บทที่ 1126 ใครก็มีเล่ห์เหลี่ยมกันทั้งนั้น
ในเสี้ยวขณะนี้ กระแสน้ำทิพย์แสงบนฟากฟ้ายังคงสยบกำราบอยู่ ตกอยู่ในภาวะชะงักงันกับวัฏจักรธาตุทั้งห้าของสวี่ชิง
แต่สวี่ชิงรู้ว่า ภาวะชะงักงันเช่นนี้ เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น
อย่างมากก็แค่ไม่กี่สิบอึดใจ!
และหากอยากทำลายกระแสน้ำทิพย์แสงเรืองรองแห่งขั้วโลกนี้ให้ได้ ก็มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น ซึ่งก็คือสังหารหลี่เมิ่งถู่
มีเพียงอีกฝ่ายตายเท่านั้น เช่นนั้นวิชาก็จะสลายไปเอง
ดังนั้น ในพริบตาที่หลี่เมิ่งถู่ถอยหลัง…
ร่างของสวี่ชิงทั้งตัวแปรเปลี่ยนเป็นรอยเงา ใช้ความเร็วที่น่าตกตะลึง ประชิดเข้าใกล้ไปอย่างรวดเร็ว เกิดระเบิดเสียงแหวกอากาศแหลมเล็กบาดแก้วหู
รวดเร็วจนราวกับว่ากาลเวลาช้าลง
ประกายเย็นชาในดวงตายิ่งเข้มข้นขึ้น มือซ้ายประสานปางมือแล้วกดลง
ทันใดนั้น พลังมิติก็พลันปรากฏขึ้น
ฟ้าดินเปลี่ยนสี ลมเมฆหอบทะลัก มิติปั่นป่วน เกิดช่องขึ้นช่องแล้วช่องเล่า
ช่องเหล่านี้ ก่อเป็นพื้นที่ที่เป็นเอกเทศ ปรากฏขึ้นรอบตัวหลี่เมิ่งถู่ ปิดกั้นเส้นทางถอยหนีของเขา ตัดการเคลื่อนย้ายชั่วพริบตา และควบคุมการลงมือตอบโต้ของเขา
จิตใจของหลี่เมิ่งถู่สั่นสะท้าน
เขารู้ว่าสวี่ชิงที่อยู่ข้างหน้าผู้นี้ไม่ธรรมดา คำบัญชาบนหน้าผาทางหลักเมื่อก่อนหน้านี้ เขาก็รู้ถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายแล้ว และได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว แต่ในตอนนี้ก็ยังคงรู้สึกจัดการยากอยู่ดี
การต่อสู้กับสวี่ชิงจะต้องมีสมาธิอย่างเต็มที่ จะผ่อนคลายแม้แต่น้อยไม่ได้ เพราะหากไม่ระมัดระวังเพียงนิดเดียว ก็จะถูกอีกฝ่ายคว้าโอกาสได้ เช่นนั้น สิ่งที่รออยู่ก็คือการระเบิดพลังอันแข็งแกร่งทรงพลังดุจถล่มภูเขาล่มมหาสมุทรดังเช่นที่เห็นอยู่ตรงหน้าเช่นนี้
และอีกฝ่ายก็เชี่ยวชาญในการหาจังหวะเป็นอย่างยิ่ง
เช่นนี้แล้ว ความแข็งแกร่งทางจิตใจที่ต้องใช้ เหนือยิ่งกว่าการต่อสู้ที่ทำให้เขาโด่งดังในอดีต
ความคิดเหล่านี้แล่นผ่านสมองของหลี่เมิ่งถู่แล้วเลือนหายไป ไม่ส่งผลต่อการโจมตีตอบโต้ของเขา แม้มิติรอบกายจะถูกสกัดกั้น แต่หลี่เมิ่งถู่ก็กัดปลายลิ้นตนเองจนเลือดออก พ่นเลือดสดออกมาคำหนึ่ง
ใช้เลือดของตนเองสำแดงวิชา สร้างอักขระสีเลือดมากมาย พุ่งระเบิดออกไปข้างหน้าอย่างเฉียบพลัน
ขณะเดียวกัน ดอกไม้ในกระจกก็หมุนวนรอบกายของเขา แต่ละดอกส่องแสงวูบวาบ หวังจะต้านทานพายุลมฝนที่กำลังจะมาเยือน
แต่…วิธีเดียวกันนี้ สำหรับสวี่ชิงแล้ว เว้นเสียแต่ว่าจะสมบูรณ์แบบจนไม่มีข้อบกพร่อง มิฉะนั้นแล้ว ยากที่จะประสบความสำเร็จเป็นครั้งที่สอง
เห็นได้ชัดว่าดอกไม้ในกระจกนี้ ไม่ได้สมบูรณ์แบบถึงเพียงนั้น
การใช้ครั้งแรกอาจทำให้ประหลาดใจได้ แต่เมื่อใช้ซ้ำ สวี่ชิงก็ได้มองเห็นร่องรอยแล้ว
มันไม่ใช่วิชาแห่งผลกรรมเวร แต่เป็นพลังวิเศษที่แฝงไว้ด้วยพลังมิติเอาไว้
หลักการของมันคือการใช้การหักเหแสง ก่อให้เกิดมิติที่ซ้อนทับกัน ดังนั้นจึงสามารถเหนี่ยวนำพลังสังหารได้อย่างเงียบงันไม่ทันให้รู้ตัว
เช่นนี้แล้ว แม้ร่องรอยจะซ่อนอยู่ลึกมาก ทว่าสุดท้ายแล้วยังคงมีอยู่
ร่องรอยนี้คือการหักเหแสง และมิติที่ซ้อนทับที่ไร้รูปร่างนั่น
อย่างหลัง สวี่ชิงใช้ช่องที่แปรเปลี่ยนมาจากพลังมิติ สกัดกั้นมัน
ส่วนอย่างแรก…สวี่ชิงเรียกเจ้าเงาออกมาก็เพื่อจัดการกับจุดนี้โดยเฉพาะ
ร่างของเจ้าเงาดำมืดอย่างยิ่ง ขยายใหญ่ขึ้นในชั่วพริบตา เกิดเป็นการบดบัง
เช่นนี้แล้ว สิ่งที่ดอกไม้ในกระจกหักเหมาจึงเป็นความมืดมิดไปทั่วทั้งผืน อีกทั้งมิติที่ซ้อนทับที่แผ่ออกมา ก็ถูกสกัดกั้นเช่นกัน ไม่อาจแผ่ขยายออกไปได้ ไม่อาจก่อตัวขึ้นได้จริง
ทั้งหมดนี้พูดแล้วเหมือนใช้เวลา แต่แท้จริงแล้วเกิดขึ้นในพริบตาเดียว
เพียงพริบตาดอกไม้ในกระจกถูกจำกัด ส่วนวิชาเซียนของสวี่ชิงก็กำลังปะทุพลัง
อันดับแรกคือวิชาเซียนหกรากราคะตัณหา
เจ็ดอารมณ์หกตัณหาที่แปรเปลี่ยนจากวิชาเซียนราวกับมาร ปะทุขึ้นในจิตใจของหลี่เมิ่งถู่ อาบย้อมอารมณ์ของเขา กลืนกินเจตจำนงของเขา และสร้างความแปดเปื้อนหัวใจวิถีของเขา
ถัดมา คือวิชาห้าหมาสละเซียน
สุนัขแห่งความตระหนี่เข้าเรือน ปะปนไปในความทรงจำ
สร้างประตูที่เปิดออก ทำให้สุนัขแห่งความโลภคำราม กระโจนเข้าใส่ทันที
ผูกมัดดวงจิตของเขา
จากนั้นสุนัขแห่งความหลงก็ก่อตัวขึ้น หวังจะดึงให้ตกสู่ความตาย สุนัขแห่งความชั่วร้ายมาเยือนหวังจะดึงลงสู่นรก
ในที่สุดเมื่อสุนัขแห่งความดื้อรั้นปรากฏ ก็จะสูญเสียร่างไปตลอดกาล!
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังมาจากปากของหลี่เมิ่งถู่
ตอนนี้ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว ร่างกายสั่นสะเทือนรุนแรง ตลอดชีวิตที่เขาต่อสู้กับผู้คน ไม่เคยเจอวิชาเช่นนี้มาก่อน กล่าวให้ถูกคือ นี่ไม่ใช่วิชาแล้ว
นี่เป็นเหมือนคำสาปที่แปลกประหลาดมากกว่า!
ทำให้เขาเลือดไหลทั้งเจ็ดทวาร สามจิตเจ็ดวิญญาณในร่างล้วนคร่ำครวญร่ำไห้ ความทรงจำยิ่งตกอยู่ในความสับสน
และการสังหารของสวี่ชิงยังไม่จบสิ้น ตอนนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น
จำกัดดอกไม้ในกระจก แล้วใช้วิชาเซียนก่อกวนจิตด้วย จากนั้นปราณกระบี่สะท้านโลกก็ปะทุ
ปราณกระบี่ทั้งสามทางที่ท่านปู่เก้ามอบให้สวี่ชิง ที่ปะทุออกมาในตอนนี้ เป็นทางสุดท้ายแล้ว
ปราณกระบี่นี้ส่องประกายแสงพร่างพรายบนท้องฟ้า ก่อเป็นพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว แผ่พลังที่แข็งแกร่งไร้เทียมทาน แปรเปลี่ยนเป็นเงากระบี่อันคมกริบ ทำลายซึ่งทุกสิ่ง ฟันเข้าใส่ร่างของหลี่เมิ่งถู่ทันที
หลี่เมิ่งถู่ร่างสะท้านเฮือก หน้าอกเกิดบาดแผล เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมา
จากนั้น วิหคทองก็พัดหอบเปลวไฟสีดำ ก่อเป็นทวนยาวสีดำ สวี่ชิงซึ่งพุ่งออกมาจากเปลวไฟสีดำคว้ามันเอาไว้ในทันที
พลังบำเพ็ญทั้งหมดในร่างกายปะทุออกมา กาลเวลาและมิติต่างพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกัน
รวมมาที่ร่างของเขา ผสานไปในทวนยาว
แล้วแทงออกไป!
เสียงครืนครานเลื่อนลั่นดังก้อง การแทงครั้งนี้ จุดที่พุ่งโจมตีเข้าไปก็คือจุดที่ปราณกระบี่ของท่านปู่เก้าเคยทำลายไว้
แทงเข้าไปในเลือดเนื้อ สัมผัสหัวใจ แล้วทะลุผ่านไปทันที!
แสงเรืองรองแห่งขั้วโลกสลายไป ห้าธาตุกลับคืน
แต่บนใบหน้าของสวี่ชิง ไม่มีวี่แววของการผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย กลับกัน รูม่านตาของเขาหดเล็ก เขาล้มเลิกความคิดที่จะทำลายศพของหลี่เมิ่งถู่โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ร่างกายของเขาพลันถอยไปอย่างรวดเร็ว
รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง จากไปไกลในพริบตา
และในพริบตาที่ร่างกายของเขาถอยหลังไป พลังระเบิดพลังอันน่าครั่นคร้าม ก็พลันแผ่ออกมาจากร่างของหลี่เมิ่งถู่
ปกคลุมพื้นที่หนึ่งพันลี้
ทำให้สรรพสิ่งทุกอย่างในระยะหนึ่งพันลี้ถูกทำลายล้างไปในทันที!
สีหน้าของสวี่ชิงเคร่งขรึม ตอนนี้ยืนอยู่ห่างออกไปหนึ่งพันลี้ก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงพลังระเบิดอันน่าสะพรึงกลัวที่อยู่เบื้องหน้านั่นได้
เมื่อครู่นี้หากเพียงเขาช้าไปนิดเดียว ตอนนี้ต่อให้ไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัส
แต่ที่แปลกคือ…หลี่เมิ่งถู่ กลับไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย!
กล่าวให้ถูกคือ ทุกครั้งที่บาดแผลปรากฏขึ้น ก็จะฟื้นตัวในทันทีราวกับฟื้นคืนชีพ!
เหมือนว่า เขาในเสี้ยวขณะนี้อยู่ในอำนาจฟื้นคืนชีพ สามารถฟื้นฟูได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ภาพนี้ทำให้ใจของสวี่ชิงหนักอึ้ง
อำนาจฟื้นคืนชีพ เดิมทีก็ท้าทายสวรรค์อยู่แล้ว ตอนนี้พลังอำนาจของอีกฝ่ายยังสามารถคงอยู่ต่อไปได้…
ความสามารถเช่นนี้ ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำว่าท้าทายสวรรค์อีกแล้ว
สวี่ชิงไม่เคยเห็นมาก่อน
และไม่สอดคล้องกับความรู้ความเข้าใจของเขา
แต่เขามีความสามารถที่คล้ายกัน นั่นคือหมุนย้อนเวลา ดังนั้นสำหรับวิชาประเภทนี้ เขาจึงมีความเข้าใจในแบบของตัวเอง
“หมุนย้อนเวลาของข้าก็ท้าทายสวรรค์เช่นกัน ดังนั้นในเวลาอันสั้นจึงไม่สามารถใช้เป็นครั้งที่สองได้ เช่นนั้นหลี่เมิ่งถู่ผู้นี้…”
“อำนาจของเขาไม่มีทางไม่มีค่าตอบแทน”
“ระยะเวลาที่คงอยู่แบบนี้ จะต้องไม่นานเกินไปอย่างแน่นอน อีกทั้งเมื่อหมดฤทธิ์แล้ว ค่าตอบแทนจะต้องปรากฏออกมา!”
คิดได้ดังนั้น สวี่ชิงก็กัดฟัน จากสถานะโจมตีแปรเปลี่ยนเป็นป้องกัน ภายใต้พายุฝนของการโจมตีของอีกฝ่าย เขาก็ถอยหลังไปอย่างต่อเนื่อง
แม้จะยืดเวลาออกไปได้ แต่การโจมตีของหลี่เมิ่งถู่กลับยิ่งเฉียบคม ทำให้บาดแผลของสวี่ชิงยิ่งเพิ่มขึ้น เลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดก็กลายเป็นมนุษย์โลหิตไปโดยสมบูรณ์
เห็นเป็นเช่นนี้ ดวงตาทั้งสองของหลี่เมิ่งถู่ก็พลันส่องประกาย
เขารู้ดีว่าอำนาจฟื้นคืนชีพของตนเองนั้นไม่ธรรมดาเลย อีกทั้งสามารถคงสภาพอยู่ได้ระยะหนึ่ง แต่ก็มีค่าตอบแทนมหาศาล เมื่อสภาพหายไป ตนเองก็จะถูกย้อนกัดกิน
และไม่สามารถใช้เป็นครั้งที่สองได้ในเวลาอันสั้น
ส่วนหมุนย้อนเวลาของสวี่ชิงก่อนหน้านี้ เขาดูเหมือนไม่ใส่ใจเท่าใดนัก แต่ในใจกลับระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นการโจมตีในเสี้ยวขณะนี้ เขามีเป้าหมายสองข้อ
หนึ่ง คำพูดในช่วงแรก แม้จะเสียเวลาของตนเองไป แต่ก็เป็นการถ่วงเวลาของสวี่ชิงได้เช่นกัน
และจากการวิเคราะห์ของเขา หมุนย้อนเวลา จะต้องมีขีดจำกัดเวลาการย้อนกลับอย่างแน่นอน อย่างมากหนึ่งก้านธูป ไม่มีทางที่จะนานเกินไป กระทั่งมีโอกาสสูงมากว่าจะอยู่แค่ไม่กี่สิบอึดใจ
สอง อิงจากวิเคราะห์ขีดจำกัดเวลาของหมุนย้อนเวลา เขาไม่ได้ใช้ไพ่ตายที่มีพลังสังหารมหาศาล แต่ใช้การโจมตีที่ไม่หยุดพักนี้ เพื่อให้บาดแผลของอีกฝ่ายสะสมมากขึ้น
เป็นเช่นนี้ ต่อให้สวี่ชิงจะยังสามารถย้อนเวลากลับได้จริง แต่ขอเพียงรู้สึกว่าบาดแผลตัวเเองยังไม่ถึงขั้นอันตรายถึงชีวิต จึงเกิดความลังเล เช่นนั้นก็จะพลาดเวลาไป ไม่สามารถย้อนกลับไปสู่สภาวะสมบูรณ์สูงสุดได้ จะย้อนกลับไปได้แค่ช่วงเวลาที่ยังบาดเจ็บเท่านั้น
นี่คือวัฏจักรที่เลวร้าย
“เช่นนั้น ต่อไป ก็สามารถพิสูจน์ได้จริงๆ แล้วว่าเขามีความสามารถนั้นหรือไม่!”
“หากมี ก็อาจต้องใช้วิธีนั้นเท่านั้นแล้ว…”
“หากไม่มี สงครามนี้ก็จะจบลง!”
คิดถึงตรงนี้ หลังจากที่ประมาณเวลาที่เหลือของอำนาจฟื้นคืนชีพของตนเองแล้ว หลี่เมิ่งถู่ก็พลันยกมือขึ้นคว้า เอาไม้แกะสลักออกมาอันหนึ่ง
ไม้แกะสลักนี้เป็นสีดำสนิท แผ่กลิ่นอายชั่วร้ายออกมา สิ่งที่แกะสลักคือชายชราคนหนึ่ง
สมจริงราวกับมีชีวิต
ใบหน้าของชายชราบิดเบี้ยว ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างสุดขีด ร่างกายบิดเบี้ยวผิดรูป ราวกับใกล้จะตายเต็มที
และในเสี้ยวพริบตาที่หยิบไม้แกะสลักนี้ออกมา หลี่เมิ่งถู่ก็กระทำสิ่งที่ทำให้จิตใจของสวี่ชิงพลันเคร่งเครียดขึ้นทันที
เห็นเพียงหลี่เมิ่งถู่ถือไม้แกะสลักไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็ล้วงเข้าไปในหน้าอกของตัวเอง คว้าหัวใจไว้ แล้วพลันกระชากออกมา บีบมันอย่างเต็มแรง!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา