใดๆเลย
ส่วนทางฝั่งของนัทธีก็เหมือนกัน กล้องวงจรปิดก็หาวารุณีไม่เจอเลย
นัทธีสีหน้าแย่สุดขีด ในขณะที่เขาเตรียมจะจากไป จู่ๆเจ้าหน้าที่ได้ส่งเสียงเอ๊ะคำนึง “กล้องวงจรปิดที่ลานจอดรถได้บันทึกภาพที่พนักงานรักษาความปลอดภัยคนนึงลักพาตัวคนๆนึงไป เหมือนคนๆนั้นจะเป็นผู้หญิง”
“อะไรนะ?” นัทธีได้ยินคำนี้แล้ว รีบมาที่ด้านหลังของเจ้าหน้าที่คนนี้
เจ้าหน้าที่ได้ขยายกล้องวงจรปิด จากนั้นได้กรอไปข้างหน้านิดหน่อย นัทธีเห็นคนที่ใส่ชุดพนักงานรักษาความปลอดภัยปรากฎตัวอยู่ที่ขอบเขตของกล้องวงจรปิดจริงด้วย และบนไหล่ของเขายังแบกคนไว้คนนึง คนๆนั้นใส่กระโปรงยาวสีดำไว้ เป็นกระโปรงตัวที่วารุณีใส่ออกมาจากโรงแรม
เพราะเขาเป็นคนเลือกกระโปรงชุดนั้นให้เธอเอง เขาจึงมองแว๊บเดียวก็สามารถดูออกแล้วว่านั่นก็คือวารุณี คนที่ถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยแบกไว้ก็คือวารุณี!
ในใจนัทธีโกรธกริ้วสุดขีด เขาก้าวเท้ายาวเดินออกมาจากห้องควบคุมกล้องวงจรปิด แล้วหยิบมือถือออกมาแจ้งตำรวจ
ตอนที่ทางตำรวจได้ยินว่าวารุณีคือถูกคนลักพาตัวไป ไม่ได้หายตัวไปเอง จึงได้ทำเป็นสำนวนคดีขึ้นมาทันทีและเริ่มเตรียมเจ้าหน้าออกตามหากัน
ทางฝั่งปาจรีย์ก็รู้แล้วว่าวารุณีถูกคนลักพาตัวไป แต่ไม่ได้หายตัวไปเอง พวกเธอก็ร้อนรนใจจะแย่อยู่แล้ว ก็ได้ไปจากอาคารแลนด์มาร์ครูปทรงกลมเหมือนกัน
เพราะเพื่อนถูกลักพาตัวไป พวกเธอจะมีอารมณ์ดูคอนเสิร์ตต่อได้ยังไง
“ประธานนัทธี” ทั้งสามคนหานัทธีเจอ
เห็นดวงตาที่แดงก่ำของนัทธีแล้ว ทั้งสามต่างก็ตกใจไปตามๆกัน
ปาจรีย์รู้ว่าวารุณีถูกคนลักพาตัวไป นาทีนี้คนที่ร้อนรนใจที่สุดและเจ็บปวดที่สุดก็คือนัทธี เธออดทนกับความหวาดกลัวที่มีต่อนัทธี ก้าวมาข้างหน้าก้าวนึง “ประธานนัทธี คุณอย่าร้อนรนใจเลยค่ะ เราจะต้องตามหาวารุณีเจอแน่นอน คนๆนั้นลักพาตัววารุณีไป เวลาบวกลบกันแล้วยังไม่ถึงสองชั่วโมงเลย ตอนนี้น่าจะยังอยู่ในตัวเมืองอยู่ ขอแค่ปิดเมือง เชื่อว่าจะสามารถลากตัวออกมาได้แน่นอน”
นัทธีหลุบตาไว้ไม่พูดจา
เขาย่อมรู้อยู่แล้วว่าปิดเมืองก็จะสามารถจับตัวได้ แต่ก่อนอื่นคือคนที่ลักพาตัววารุณีไปต้องไม่ใช่คนของนิรุตติ์
แต่ตอนนี้คนที่ลักพาตัววารุณีไปก็อาจจะเป็นนิรุตติ์เนี่ยแหละ!
ถ้าเป็นนิรุตติ์จริง ก่อนที่เขาจะให้คนลักพาตัววารุณีไป จะต้องมีแผนการมีการไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าแน่นอน และจะวางแผนเส้นทางหลบหนีที่ดีที่สุดแน่นอน และจะเป็นเส้นทางหลบหนีก่อนที่จะปิดเมือง
เพราะฉะนั้นตอนนี้สิ่งที่เขากังวลที่สุดก็คือ วารุณีได้ถูกส่งตัวขึ้นไปที่เฮลิคอปเตอร์หรือว่าได้ถูกเรือสำราญส่งตัวไปแล้ว
ถ้าเป็นแบบนั้น ปิดเมืองมันไม่ทันเลยด้วยซ้ำ
ตอนนี้คนของทางตำรวจได้ไปตรวจการณ์ที่ลานจอดเครื่องบินทุกที่และทุกท่าเรือแล้ว ขอให้สามารถตรวจการณ์เจอเถอะ
เห็นนัทธีไม่พูดจา ปาจรีย์ก็ไม่รู้ควรว่าจะทำยังไงแล้ว
ผ่านไปสองวิ จู่ๆเธอนึกอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาได้เปล่งประกาย “ประธานนัทธี ให้อารัณเช็คตำแหน่งที่ตั้งตอนนี้ของวารุณีหน่อย บนตัววารุณีมีจีพีเอสที่อารัณให้ไม่ใช่เหรอคะ?อารัณจะต้องจับตำแหน่งที่ตั้งของวารุณีได้แน่นอนค่ะ”
“เมื่อกี๊ผมได้ติดต่อป้าส้มแล้ว ตอนนี้อารัณกำลังค้นหาอยู่ แต่ไม่มีข่าวคราวเลย” นัทธีกำหมัดไว้แน่น ในเสียงที่แหบพร่ายังแฝงด้วยความโกรธที่ยับยั้งไว้
ปาจรีย์ขมวดคิ้ว “ไม่มีข่าวคราว?”
ไม่มีข่าวคราวคือหมายความว่าอารัณก็เช็คโลเคชั่นของวารุณีไม่เจอเหรอ?
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...