เข้าสู่ระบบผ่าน

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา นิยาย บท 1097

บทที่ 1097 ผลเก็บเกี่ยวมหาศาล

ระบบดาวที่ห้า ณ พื้นที่ไม่ไม่รู้จัก ภายในเหมืองวิญญาณ

บนท้องฟ้า ฝาครอบที่อยู่ที่นี่ยังคงปกคลุมทั่วทุกทิศ สกัดกั้นภายในและภายนอก ทำให้ระลอกคลื่นทั้งหมดที่นี้ โลกภายนอกยากจะรับรู้ได้

ในหนองน้ำบนพื้นดินเต็มไปด้วยหลุมลึก นั่นคือร่องรอยการต่อสู้ระหว่างสวี่ชิงกับผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัว

นอกเหนือจากนั้น ก็เป็นโลกใบเล็กฟองอากาศนับไม่ถ้วนที่กำลังแตกสลาย

ส่วนสวี่ชิง เขายืนอยู่กลางอากาศ ตอนนี้สีหน้าซีดเผือด ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยเลือดเนื้อเละเทะเหวอะหวะ

แต่เขาก็ไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้ ในตอนนี้สิ่งที่สายตาเขามองไปคือบริเวณที่ผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวผู้นั้นร่างและศีรษะแยกจากกัน

ขณะเดียวกัน มือข้างหนึ่งก็ประสานปางมือ ไม่ลดความระมัดระวังลง เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์อื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น

ขอเพียงมีความผิดปกติแม้แต่น้อย เขาก็จะฟันดาบอีกครั้ง

จนกระทั่งเห็น ผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวคนนี้ไร้ซึ่งลมหายใจโดยสิ้นเชิง ภายใต้การทำลายล้างของปราณกระบี่ ศพก็สลายไปอย่างรวดเร็ว

สุดท้ายก็ดับสูญไปโดยสมบูรณ์ สวี่ชิงในใจถึงค่อยรู้สึกสงบ

การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ง่ายเลย

อาจเป็นเพราะระบบดาวและประวัติการเติบโตที่แตกต่างกัน สวี่ชิงสามารถสัมผัสได้ว่าผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวที่ต่อสู้กับเขาเมื่อครู่นั้น ด้านกำลังรบและวิธีการ เหนือกว่าผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวที่เขาเคยเห็นในแดนศักดิ์สิทธิ์

“มีความเป็นไปได้สามอย่าง หนึ่งคือ คนที่ข้าพบเจอคนนี้เป็นกรณีพิเศษ”

“สองคือ สภาพแวดล้อมของระบบดาวที่ห้านี้ อันตรายกว่าที่ข้าคิดเอาไว้ ดังนั้นจึงทำให้ผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็ไม่ธรรมดาทั้งนั้น”

“สามคือ ผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวในแดนศักดิ์สิทธิ์ อยู่อย่างสุขสบายมานาน จึงทำให้ด้านกำลังรบไม่เพียงพอ”

ความไม่รู้เกี่ยวกับ ระบบดาวที่ห้าทำให้สวี่ชิงในตอนนี้ยากที่จะตัดสินได้อย่างแม่นยำ แต่ดวงตาของเขาก็ยังคงสงบนิ่ง รังสีอำมหิตบนร่างของเขาจากการต่อสู้ครั้งนี้ก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น

ในตอนนี้กลางท้องฟ้า สายตาของเขากวาดสายตามองไปรอบทิศ เพียงก้าวเดียวก็มาถึงจุดที่ร่างของผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวผู้นั้นสลายไป

ตรงนั้นมีถุงเก็บของอยู่ใบหนึ่ง

สวี่ชิงคว้ามันมาถือไว้ จากนั้นก็ไหววูบหายไปอีกครั้ง เมื่อปรากฏตัวขึ้นก็มาอยู่แถวๆ โล่และประตูผี

วิชาประตูผีคือพลังวิเศษ และจากการที่ผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวตายไป ประตูผีบานนั้นก็พังทลายหายไปแล้ว

สวี่ชิงมองอยู่ครู่หนึ่ง เก็บโล่ลงไป เพียงก้าวเดียวก็มาถึงบริเวณธูปคร่าชีวิต

ธูปดอกนี้เพิ่งจะเผาไหม้ไปเล็กน้อย ก่อนหน้านี้ถูกกรรไกรมหาจักรพรรดิของสวี่ชิงตัดขาดซึ่งผลกรรมเวร ทำให้มอดดับลง

“ของสิ่งนี้ไม่เลวเลย”

สวี่ชิงยกมือคว้า ธูปดอกนั้นก็ลอยมาอย่างรวดเร็ว เขาถือไว้ในมือ ลบตราประทับทุกอย่างทิ้งไป เหลือไว้เพียงตราประทับของตนเอง จากนั้นก็เงยหน้ามองไปยังเจ้าเงา

ร่างของเจ้าเงาและต้นไม้วิเศษกระจกแก้วยังคงต่อสู้กันอยู่

เดิมทีเจ้าเงาตกเป็นรอง ยากลำบากอย่างยิ่ง หากไม่ใช่เพราะความแปลกประหลาดและการฟื้นตัวของมันเอง เกรงว่าคงจะดับสูญไปนานแล้ว

จนกระทั่ง ผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวตาย ต้นไม้วิเศษกระจกแก้วสั่นสะเทือน ราวกับขาดการสนับสนุน เจ้าเงาคว้าโอกาสโต้กลับ

ในตอนนี้ ท่ามกลางเสียงระเบิดกึกก้อง สวี่ชิงมองไปยังต้นไม้วิเศษและเจ้าเงาที่แปลงร่างออกมาซึ่งเหมือนกับตนเองทุกประการ แล้วเอ่ยอย่างราบเรียบ

“เจ้าน่าจะมีสติปัญญาอยู่ในระดับหนึ่ง ดังนั้น…เลือกเอาว่าให้ข้าทำลายเจ้า หรือจะศิโรราบ”

เสียงของสวี่ชิงส่งผ่านเข้าไปยังจุดต่อสู้ เจ้าเงาก็ฮึกเหิม แผ่ระลอกคลื่นอารมณ์ออกมาทันทีเช่นกัน ช่วยสวี่ชิงข่มขู่

ต้นไม้วิเศษกระจกแก้วสั่นสะท้าน เงาร่างที่แปลงออกมาร่างนั้นก็สัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของสวี่ชิง ดังนั้นหลังจากเงียบนิ่งไปชั่วครู่ เงาร่างนี้ก็ก้มศีรษะโค้งคารวะสวี่ชิง จากนั้นก็สลายไป

ส่วนร่างจริงของต้นไม้วิเศษกระจกแก้วหลังจากที่ส่องประกายแสงสว่างวาบสองสามครั้งแล้วก็หมองหม่นลง ไม่ลงมืออีก

เมื่อสวี่ชิงเห็นเช่นนี้ ก็ยกมือขึ้นคว้ากลางอากาศ

ทันใดนั้นต้นไม้วิเศษก็ไม่มีการขัดขืนใดๆ พุ่งตรงมาหาสวี่ชิง ปล่อยให้สวี่ชิงลบตราประทับบนตัวมัน และประทับตราประทับใหม่ลงไป

เจ้าเงาในขณะนี้ก็กลับมาเช่นกัน แสดงถึงความเหนื่อยล้าอย่างมากออกมา

“ทำได้ไม่เลว”

สวี่ชิงเอ่ยชมหนึ่งประโยค

เจ้าเงาฮึกเหิมขึ้นมา การได้รับคำชมจากสวี่ชิง ดูเหมือนว่าสำหรับมันแล้วจะมีความหมายอย่างยิ่ง ดังนั้นระลอกคลื่นอารมณ์จึงพลันร่าเริงขึ้นมาทันที

“นาย…ข้ามี…ประโยชน์…”

สวี่ชิงพยักหน้า สายตาจับจ้องไปที่ต้นไม้วิเศษกระจกแก้ว

ต้นไม้นี้มีพลังไม่ธรรมดา โดยเฉพาะวิธีการดูดซับกลิ่นอายของศัตรูและร่องรอยพลังวิเศษ ดังนั้นวิชาที่หล่อเลี้ยงเงาร่างก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน

หากใช้ร่วมกับธูปคร่าชีวิตแล้ว เว้นเสียแต่ว่าอีกฝ่ายจะมีวิชาที่ถ่วงดุลคล้ายคลึงกับตนเอง มิฉะนั้นก็นับว่าเป็นไพ่ตาย ได้เลย

“ผลเก็บเกี่ยวจากการต่อสู้ครั้งนี้ ไม่น้อยเลย นอกจากของวิเศษสองชิ้นนี้แล้ว…”

สวี่ชิงมองไปยังถุงเก็บของของผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวที่ได้มา

ในใจเขาเกิดความคาดหวังผุดขึ้น

“แต่ก่อนที่จะสำรวจถุงเก็บของ ยังมีเรื่องเล็กน้อยที่ต้องจัดการก่อน”

สวี่ชิงเงยหน้าขึ้น มองไปยังที่ไกล แล้วเอ่ยอย่างราบเรียบ

“ภายในสามอึดใจ หากเจ้ายังคงเลือกที่จะซ่อนตัวและไม่ออกมา เช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าซ่อนตัวไปตลอดกาลเสียเลย”

เสียงของสวี่ชิงดังก้องในเหมืองวิญญาณแห่งนี้ สองอึดใจต่อมา บนหนองน้ำที่อยู่ไกลออกไป มิติบิดเบี้ยว เงาร่างหนึ่งก็พลันปรากฏขึ้นจากสภาพโปร่งใสอย่างรวดเร็ว

นี่คือชายหนุ่มที่หน้าซีดเผือด ดวงตาฉายความหวาดกลัวอย่างรุนแรง ในชั่วขณะที่ปรากฏตัวขึ้น เขาก็ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย คุกเข่าลงดังตุบคารวะต่อหน้าสวี่ชิงทันที

เม็ดเหงื่อเม็ดใหญ่ไหลลงมาจากหน้าผากของเขา ทั่วทั้งร่างตอนนี้เหงื่อไหลย้อยดุจสายฝน

เขาเป็นผู้ติดตามของผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวที่สวี่ชิงสังหารไปเมื่อครู่

พลังบำเพ็ญเป็นเพียงแค่ระดับสมบัติวิญญาณเท่านั้น

เดิมที การได้เป็นผู้ติดตามของผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวเขาก็พึงพอใจแล้ว อีกทั้งเมื่อครู่เมื่อเห็นผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวลงมือ สวี่ชิงก็ทุกย่างล้วนอยู่ในอันตราย ในใจของเขานั้นก็ยังคงรู้สึกเย็นชาและดูถูก

แต่สถานการณ์กลับพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวตายด้วยตาตัวเอง เขาก็ตื่นตะลึงจนสับสันงงงัน จากนั้นก็หวาดกลัว จิตใจมีสายฟ้าฟาดผ่ากึกก้องไปนานแล้ว

ดังนั้นจึงไม่กล้าขยับเขยื้อน คิดจะอาศัยยันต์ที่ผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวมอบให้ ลองพยายามซ่อนตัว แม้จะรู้ว่าความเป็นไปได้ไม่มากนัก แต่ในช่วงเวลาวิกฤติเป็นตายเมื่อครู่ เขาก็ทำได้เพียงภาวนาให้รอดพ้นผ่านไปได้

ตอนนี้เมื่อสวี่ชิงเอ่ยออกมา ชายหนุ่มคนนี้ก็ตัวสั่นอย่างไม่อาจควบคุมได้ คุกเข่าอยู่ตรงนั้น โขกศีรษะไม่หยุด

หลังจากสายตากวาดมองชายคนนี้ สวี่ชิงก็ไม่ได้สังหารเขา อันที่จริงในตอนสู้กับผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวเมื่อก่อนหน้านี้ เขาก็ได้สังเกตเห็นอีกฝ่ายแล้ว และการเก็บเขาไว้ในตอนนี้ก็มีประโยชน์อื่น

ดังนั้น เขาจึงเก็บสายตากลับคืนมา จิตเทพของสวี่ชิงแผ่ออกไป หลอมรวมไปในถุงเก็บของในมือ เมื่อสำรวจดู เขาก็เลิกคิ้วขึ้น

ของภายในนั้นอัดแน่นล้นหลาม

เพียงแค่หินวิญญาณก็ทำให้สวี่ชิงประหลาดใจไม่น้อยแล้ว

มีจำนวนมากมาย กองเป็นภูเขา

แสงผลึกส่องประกาย เจิดจ้าพร่างพราย

อีกทั้งไม่นานนักสวี่ชิงก็พบว่า หินวิญญาณเหล่านี้แตกต่างจากหินวิญญาณในแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ภายในแต่ละก้อน ล้วนแฝงไว้ซึ่งพลังแห่งกฎเกณฑ์บางส่วน

“ได้ออกมาจากการหลอมเทพอย่างนั้นหรือ ดังนั้นจึงแฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินหรือ”

สวี่ชิงนำออกมาหนึ่งก้อน ถือไว้ในมือตรวจสอบ

นอกจากนี้แล้ว ในถุงเก็บของยังมีของมีค่ากว่าหินวิญญาณ นั่นคือหยกเซียน

รวมตัวกันเป็นแม่น้ำพลังเซียนสายยาว ไหลเวียนอยู่ในถุงเก็บของ

สวี่ชิงเห็นแล้วจิตใจสั่นสะท้าน

หลังจากสัมผัสอย่างละเอียด เขาก็พบว่ากฎเกณฑ์ที่แฝงอยู่ในหยกเซียนเหล่านี้เข้มข้นกว่าหินวิญญาณ กระทั่งว่าจากการ การสัมผัสของสวี่ชิง เขายังพบว่าหยกเซียนที่นี่ มีความรู้สึกคล้ายกับพลังต้นกำเนิดแรกเริ่มที่เขาดูดซับเมื่อครั้งอธิษฐานตอนนั้น

“หากใช้ให้ถูกวิธี ก็เป็นไพ่ตายได้เช่นกัน!”

ดวงตาของสวี่ชิงฉายแววประหลาด คิดครู่หนึ่ง จากนั้นก็เก็บหนังสัตว์ลงไป เขาคิดว่าจากนี้จะการฝึกฝนพลังวิเศษนี้ และรวมไว้ในการฝึกฝนประจำวันด้วย

จากนั้นสายตาก็ไปหยุดที่ป้ายแผ่นนั้น

ป้ายนี้แปลกประหลาด อีกทั้งจิตสังหารรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง กระทั่งว่าตอนนี้ที่ลอยอยู่กลางอากาศ ก็ยังทำให้อุณหภูมิรอบข้างต่ำลง

สีของมันแดงก่ำ ราวกับย้อมด้วยเลือดสดๆ

ด้านหลังว่างเปล่า ส่วนด้านหน้าเป็น รูปปั้นดวงตาข้างหนึ่ง

สวี่ชิงมองดู ป้ายแผ่นนี้พูดได้ว่าเป็นวัตถุที่พิเศษที่สุดที่เขาเจอในถุงเก็บของของผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวคนนั้น

ดังนั้น จึงไม่ได้สัมผัสมัน แต่หลังจากสำรวจดู เขาก็พลันหันไปมองยังชายหนุ่มที่คุกเข่าอยู่ไม่ไกล ไม่กล้าจากไปไหนทางนั้น เอ่ยอย่างราบเรียบ

“ความเป็นความตายของเจ้า ขึ้นอยู่กับคุณค่าของเจ้า”

“บอกข้ามาว่า สิ่งนี้คืออะไร”

เสียงของสวี่ชิงดังขึ้นในหูของชายหนุ่มคนนั้น ชายหนุ่มคนนี้ฝืนสะกดความกลัวต่อความเป็นตาย เงยหน้ามองป้าย ตอบด้วยเสียงสั่นเครือ

“ผู้อาวุโส นี่คือ…ป้ายอนุมัติเมืองเซียน”

สีหน้าของสวี่ชิงเป็นปกติ แต่เมื่อได้ยินคำว่าเมืองเซียนสองคำนี้ จิตใจเขาก็พลันมุ่งมั่น

“พูดต่อไป”

ชายหนุ่มคนนั้นสูดหายใจเข้าลึก เผชิญหน้ากับผู้ที่สามารถสังหารเจ้านายของตนได้ เขาก็ไม่กล้าปกปิดแม้แต่น้อย แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องการสืบข้อมูลเกี่ยวกับระบบดาวที่ตนอยู่ แต่เขาก็ไม่สนใจอะไรมากนักแล้ว

ดังนั้น เขาจึงเล่าทุกสิ่งทุกอย่างอย่างละเอียด กระทั่งว่าเพื่ออธิบายป้ายอนุมัติเมืองเซียน เพื่อให้สวี่ชิงพึงพอใจ เขาก็ยังเล่าประวัติของระบบดาวที่ห้าออกมาด้วย

สวี่ชิงฟังไปเรื่อยๆ ความคิดก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น

ประการแรก ที่นี่คือ ระบบดาวที่ห้าจริงๆ และก็มีสถานที่ที่เรียกว่าเมืองเซียนจริงๆ

และระบบดาวที่ห้าในอดีต เทพเจ้ามีมากมาย จนกระทั่งเมืองเซียนผงาดขึ้น สยบเทพเจ้า ทำลายทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้า

ยิ่งไปกว่านั้น ภายใต้การลงมือของราชาเซียนสูงสุดในเมืองเซียน ได้ถมห้วงอวกาศราบเรียบ ทำให้เมืองเซียนตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางของระบบดาวที่ห้า

นับแต่นั้นเป็นต้นมาก็ศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง

และรอบๆ เมืองเซียน จักรวาลที่ถูกถมจนราบเรียบทั้งหมด นับจากนี้ก็ไม่มีแนวคิดเรื่องห้วงอวกาศอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นพื้นดิน กลายเป็นที่อยู่อาศัยของผู้บำเพ็ญ

เมื่อเวลาผ่านไป จำนวนผู้บำเพ็ญที่นี่ก็ไปถึงระดับที่น่าตกใจ มีสำนักมากมาย ตระกูลมากมาย

อีกทั้งผู้บำเพ็ญเกือบจะทั้งหมด ในใจต่างก็มีความฝันหนึ่งกันทั้งนั้น

นั่นคือ การได้บินทะยานขึ้นสู่เมืองเซียน!

เมื่อทำได้สำเร็จ ก็ราวกับปลาที่กระโดดข้ามประตูมังกร นับแต่นั้นเป็นต้นไป สถานะและตำแหน่งตลอดจนอนาคตก็จะแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง

ผู้คนแห่งเมืองเซียน ถึงจะเป็นนายแห่งระบบดาวที่ห้าแห่งนี้

เพียงแต่ เมืองเซียนนั้นอยู่สูงส่ง ตัดขาดจากโลกภายนอก

“ทุกคน ต่างก็ต้องการบินทะยานขึ้นสู่เมืองเซียนกันทั้งนั้น และวิธีการที่จะบินทะยานขึ้นสู่เมืองเซียน ก็คือการแย่งชิง!”

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเบา เมื่อพูดถึงเมืองเซียน ดวงตาของเขาก็พลันฉายแววปรารถนาออกมาโดยสัญชาตญาณ

“เหตุผลที่ต้องแย่งชิง ก็เพราะว่าในทุกช่วงเวลาหนึ่ง เมืองเซียนจะเปิดมหกรรมล่าเหยื่อขึ้น!”

“เมืองเซียน จะแจกจ่ายป้ายอนุมัติหนึ่งหมื่นแผ่น ให้ผู้บำเพ็ญหลายร้อยล้านคนทั่วระบบดาวที่ห้าไปแย่งชิง”

“ขั้นตอนโหดร้ายอย่างยิ่ง การสังหารก็ยิ่งน่าครั่นคร้าม”

“เพราะป้ายอนุมัติหนึ่งหมื่นแผ่นนี้ ผู้ถือครองแค่มีคุณสมบัติเท่านั้น ส่วนจำนวนสุดท้ายที่เมืองเซียนอนุญาตให้ทะยานขึ้น เข้าเมืองจะขึ้นอยู่กับอันดับ ในตอนที่มีมากก็ประมาณหนึ่งพันอันดับแรก หากมีน้อยก็เพียงแค่ร้อยอันดับแรกเท่านั้น!”

“ผู้อาวุโส ป้ายที่อยู่ในมือของท่านนี้ คือป้ายอนุมัติเมืองเซียนขอรับ!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา