บทที่ 1048 ความแปลกประหลาดของวิชาเซียน
บนทะเลสาบสีดำ ปรมาจารย์เซียนที่สวมชุดสีขาวนั่งขัดสมาธิสัมผัสรับรู้เหล่านั้น แต่ละคนนิ่งไม่ไหวติง สำหรับการมาเยือนและคำพูดของสวี่ชิง ทำเหมือนไม่ได้ยิน
ส่วนตำหนักวิชาเซียนสีขาวตำหนักนั้น ในนั้นเงียบสงัด ไม่มีการตอบกลับแม้เพียงเล็กน้อยเช่นกัน
สวี่ชิงถือป้ายเจ้าเหนือหัว ยืนอยู่กลางท้องฟ้า รอหลังจากสามสิบอึดใจผ่านไป สีหน้าเป็นปกติ เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“เจ้าเหนือหัวก่อนที่มหาจักรพรรดิเผ่าปีกมารจะเรียกให้เข้าพบ ได้ย้ำกำชับเอาไว้ พูดถึงเรื่องที่ละเอียดอ่อนอาจทำลายความปรองดอง เขาไม่สะดวกเดินทางมาเอง ดังนั้นจึงสั่งให้ข้ามาที่นี่เพื่อสังเกตศึกษาวิชาเซียน เขาจะสังเกตศึกษาดูเองในความทรงจำของข้าหลังจากนี้”
“หากตำหนักวิชาเซียนไม่ให้ยืม เสี่ยเฉินจื่อทำได้เพียงรายงานไปตามจริง ถึงตอนนั้นเจ้าเหนือหัวมาเองก็ได้”
สวี่ชิงเสียงต่ำทุ้ม หลังจากพูดจบ ก็มองไปทางตำหนักวิชาเซียนสีขาวแห่งนั้น
เขารู้ ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เขาจะบุกเข้าไปได้ตามใจชอบ ครั้งนี้มา หากอ้างหลี่ว์หลิงจื่อไม่ได้ผล เช่นนั้นก็ทำได้เพียงแค่ใช้วิธีอื่นเท่านั้นแล้ว
จะอย่างไรตนครั้งนี้ความจริงแล้วก็ยืมหนังเสือมาข่มขู่คนอื่น
และเห็นได้ชัดว่าหลี่ว์หลิงจื่อครั้งนี้มายังเผ่าปีกมารประจิม ท่าทีของเขาแสดงออกมาที่ภูเขาเจ้าเหนือหัวลูกที่เจ็ดแล้ว รายละเอียดในนั้น ตลอดจนเป็นฝ่ายกุมสถานการณ์ อีกทั้งสุดท้ายมหาจักรพรรดิยังเรียกเข้าพบ
ท่าทีที่แสดงออกมาจากเรื่องชุดนี้ทำให้ผู้แข็งแกร่งเผ่าปีกมารประจิม ต่างมีความเข้าใจต่อเจ้าเหนือหัวที่เลื่อนขั้นใหม่คนนี้เพิ่มมากยิ่งขึ้น
ดังนั้น…หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ประตูของตำหนักวิชาเซียนค่อยๆ เปิดออก ในนั้นมีผู้ชายคนหนึ่ง ผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมา ผู้บำเพ็ญชุดคลุมยาวสีขาวสองคน
ผู้หญิงอยู่ข้างหลัง หน้าตางดงาม ผู้ชายอยู่ข้างหน้า รูปร่างหน้าตาหล่อเหลา
ทันทีที่ปรากฏตัวขึ้น ปรมาจารย์เซียนที่สัมผัสรับรู้ทั้งหมดรอบๆ ต่างลืมตาทั้งสองข้างขึ้น ก้มหน้าเล็กน้อยแสดงความเคารพ
สวี่ชิงมองไปเช่นกัน
ในครรลองสายตาของเขา ชายหนุ่มที่เดินออกมาจากตำหนักวิชาเซียนเงยหน้า มองไปทางสวี่ชิง เอ่ยราบเรียบ
“วิชาเซียน มิใช่ปรมาจารย์เซียนไม่อาจรับรู้ได้ แต่ในเมื่อเข้ามีคำสั่งของเจ้าเหนือหัว ตำหนักวิชาเซียนปีกมารประจิมมอบสิทธิ์ให้เจ้าได้สิทธิ์หนึ่ง”
“แต่ว่า ผู้ขอวิชาเซียนต้องผ่านเคราะห์เป็นตายห้าเคราะห์ ระหว่างนั้นเป็นตายไม่รับผิดชอบ”
“ณ ทะเลสาบสละเซียนที่นี่ เจ้าหาที่ใดก็ได้ดำดิ่งลงไปก็จะมีห้าเคราะห์ลงมาเยือน เท่ากับได้สังเกตเรียนรู้แล้ว”
พูดจบ ชายหนุ่มคนนี้ก็มองสวี่ชิงอย่างเย็นชา
สวี่ชิงหรี่ตา สายตาจับไปยังทะเลสาบสละเซียนข้างล่าง ในใจขบคิด
“ทำไม ไม่กล้าแล้วหรือ”
นอกตำหนักวิชาเซียน ชายหนุ่มเอ่ยราบเรียบ
สวี่ชิงไม่สนใจ ยังคงสังเกตต่อไป จวบจนหลังจากนั้นครู่หนึ่ง ร่างของเขาก็ไหววูบพุ่งตรงลงไปข้างล่าง หลังจากพุ่งลงไปยังผิวน้ำ ก็ดำดิ่งไปในนั้นทันที หายไปไร้ร่องรอย
และจากการหายไปของเขา ปรมาจารย์เซียนที่สัมผัสรับรู้ที่ผิวน้ำรอบๆ ทุกคนต่างแววตาเป็นประกาย มองไปบริเวณที่สวี่ชิงดำดิ่งลงไป บ้างส่ายหน้า บ้างแค่นหัวเราะ
“เสี่ยเฉินจื่อคนนี้ช่างรนหาที่ตายจริงๆ”
“ในทะเลสาบสละเซียนไม่รู้ว่าฝังผู้ที่ล้มเหลวห้าเคราะห์ไปไม่รู้ต่อเท่าไร ต่อให้เขาโชคดีรอดมาได้ก็ไม่มีทางสำเร็จ”
หลังจากคนทั้งหลายสายตากวาดไปก็ต่างดึงกลับมา ไม่ไปสนใจอีก
ต่อให้เป็นเสี่ยเฉินจื่อที่ช่วงนี้ชื่อเสียงเลื่องลือ แต่สำหรับพวกเขาล้วนไม่สำคัญเท่าการสัมผัสรับรู้วิชาเซียนของตัวเอง
ส่วนชายหนุ่มคนนั้นที่ยืนอยู่นอกตำหนักวิชาเซียน มุมปากเผยรอยยิ้มเยาะ แต่ว่าผู้หญิงที่อยู่ข้างหลังตอนนี้สีหน้ากลับฉายความกังวลออกมา
“ศิษย์พี่ ท่านอาจารย์ออกท่องพเนจรยังไม่กลับมา ส่วนเจ้าเหนือหัวที่ทะลวงขั้นได้คนใหม่เผ่าปีกมารคนนั้นกำลังมีอิทธิพลโดดเด่น ส่วนเสี่ยวเฉินจื่อคนนี้ก็ไม่ธรรมดา เกือบเดือนมานี้ชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือ”
“บุคคลเช่นนี้ เบื้องหลังเช่นนี้ มาที่นี่ขอยืมวิชาเซียน ท่านปฏิเสธไปตามกฎก็ได้แล้ว ไยต้องชักนำเขาเดินไปสู่หนทางแห่งความตายด้วยเล่า”
“ในทะเลสาบสละเซียนซ่อนโลกสวรรค์ห้าหมาเอาไว้ ผู้บุกรุกยากจะมีชีวิตรอดกลับมา ต่อให้สุดท้ายรอดกลับมาสุดท้ายก็ยากจะสัมผัสรับรู้สำเร็จ ในเมื่อ…คิดจะสัมผัสรับรู้ห้าหมาสละเซียนต้องใช้พิธีกรรมพิเศษ”
หญิงสาวถอนหายใจ
ชายหนุ่มได้ยินสายตายังคงเย็นเยียบ
“ก่อนไปข้าก็บอกถึงอันตรายแล้ว คนมากมายขนาดนั้นต่างเป็นพยาน เป็นเขาที่จะไปเอง ไม่ใช่ข้าไปบีบบังคับเสียหน่อย”
“เขารนหาที่ตายเอง ไม่เกี่ยวกับข้าสักหน่อย”
พูดจบ ชายหนุ่มคนนี้ก็สะบัดแขนเสื้อ หันหลังเดินเข้าไปในตำหนักวิชาเซียน
ผู้หญิงคนนั้นมองไปที่ผิวน้ำ ส่ายหน้า รู้ว่าพูดมากไปก็ไร้ประโยชน์ ดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรอีก กลับไปในตำหนักวิชาเซียน
ส่วนสวี่ชิงในตอนนี้ หลังจากเข้ามาในทะเลสาบสละเซียนก็ไม่รู้สึกผิดปกติอะไร
น้ำในทะเลสาบแม้จะมืดสนิท แต่ในนั้นไม่มีไอพลังประหลาด กลับมีความรู้สึกโปร่งเบา มีเพียงจิตเทพเท่านั้นที่ถูกขัดขวาง ทำให้คนยากจะจะรับรู้ทะเลสาบทั้งผืนใชได้ในทันที
สวี่ชิงรับรู้ครู่หนึ่ง แผ่จิตเทพออก ค้นรอบๆ ทีละนิดๆ
หลังจากนั้นหนึ่งก้านธูป ดวงตาทั้งสองของสวี่ชิงก็จ้องเพ่ง
จิตเทพของเขาในตอนที่สำรวจใต้ทะเลสาบก็เห็นซากศพ…
จากการสำรวจ โครงกระดูกมากขึ้นเรื่อยๆ
สุดท้าย ในยามที่สวี่ชิงสำรวจใต้ทะเลสาบแห่งนี้หมดแล้ว เขาเห็นซากศพมหาศาลมีจำนวนอย่างน้อยหลายพันร่าง
มีผู้ชาย มีผู้หญิง มีคนแก่ มีเด็ก
ล้วนแต่ลืมตา ผิวขาวซีด แม้แต่ดวงตาก็เช่นกัน กระทั่งว่าผมก็ล้วนเป็นสีขาว
บนหน้าต่างมีสีหน้าแปลกประหลาดเหมือนจะร้องไห้แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้ เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม
นอกจากนี้ ใต้ทะเลสาบ สวี่ชิงยังเห็นอักขระมหึมาตัวหนึ่ง ประทับไว้ที่ใต้ทะเลสาบ
อักระนี้เป็นสีขาว กินบริเวณไปกว่าครึ่งของใต้ทะเลสาบ แผ่ความเก่าแก่โบราณออกมา และสิ่งที่ทำให้สวี่ชิงต้องเพิ่มความระวังที่สุดคือ ซากศพทั้งหมดต่าง…อยู่บนอักขระสีขาว
สวี่ชิงจ้องเพ่ง
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาเข้าไปใกล้อย่างระมัดระวัง
ทันทีที่เข้าไปใกล้ จิตเทพของเขาได้สำรวจไปแล้วหลายครั้ง หลังจากที่ไม่ได้อะไรกลับมา สวี่ชิงขบคิดในใจ หลังจากนั้นหลายอึดใจ ในดวงตาของเขาก็ฉายแววเด็ดเดี่ยว
ก้าวไปก้าวหนึ่ง เหยียบไปบนอักขระขนาดมหึมานั่น
ทันที่ที่เหยียบย่างลงไป จิตใจสวี่ชิงสั่นสะท้าน มีความรู้สึกเหมือนใจดิ่งลงไปไม่หยุด จากนั้นข้างหน้าก็พร่าเลือน ในยามที่ทุกอย่างชัดเจน รอบๆ เขาก็ไม่ใช่ใต้ทะเลสาบแล้ว
แต่เป็นท้องฟ้า!
ท้องฟ้าสีฟ้า เมฆขาวกระจายเต็มไปหมด และที่ใต้เท้าของเขามองไม่เห็นพื้นดิน มีเพียงเส้นสีขาวขนาดร้อยจั้งเส้นหนึ่ง ทอดตัวไปไกลแสนไกล
เหมือนผมขาวที่ถูกขยายไม่รู้ต่อกี่เท่า
สวี่ชิงไม่ได้บุ่มบ่าม เขาแผ่จิตเทพออก ไปสำรวจเส้นสีขาวใหญ่หนาใต้เท้าเส้นนี้
ดวงตานี้ทำลายซึ่งปราการขวางกั้นทั้งปวงได้!
ทันทีที่ลืมตาขึ้นมาสวี่ชิงสัมผัสได้ถึงต้นกำเนิดได้ทันที
ในความทรงจำของตัวเอง เยวี่ยตงมีศิษย์น้องหญิงเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคน!
แต่เยวี่ยตงไม่มีศิษย์น้องหญิง
หลันเหยายิ่งไม่ใช่ศิษย์น้องของเยวี่ยตง
แต่เงาร่างของศิษย์น้องคนนี้ปกปิดการรับรู้ของสวี่ชิง เหมือนผสานเป็นหนึ่งเดียวไปกับความคิดของเขา
กระทั่งว่าทะลุผ่านภาพความทรงจำของเขาทุกภาพที่มีเยวี่ยตง
เหมือนภาพในทีแรกที่เฟิงหลินเทา หลันเหยาและเยวี่ยตงพบสวี่ชิงเป็นครั้งแรก ข้างๆ ทั้งสามยังมีศิษย์น้องหญิงของเยวี่ยตงด้วยอีกคนหนึ่ง
แต่หลังจากนั้น ในยามที่เขากับศิษย์พี่ใหญ่จับเป็นเยวี่ยตง ก็ได้จับเป็นศิษย์น้องหญิงของนางด้วยเช่นกัน
เพียงแต่ เนื่องจากการค้นวิญญาณของตนทำให้วิญญาณของศิษย์น้องเยวี่ยตงดับสูญ
ความทรงจำนี้ทำให้รูม่านตาสวี่ชิงหดเล็ก
ในสัมผัสรับรู้ของเขา นี่เป็นความทรงจำของตัวเองจริงๆ เหมือนว่าความจริงก็เป็นเช่นนี้ แต่ภายใต้ดวงตาของหมิงเหย ความทรงจำนี้มาจากข้างนอก!
“เช่นนั้น ศิษย์น้องหญิงของเยวี่ยตงที่ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าคนนี้เป็นใคร”
สวี่ชิงสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันที โดยเฉพาะเขาพบว่า ต่อให้ตัวเองใช้ดวงตาเฟยมองความไม่ปกติของความทรงจำนี้ออก แต่ก็แค่มองออกเท่านั้น หลังจากที่ไม่อาจลบเลือนไปได้ ในดวงตาเขาประกายเย็นเยือกฉายวาบ อำนาจเทพเจ้าแห่งชะตาในร่าง ปะทุขึ้นทันที
แปรเปลี่ยนเป็นมีดสลัก พุ่งทะลวงโชคชะตา กรีดไปทางศิษย์น้องของเยวี่ยตงในความทรงจำช่วงนั้นอย่างเต็มแรง
เสียงเปรี๊ยะดังขึ้น
เงาร่างของศิษย์น้องเยวี่ยตงแตกสลายกลายเป็นเสี่ยงๆ ทันที
เพียงแต่ ใจของสวี่ชิงกลับยังคงหนักอึ้ง
เพราะทันทีที่เงาร่างศิษย์น้องเยวี่ยตงแหลกสลาย ภาพความทรงจำช่วงนั้นหลายเป็นผมขาวแห้งเหี่ยวเส้นหนึ่ง ทะลุผ่านความทรงจำของเขาครึ่งหนึ่ง
ในภาพความทรงจำที่ถูกพุ่งทะลุผ่านเหล่านั้น ผมขาวกำลังผสานหลอมรวม อีกทั้งจำนวนยังเพิ่มขึ้นไม่หยุด แผ่ลามไปไม่หยุด
ความรู้สึกเช่นนี้ยากที่จะบรรยายนัก แปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง
เหมือนในภาพวาดที่วาดเสร็จเรียบร้อยแล้วภาพหนึ่ง จู่ๆ ก็เกิดการปรับแก้ขึ้น เพิ่มเส้นผมสีขาวนับไม่ถ้วนขึ้นมา
ท่ามกลางความรางเลือน ในสมองสวี่ชิงมีประโยคหนึ่งจากในห้าหมาสละเซียนผุดขึ้น
“ไม่อาจละวางจากสรรพสิ่ง เรียกว่าความตระหนี่…สุนัขแห่งความตระหนี่เข้ามาในเรือน จะสูญเสียสมบัติล้ำค่า”
ผมสีขาวที่ปรากฏขึ้นเหล่านี้เหมือนในในห้องลับที่ปิดผนึกเปิดประตูบานหนึ่งออก
ประตูบานนี้เป็นทรงกลม
ตอนนี้ทันทีที่เปิดออก ก็แผ่แสงสีขาวออกมา
ประดุจดวงตาสีขาวข้างหนึ่ง
สุนัขแห่งความโลภ เข้าเรือน!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา