เข้าสู่ระบบผ่าน

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา นิยาย บท 1093

บทที่ 1093 หลอมเหมืองวิญญาณเทพ

ในพริบตาที่มองไป รูม่านตาของดวงตาโลหิตมหึมาทั้งเก้าพลันหดเล็กลง

โครงกระดูกที่นั่งขัดสมาธิอยู่ภายในดวงตาเพื่อใช้ในหลอมพลังวิญญาณที่ดูดซับมา ต่างก็สะท้านเฮือกไปทั่วร่าง

เห็นได้ชัดว่าการปรากฏตัวของสวี่ชิง สำหรับดวงดวงตาทั้งเก้าเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายนัก

ก่อนหน้านี้ไม่มีการรับรู้แม้แต่น้อย ในเสี้ยวพริบตาที่สวี่ชิงเดินออกมาถึงได้รู้สึกตัว

และนัยยะที่แฝงอยู่ในภาพฉากนี้ทำให้จิตใจของเหล่าผู้บำเพ็ญโครงกระดูกที่นั่งขัดสมาธิอยู่ในดวงตาทั้งเก้าตนสั่นสะท้าน

“ขอรบกวนแล้ว”

สวี่ชิงเอ่ยอย่างสงบนิ่ง

“ข้าอยากจะจากไปจากที่นี่ ไม่ทราบว่าพวกเจ้าพอจะหลีกทางให้ได้หรือไม่”

หากไม่ต้องลงมือแต่สามารถจากไปได้อย่างราบรื่น ย่อมดีที่สุด

ทว่าคำพูดของสวี่ชิงเห็นได้ชัดว่าไม่ได้ผลเท่าใดนัก

ดวงตาสีเลือดทั้งเก้าในตอนนี้ความเป็นปรปักษ์รุนแรงนัก

ในสายตาของผู้บำเพ็ญทั้งเก้า แม้จะไม่รู้ว่าผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันผู้นี้เข้ามาในโลกใบเล็กของตระกูลพวกเขาได้อย่างไร แต่ไม่ว่าอย่างไร พวกเขาก็ไม่สามารถอนุญาตให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นที่นี่ได้

ดังนั้นจิตสังหารจึงปะทุขึ้น ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ส่งข่าวนี้ออกไปภายนอกทันที

แต่…การที่ปรากฏตัวหลังจากเตรียมพร้อมมานานของสวี่ชิง ย่อมมีการเตรียมตัวไว้อย่างสมบูรณ์

เขารู้ดีว่าดวงตาทั้งเก้าดวงนี้แปลกประหลาด ทว่าการบุกทะลวงออกไปไม่ใช่เรื่องยากเกินไปสักเท่าไร กระทั่งว่ารวมถึงผู้บำเพ็ญที่อยู่ในดวงตาทั้งเก้า หากเขาอยากจัดการก็ไม่ใช่เรื่องยาก

สิ่งที่ต้องระวังจริงๆ คือการรบกวนจากภายนอกในระหว่างการทำลาย

สวี่ชิงเชื่อว่าตามการวางแผนของโลกใบเล็กใบนี้ ภายนอกมีความเป็นไปได้สูงมากว่าน่าจะมีผู้คุ้มครองอยู่ด้วย

หากพวกเขาเข้ามาขัดขวางในขณะที่เขากำลังทะลวงมิติ เช่นนั้นก็จะเกิดเรื่องไม่คาดฝันได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือทะลวงมิติให้เป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อเขาออกไปแล้วอีกฝ่ายค่อยรับรู้ เขาก็จะสามารถดำเนินการทุกอย่างได้ง่ายขึ้นมาก

ดังนั้นขณะเดียวกับที่เขาก้าวขึ้นสู่ท้องฟ้าทีละก้าวๆ มือขวาของเขาก็พลันสะบัด ที่สุดขอบม่านฟ้า ณ บริเวณเหนือดวงตาทั้งเก้า มิติบิดเบี้ยว ท้องฟ้าคำรามลั่น กรรไกรมหึมาเล่มหนึ่งพลันปรากฏขึ้น

ความใหญ่โตของกรรไกรเล่มนี้ราวว่าสามารถแทนที่ผืนฟ้าได้ ในเสี้ยวขณะที่ปรากฏขึ้น กลิ่นอายของสมบัติมหาจักรพรรดิก็ซัดหอบไปทั่วทุกสารทิศดุจพายุ

เป็นสมบัติมหาจักรพรรดิที่สามารถตัดร่องรอยและผลกรรมเวรทุกอย่างได้

หลังจากที่มันปรากฏขึ้น มันก็ตัดลงไปอย่างเต็มแรง

ทั้งๆ ที่ไม่มีเสียง แต่ในชั่วขณะนี้ ในหูของสรรพชีวิตทั้งหลาย ในการรับรู้ของเหล่าผู้บำเพ็ญในดวงตาทั้งเก้า กลับมีเสียงฉับๆ ดังเข้ามาในจิตวิญญาณ สั่นสะเทือนรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง

ข้อมูลที่พวกเขาส่งออกไปถูกตัดขาดในเสี้ยวขณะนี้ทันที!

ยังไม่จบแค่นี้เท่านั้น

ชั่วพริบตาถัดมา เข็มมหาจักรพรรดิก็ส่องประกายสว่างไสว เย็บรอยขาดของผลกรรมเวรที่ถูกตัดออกไป เชื่อมต่อภาพต่างๆ ที่สวี่ชิงเห็นเมื่อเก้าวันก่อนเข้าด้วยกันอีกครั้ง

เช่นนี้แล้ว…

ที่นี่ด้านหนึ่งจึงไม่มีข้อมูลใดๆ ส่งออกไป ไม่มีระลอกคลื่นพลังใดแผ่ออกอีกต่อไป ในมุมหนึ่ง มันถูกซ่อนเร้นและเป็นอิสระ

อีกด้านหนึ่งคือการเชื่อมต่อด้วยเข็มจักรพรรดิได้ปกปิดอำพรางทุกสิ่งไว้

หลังจากจัดการเช่นนี้แล้ว โลกภายนอกนอกเสียจากผสานจิตเทพเข้าไป ไม่เช่นนั้นในช่วงเวลาต่อจากนี้ ก็จะไม่สามารถสัมผัสรับรู้ความผิดปกติของที่นี่ได้แม้เพียงน้อยนิด

เมื่อทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ สวี่ชิงที่ก้าวขึ้นสู่ท้องฟ้าทีละก้าวๆ ในดวงตาก็ฉายประกายเย็นเยียบขึ้นวาบ

“ในเมื่อพูดคุยกันไม่ได้ เช่นนั้น…”

เท้าขวาที่เหยียบย่างลงไปเป็นก้าวสุดท้ายของสวี่ชิง

ก้าวนี้เหยียบลงยังท้องฟ้า ผืนนภาพลันส่งเสียงคำรามกึกก้อง สายฟ้าแลบแปลบปลาบใต้ฝ่าเท้าของเขาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าดุจงูแดงนับไม่ถ้วน พุ่งไปยังดวงตาทั้งเก้า

ดวงตาทั้งเก้าสะท้านเฮือก แต่ละดวงต่างฉายประกายแสงสีแดงเจิดจ้า ขณะเดียวกันผู้บำเพ็ญทั้งเก้าที่อยู่ภายในก็ยกมือทั้งสองขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ละคนสีหน้าเคร่งขรึม มองความไม่ธรรมดาของสมบัติมหาจักรพรรดิทั้งสองชิ้นออก และรับรู้ถึงการถูกสกัดกั้นของข้อมูล

ดังนั้นแต่ละคนตัดสินใจมั่งมั่น ประสานปางมือร่ายอาคมในทันที

ชั่วพริบตาถัดมา แสงสีแดงของดวงตาทั้งเก้านี้ก็เจิดจ้า แผ่พลังค่ายกลคุ้มกันอันน่าอัศจรรย์ออกมา ขณะเดียวกันร่างของผู้บำเพ็ญทั้งเก้าก็เปลี่ยนแปลงจากสภาพเหี่ยวแห้งอย่างรวดเร็ว ใช้พลังชีวิตของสรรพชีวิตที่ดูดซับมาฟื้นคืนสภาพอย่างเต็มที่

คล้ายว่าสำหรับพวกเขา วิกฤตอันตรายที่จู่ๆ ปรากฏขึ้นในเสี้ยวขณะนี้ ทำให้พวกเขาต้องเร่งรีบช่วงชิงเวลา เช่นนี้ถึงจะมีโอกาสรอด

สวี่ชิงสีหน้าเรียบเฉย ผู้บำเพ็ญทั้งเก้านั่นไม่ว่าจะมีพลังบำเพ็ญระดับใด ขอเพียงยังไม่ถึงระดับเจ้าเหนือหัว เช่นนั้นต่อให้ฟื้นคืนสภาพมาได้ สุดท้ายก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี

“นี่เป็นโอกาสที่จะทดสอบร่างเซียนของข้าด้วย”

สวี่ชิงหรี่ตา พลันยกมือขวาขึ้น แล้วชี้เบาๆ ไปยังดวงตาดวงที่หนึ่งบนท้องฟ้า

ชั่วพริบตาถัดมา พลังธาตุทองจากปอดก็มาตามลมหายใจแล้วพลันปะทุขึ้น ลมหายใจกวาดไปทั่วทุกสารทิศ ในพริบตาเดียวก็แผ่ปกคลุมไปทั่วโลกใบเล็กนี้

ส่งผลกระทบต่อธาตุโลหะทั้งหมด อาวุธทั้งหมด และผู้บำเพ็ญทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับธาตุโลหะในโลกใบเล็กนี้ ยิ่งไปกว่านั้นในเสี้ยวพริบตา ฟ้าดินก็ส่งเสียงกึกก้อง…

ธาตุทองในห้าธาตุของโลกใบเล็กนี้ ในชั่วขณะนี้ ถูกแทนที่!

พลังธาตุทองสูงสุดของสวี่ชิงได้กลายเป็นวิถีแห่งโลกใบนี้ด้วยพลังอันแข็งแกร่ง!

ในความรู้สึกของเขา ตัวเองในเสี้ยวขณะนี้ เพียงเสี้ยวความคิด ก็สามารถควบคุมพลังธาตุทองทั้งหมดของโลกใบนี้ได้แล้ว

ดังนั้นดวงตาของเขาก็ฉายประกายวาววาม…

ชั่วพริบตาถัดมา ธาตุทองในห้าธาตุของโลกใบนี้ก็ระเบิดขึ้นพร้อมกัน หลอมรวมจากผืนดิน จากความว่างเปล่า จากฟ้าดิน แปรเปลี่ยนเป็นกระแสน้ำเชี่ยวกราก แปลงเป็นนิ้วมือขนาดมหึมาที่ประกอบขึ้นจากพลังธาตุทอง

นิ้วหนึ่ง ทะลวงไปบนดวงตาดวงที่หนึ่งบนท้องฟ้า

เพียงแค่สัมผัสเบาๆ ค่ายกลก็โคจรอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาที่แผ่พลังป้องกัน ค่ายกลไม่อาจต้านทานได้แม้แต่น้อย ระเบิดแตกกระจายไปพร้อมกับดวงตาดวงนี้และผู้บำเพ็ญที่กำลังฟื้นคืนสภาพอยู่ภายใน…

ไม่อาจหลบหนีได้แม้แต่น้อย

เสียงครืนครานดังกึกก้องไปทั่ว ดวงตานี้แหลกสลายร่วงหล่นลงจากฟากฟ้า

ผู้บำเพ็ญที่อยู่ในนั้นส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน ร่างกายภายใต้การปกคลุมจากพลังธาตุทองของโลกใบนี้ กายและจิตแหลกสลาย!

ผู้บำเพ็ญที่อยู่ในดวงตาอีกแปดดวงต่างก็หวาดกลัวสุดขีด แต่ละคนล้วนทุ่มทุกอย่างที่มี ฟื้นคืนสภาพอย่างเต็มกำลัง

“นี่ก็คือเซียนสูงสุดอย่างนั้นหรือ”

สวี่ชิงพึมพำ เขาในตอนนี้มีความรู้สึกที่รุนแรงว่าในพริบตาที่เข้าแทนที่วิถีแห่งทองของโลกใบนี้ ตัวเขาเองราวกับได้กลายเป็นวิถีแห่งสวรรค์ของที่นี่

อึดใจต่อมา เขาเอ่ยอย่างแผ่วเบาออกมาคำหนึ่ง

“ไม้”

พลังธาตุไม้จากตับ จากเสียงที่ดังขึ้นของสวี่ชิง ก็แผ่ไปทั่วโลกใบเล็กในพริบตาเดียว

พืชพรรณทุกชนิด ผู้บำเพ็ญทุกคนที่เกี่ยวข้องกับธาตุไม้ และสารทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับธาตุไม้ในโลกใบนี้ ต่างก็สั่นสะเทือน

จากนั้น โลกก็สูญเสียวิถี ถูกแทนที่!

นิ้วมือมหึมาที่ประกอบขึ้นจากพลังธาตุไม้สูงสุดก็รวมตัวขึ้นจากความว่างเปล่า มาพร้อมด้วยพลังชีวิตอันเข้มข้นและความหวาดกลัวอันไร้ขีดจำกัด พุ่งไปบนดวงตาที่สอง

ภาพที่ทำให้สรรพชีวิตในโลกใบนี้ตื่นตะลึงสั่นสะท้านปรากฏขึ้นแล้ว

ดวงตาทั้งเก้า ร่วงลงมาแล้วอีกดวงหนึ่ง

ฟ้าดินเปลี่ยนสี ลมเมฆหอบทะลัก เสียงของสวี่ชิงกลายเป็นคลื่น กลายเป็นเสียงเดียวของโลกใบนี้

ไม่ว่าผู้บำเพ็ญทั้งสี่จะดิ้นรนอย่างไร จะโจมตีตอบโต้อย่างไร ก็ล้วนไร้ประโยชน์ เสี้ยวชั่วพริบตาถัดมา…จากการปะทุพลังของห้านิ้วแห่งวิถีสวรรค์ เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังก้อง

ผู้บำเพ็ญทั้งสี่กลายเป็นดอกไม้โลหิตสี่ดอก ผลิบานในเสี้ยวพริบตา โปรยปรายลงสู่พื้นดิน

“ข้าเชื่อตัวเองมากกว่า”

สวี่ชิงเอ่ยอย่างสงบนิ่ง มองดูท้องฟ้า มือขวาที่ยกขึ้นพลันกำหมัด

ทันใดนั้น จิตกระบี่สะท้านฟ้าก็ปะทุออกมาจากร่างของสวี่ชิงก่อขึ้นเป็นกระบี่จักรพรรดิ เมื่อเขาถือไว้ในมือ ควบคุมพลังห้าธาตุของที่นี่ โคจรพลังแห่งวิถีสวรรค์ของโลกใบนี้ หลอมรวมเข้าไปในกระบี่จักรพรรดิ

ฟันไปยังผืนฟ้า!

จิตกระบี่ท่วมฟ้า แสงกระบี่ทำลายมิติ ปราณกระบี่บดขยี้ผืนนภา

เพียงพริบตา มิติแตกละเอียด ท้องฟ้าส่งเสียงกึกก้อง รอยแยกขนาดใหญ่ทางหนึ่งถูกฉีกขาดบนม่านฟ้า เผยให้เห็นท้องฟ้าภายนอก!

ในชั่วขณะนี้ สรรพชีวิตในโลกใบเล็ก แต่ละตนรู้สึกเหมือนมีสายฟ้านับแสนฟาดผ่ามาในสมอง พวกเขาเงยหน้าขึ้นเหม่อลอย มองท้องฟ้า มองรอยแยกทางนั้น

สำหรับพวกเขาส่วนใหญ่แล้ว นี่คือภาพที่พลิกกลับตาลปัตรและน่าตกใจอย่างที่สุด

นอกฟ้า ยังมีฟ้า

“เช่นนั้นพวกเรา คืออะไร…”

ผู้คนนับไม่ถ้วนมองภาพนี้อย่างตื่นตะลึง ขณะที่พึมพำกับตัวเอง สวี่ชิงที่อยู่กลางอากาศก็ก้าวเดินออกไปก้าวหนึ่ง

ขณะที่ท้องฟ้าส่งคำรามกึกก้อง โลกสั่นสะเทือน เงาร่างของสวี่ชิงก็มาถึงบริเวณรอยแยกแล้ว

เขาก้มลงมองโลกใบใบนี้ผาดหนึ่ง จากนั้นเพียงก้าวเดียวก็เหยียบเข้าไปในรอยแยก เมื่อปรากฏตัวขึ้น…

ก็มาอยู่ในฟ้าดินที่แปลกประหลาดแห่งหนึ่งแล้ว

หลังคาโค้งขนาดมหึมา ราวกับฝาครอบ ครอบที่นี่เอาไว้

ที่นี่ไม่มีไอพลังประหลาดของเทพเจ้าแม้แต่น้อย สิ่งที่มีคือพลังวิญญาณเข้มข้น

และเมื่อทะลุผ่านหลังคาโค้ง ก็จะเห็นท้องฟ้าโลกภายนอกปกคลุมไปด้วยแสงสีแดง แสงนี้กำลังเคลื่อนไหวราวกับแสงเหนือ คล้ายแม่น้ำอันยาวไกล

ส่วนพื้นดินที่ถูกหลังคาโค้งปกคลุมเป็นหนองน้ำผืนหนึ่ง

เหมือนว่าเกิดขึ้นหลังจากที่น้ำทะเลเหือดแห้ง

ฟองอากาศมหาศาลผุดขึ้นบนหนองน้ำ และฟองอากาศที่อยู่ในครรลองสายตาเหล่านั้น จิตใจของสวี่ชิงสะท้านเฮือก เขาพบว่าฟองอากาศเหล่านั้น…ล้วนเป็นโลกใบเล็กใบแล้วใบเล่า

และในโลกใบเล็กเหล่านี้ ล้วนสะกดเทพเจ้าเอาไว้ทั้งสิ้น

ที่นี่เป็นเหมือนคุกขังเทพเจ้า

ภาพนี้ทำให้สวี่ชิงหายใจถี่ขึ้นเล็กน้อย ขณะเดียวกันเขายังเห็นเส้นไหมนับไม่ถ้วนลอยขึ้นมาจากโลกใบเล็กเหล่านี้ ประดุจหมอกควัน ลอยอ้อยอิ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วหลอมรวมเข้ากับใจกลางหลังคาโค้ง

ที่นั่นมีคลื่นวนลูกหนึ่ง ดูดกลืนทุกอย่างไป

“ที่นี่คือคุกเทพเจ้า…นอกหลังคาโค้งถึงจะเป็นโลกภายนอกที่แท้จริง”

ในดวงตาสวี่ชิงฉายประกายเย็นเยียบ ในที่สุดเขาก็สามารถวิเคราะห์ตำแหน่งที่ตนเองอยู่ได้แล้วอย่างคร่าวๆ จากนั้นจึงดึงสายตากลับมา มองไปยังที่ไกล

แทบจะในเสี้ยวพริบตาที่เขามองไปกลิ่นอายพลังระดับเจ้าเหนือหัวกลุ่มหนึ่ง ที่สุดปลายสายตาของเขาพลันปะทุมา จากนั้นเสียงพุ่งมาอย่างรวดเร็วแสบแก้วหูก็ดังก้องไปทั่วทุกสารทิศ

ผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวกำลังประชิดเข้ามา

ยิ่งมีเสียงเย็นชา มาพร้อมด้วยจิตสังหารเข้มข้น ดังสะท้อนก้องอยู่ที่นี่

“น่าสนใจ”

“เหมืองวิญญาณของตระกูลที่ข้าเฝ้ารักษา เกิดเรื่องแหกคุกที่พบเห็นได้ยากขึ้นหรือนี่”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา