ปาจรีย์ทำปากจู๋ “แม่ ไม่ต้องห่วงหรอก ถึงสร้อยข้อมือที่พี่รพีให้ฉันมาจะแพง แต่ฉันสามารถเอาของขวัญที่มีค่าระดับเดียวกันให้พี่รพีเขาได้”
“ปาจรีย์ ไม่ต้อง พี่......”
“ไม่อนุญาตให้พูดไม่ต้อง ไม่งั้นสร้อยข้อมือเส้นนี้ฉันก็ไม่เอาแล้ว” ปาจรีย์ขมวดคิ้วพูด ทำท่าจะถอดสร้อยข้อมือ
รพีเห็นท่า ก็ขำจนน้ำตาไหล “โอเคๆๆ พี่ผิดไปแล้วปาจรีย์ เธออย่าถอดเลยนะ”
“ก็ถูกแล้วไง” ปาจรีย์วางมือลง
คุณแม่ปารวีรินชาใส่แก้วทั้งสองใบ ใบหนึ่งยื่นให้รพี “รพี ปฏิบัติกับผู้อื่นเช่นเดียวกับที่เขาปฏิบัติกับตัวเอง เป็นเรื่องที่ควรทำ เธออย่าปฏิเสธ ต่อให้เป็นสามีภรรยา ก็ไม่มีหลักที่ฝ่ายหนึ่งให้อยู่ฝ่ายเดียว โดยที่อีกฝ่ายไม่ให้อะไร”
“ใช่ค่ะ” ปาจรีย์พยักหน้าเห็นด้วย
รพีรับแก้วชา มองดูเธออย่างลึกซึ้ง แล้วจึงตอบคุณแม่ปารวี “ผมรู้แล้วครับคุณป้า เมื่อกี้คือผมเกรงใจ”
“ไม่เป็นไร รีบนั่งเถอะ อีกสักพักกินข้าวในบ้านนะ” คุณแม่ปารวีพูดคิกคัก
รพีพยักหน้า “ได้ครับ ผมเองก็ไม่ได้ทานอาหารที่คุณป้าทำกับมือมาหลายปีแล้ว ผมจำได้ ว่าฝีมือการทำอาหารของคุณป้าดีมากเลยครับ โดยเฉพาะปลาเปรี้ยวหวาน น่าทึ่งมากจริงๆ ครับ”
ถูกเขาชมขนาดนี้ คุณแม่ปารวีก็ปิดปากยิ้มอย่างมีความสุข “เด็กคนนี พูดเป็นจริงๆ ได้ อีกสักพักคุณป้าจะทำปลาเปรี้ยวหวานให้เธอกิน พูดแล้ว โทรหาพ่อลูกหน่อย ให้เขาเลิกเล่นหมากรุกได้แล้ว ไปซื้อปลาที่ตลาดแล้วรีบกลับมา”
“ค่ะ” ปาจรีย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วโทรหาคุณพ่อประสิทธิ์
หลังจากโทรศัพท์เสร็จไม่นาน คุณพ่อประสิทธิ์ก็หิ้วปลากลับมา เมื่อเห็นรพีก็ดีใจมาก
ทั้งสองนั่งพูดคุยกันบนอยู่โซฟา ที่สำคัญที่สุดคือ การพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมาตั้งแต่สองครอบครัวแยกทางกัน
ปาจรีย์ถูกคุณแม่ปารวีเล่าไปช่วยทำอาหารที่ห้องครัว
รอจนทำอาหารเสร็จ ทุกคนก็นั่งบนโต๊ะอาหารเรียบร้อย
คุณแม่ปารวีคีบอาหารให้รพีด้วยความกระตือรือร้น อาหารในชามของรพีสูงเป็นกอง จนรพีบอกว่ากินไม่ไหว คุณแม่ปารวีก็ยังคงคีบต่อ
ปาจรีย์มองตาแดง เคาะที่ถ้วย “แม่ หยุดคีบได้แล้ว พี่รพีกินไม่หมดแล้ว แม่ดูหนูกับพ่อด้วย ปกติแม่เคยคีบอาหารให้ฉันกับพ่ออารมณ์ดีขนาดนี้นะ”
“ใช่” คุณพ่อประสิทธิ์พยักหน้าเห็นด้วย
คุณแม่ปารวีมองบนใส่สองพ่อลูก “จะเหมือนกันได้ยังไง?รพีเป็นแขก แม่กลัวว่ารพีเขาจะเกรงใจ เลยคีบอาหารให้รพี เธอสองคนเป็นแขกหรือไง?ฉันไม่คีบให้ พวกเธอไม่รู้จักคีบเองเหรอ จริงๆ เลย สองพ่อลูกนี่ศีลเสมอกัน หรือถ้าขาดฉันไป พวกเธอจะกินข้าวไม่ได้เลยเหรอ?”
ว่าไปว่ามา คุณแม่ปารวีก็ขี่มาหารให้สองพ่อลูก
คุณพ่อประสิทธิ์ดีใจแล้วพูดประจบคุณแม่ปารวี
รพีเห็นจึงพูดแซวอย่างอิจฉา “ความสัมพันธ์ของคุณลุงคุณป้า ดีมากเหมือนเดิมเลยนะครับ ไม่เหมือนพ่อกับแม่ผม......ช่างเถอะ มันผ่านไปแล้ว คุณลุงคุณป้า ทานข้าวเถอะครับ”
“กินข้าวๆ ” จากที่คุยกันเมื่อครู้ คุณพ่อประสิทธิ์ก็รู้ได้ว่าระหว่างพ่อแม่ตระกูลคณานิสรณ์เป็นอย่างไรบ้าง และก็ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ ขานให้กินข้าวต่อ
หลังทานเสร็จ รพีก็ลุกขึ้นเตรียมช่วยเก็บชามกับตะเกียบ แต่ถูกคุณแม่ปารวีปฏิเสธเข้า เอาช้อนกับตะเกียบทั้งหมดให้ คุณพ่อประสิทธิ์ไปล้าง
คุณพ่อประสิทธิ์ไม่มีทางเลือก ก็ไปล้างถ้วยตามคำสั่ง
คุณแม่ปารวีพูดกับปาจรีย์ที่ห้องรับแขก “ปาจรีย์ พารพีออกไปข้างนอกไป ไปเดินเล่น คุยเรื่องของพวกเธอ”
“ห้ะ?แต่หนูเพิ่งกินข้าวเสร็จ ไม่อยากไป” ปาจรีย์ลูบท้องพูด
คุณแม่ปารวีถลึงตาใส่ “ไม่อยากไปก็ต้องไป กว่ารพีจะมาได้สักครั้ง แกจะให้แขกมาเสียเที่ยวเหรอ?รีบไปเลย พารพีออกไปเดินเล่น”
ปาจรีย์มองรพี เห็นความคาดหวังในสายตาของรพี จะปฏิเสธไปก็ไม่ดี จึงพยักหน้าอย่างจำใจ “ก็ได้ เดี๋ยวฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน พี่รพีรอฉันก่อนนะ”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...